พระเครื่อง
Home บทความ บทความพระเครื่อง บทความ หลวงพ่อคูณ กรรม...ไม่มีใครหนีพ้น (หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ วัดบ้านไร่)
ค้นหาข่าว/บทความ:
  
ค้นหาพระเครื่อง/วัตถุมงคล:


กรรม...ไม่มีใครหนีพ้น (หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ วัดบ้านไร่) PDF พิมพ์ อีเมล

กรรม...ไม่มีใครหนีพ้น (หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ วัดบ้านไร่)


 

ครั้งหนึ่งรายการ Money Talk ได้สัมภาษณ์หลวงพ่อคูณใน หัวข้อ “ทางออกของคนไทย” โดยถามท่านว่า มีคนบอกว่า การที่ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นนายกฯ แล้วไม่สบายเหมือนตอน พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกฯ พล.อ.ชาติชาย เป็นนายกฯ แล้ว เศรษฐกิจดี...แต่ พล.อ.ชวลิต เป็นนายกฯ เศรษฐกิจกลับตกต่ำ ทำไมคนออกมาไม่เหมือนกัน

หลวงพ่อคูณให้ทัศนะว่า...”มันจะเหมือนกันได้อย่างไร คนมันคน ละคน คนละหัวใจ คนหนึ่งนึกไปอย่างหนึ่ง อีกคนนึกไปอย่างหนึ่ง อย่าง ที่กูเคยว่าไว้ว่า...เมื่อถึงยุคถึงคราวของมัน มันเป็นไปตามยุคตามกาล ใคร จะมาอุ้มมาพยุงก็ไม่ได้ ถึงคราวจะพังก็พังเอง เหมือนกับคนที่ถึงคราวตาย มันก็ตาย ใครจะเอายาอะไรมากรอกก็ไม่อยู่

แต่เมืองไทยมันยังอยู่ได้ ไม่ถึงกับพังแบบวินาศสันตะโรขนาดนั้น ไม่ถึงกับต้องอดตาย”

หลังจากนั้นอีกไม่นาน ก็มีผู้สื่อข่าวมาถามหลวงพ่อว่า “ส่วนหนึ่งที่ เศรษฐกิจไม่ดีเหมือนเพื่อนบ้านหรือประเทศอื่นๆ เขาก็เพราะเราเปลี่ยนรัฐบาล บ่อยๆ เปลี่ยนนายกฯ กันบ่อยๆ จริงหรือไม่”

หลวงพ่อให้ความเห็นว่า “ทำไมจะไม่เปลี่ยนกันบ่อยล่ะ พอนายก ชาติชายเป็นก็พากันไล่ออกว่ะ เห็นคนอื่นได้ดี ตัวเองอยู่ไม่ได้ ก็เที่ยวไล่ เขาออก พอให้ชวน (นายชวน หลีกภัย) เป็นก็ขับไล่ไอ้ชวน จะขับไล่กัน ไปไหน มันก็คนไทยด้วยกัน ควรจะดูไปก่อน พอไอ้หาร (นายบรรหาร ศิลปอาชา) เป็นก็เอาอีก ไล่เอาๆ จะไล่ไปไหนมันก็คนไทยด้วยกัน”

หลวงพ่อคูณยังกล่าวต่ออีกว่า “เห็นใครเป็นใหญ่ไม่ได้” คอยจะไล่ออก ท่าเดียว แล้วบ้านเมืองก็บอบช้ำ ทำอะไรก็ไม่ได้...มาไอ้อ้วน (พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ) ก็จะไล่ออกอีก ไม่ต้องไปไล่มันดอก ถึงเวลามันก็ออกเอง มันก็เหมือนเล่นละคร...พอจบมันก็กลับกัน” ถอดรหัสออกมาเป็นธรรมะ

อย่างที่บอกไว้แต่บทต้น “ศีล” ทำให้คนเป็นคน หากบกพร่องในศีล ความเป็นคนก็ลดลงตามนั้น

ผู้ไม่มีศีลก็เท่ากับสิ้นธรรม ตัวเขาเองก็ประสบกับความเดือดร้อน ดังนั้นผู้ที่มาเป็นนายกรัฐมนตรีก็มีบทบาทของตนเองที่จะแสดง จะดี จะชั่วก็เป็นไปตามเส้นทางกรรมของแต่ละบุคคล ไม่จำเป็นต้องไปอิจฉาริษยา ให้ใจตนเองเกิดความทุกข์

เมื่อกล่าวถึงเรื่องกรรมก็คือกฎแห่งธรรมชาติ เป็นภาวะที่ควบคุม สรรพชีวิตไว้ทั้งหมด ควบคุมให้เป็นไปตามวิถีทางที่ต้องเป็น จะขัดขืนหลีก หนีหรือไม่ยอมรับสภาพที่ต้องเป็นไปตามวิถีนั้นๆ ไม่ได้

พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ค้นพบกฎแห่งกรรม หรือกฎแห่งธรรมชาติ ซึ่ง มีความเชื่อมโยงอย่างสลับซับซ้อนละเอียดยิ่ง กับการเวียนว่ายตายเกิดมิรู้ ที่สินสุด พระองค์ได้แสดงเอาไว้โดยครบถ้วนสมบูรณ์แล้วทุกประการ

มนุษย์ทุกคนต่างถูกควบคุมด้วยกฎแห่งกรรมนี้ทั้งสิ้น ชีวิตจะเป็น อย่างไรย่อมอยู่ที่กรรมดีและกรรมเลวของแต่ละคน

“กรรม” คือการกระทำกรรมนั้นๆ จะต้องให้ผลแก่ผู้กระทำอย่าง แน่นอนไม่ผันแปรเป็นอื่น และกรรมทุกอย่างจะอยู่ภายใต้การควบคุมของ กฎแห่งกรรม ต้องเป็นไปตามกฎแห่งกรรมทุกประการ

การให้ผลแห่งกรรมนั้นมีความละเอียด แต่แน่นอนมันต้องมีลำดับ ขั้นและเป็นขั้นตอน ลำดับของการให้ผลแห่งกรรมแบ่งออกได้ ๔ ประการ

ทิฏฐธรรมเวทนียกรรม คือกรรมที่ให้ผลในปัจจุบันเห็นไดในชาตินี้
อุปปัชชเวทนียกรรม คือกรรมที่ให้ผลในชาติหน้าหรือชาติถัดไป
อปราปรเวทนียกรรม คือกรรมที่ให้ผลในชาติต่อๆ ไป
อโหสิกรรม คือกรรมที่ให้ผลเสร็จแล้ว กรรมที่ให้ผลอยู่แต่ไม่มี โอกาส เป็นกรรมที่ไม่มีผล

 
 

Main Menu