พระเครื่อง
Home บทความ บทความพระเครื่อง ไสยศาสตร์ การสร้างกุมารทองแบบมีวิญญาณเข้ามาเกี่ยวข้อง
ค้นหาข่าว/บทความ:
  
ค้นหาพระเครื่อง/วัตถุมงคล:


การสร้างกุมารทองแบบมีวิญญาณเข้ามาเกี่ยวข้อง PDF พิมพ์ อีเมล

การสร้างกุมารทองแบบมีวิญญาณเข้ามาเกี่ยวข้อง

การสร้างกุมารทองแบบ นี้ผู้ที่จะทำการสร้างหรือปลุกเสก กุมารขึ้นมานั้นต้องเป็นผู้มีพลังจิตและพลังแห่งมหาเวทชั้นสูง มิฉะนั้น จะถูกพวกวิญญาณทำร้ายเอาได้ วิธีการสร้างและทำกุมารทองโดย วิธีการมีวิธีและขั้นตอนในการสร้างดังนี้

ขั้นแรกต้องสืบหาผู้ที่ตายทั้งกลมให้ได้ก่อน ซึ่งจะต้องสืบหา ให้ได้อย่างเฉพาะเจาะจงว่า ต้องเป็นผู้ที่ตายในวันเสาร์และต้องเผา ในวันอังคารด้วย

เมื่อพบหรือเจอศพผู้หญิงที่ตายทั้งกลมแล้ว ในขั้นต่อมาก็ ต้องหาฤกษ์ยามที่ดีและเป็นมงคล เมื่อได้ฤกษ์ยามแล้วก็ต้องจัดหา สิ่งของต่างๆ อันมีกุ้งพล่า ปลายำ เหล้าโรง ข้าวและไข่ต้ม ไปทำการ คารวะเจ้าป่าช้าเสียก่อนเพื่อเป็นการขออนุญาตในการทำพิธี

หลังจากนั้นก็จัดการเสกข้าวสารหรือเกลือซัดลงไปที่หลุม ของผีตายทั้งกลมเพื่อเป็นการสะกดวิญญาณ เพราะผีตายท้องกลม นั้นจะดุร้ายมากเหตุเพราะมันหวงลูกของมัน เมื่อสะกดวิญญาณเป็น ที่เรียบร้อยแล้วก็ต้องเอาไมไผ่ที่จัดเตรียม ไปปักลงไว้ตรง ๙ มุมของ หลุมศพแล้วทำการขึงสายสิญจน์ที่หลักไม้เริ่มจากต้นทางมุมทิศเหนือ ของหลุมฝังศพก่อน

ทำการขึงสายสิญจน์ได้ ๓. รอบแล้วจึงทำการขุดเอาศพขึ้นมา โดยตัวผู้เป็นเจ้าพิธียืนบริกรรมมหาเวทอยู่ตลอด หลังจากนั้นจัดการ เอามีดหมอทำการสะกดวิญญาณตรงหน้าผากของศพตายทั้งกลม อีกครั้งหนึ่งเพื่อเป็นการป้องกัน

ในขั้นตอนต่อมาก็เอามีดหมอผ่าท้องศพออกให้เห็นตัวเด็ก หลังจากนั้นก็ว่ามหาเวทกำกับและออกปากกล่าวชวนวิญญาณของเด็ก ไปอยู่ด้วยโดยพูดเองเออเอง แล้วจึงนำมีดหมอตัดเอาหัวของศพเด็ก มาจัดการต้มเอาเนื้อหนังออกมาให้หมด จึงนำเอากะโหลกศีรษะเด็ก กลับมาทำพิธีที่บ้านต่ออีกขั้นตอนหนึ่ง

เมื่อได้กะโหลกเด็กมาแล้วต้องมาลงอักขระเลขยันต์ตามตำรา ทำการปลุกเสก ชุนนมธาตุ ตั้งธาตุ หนุนธาตุทั้งสี่ เรียกเจตภูต เรียกนาม ตั้งอาการ ๓๒ และทำการปลุกเสกตามตำราให้ได้ ๗ เสาร์ ๗ อังคาร แล้วจึงนำครกใบใหญ่ๆ มาลงยันต์ไว้ก้นครกและสากทำการ ปลุกเสก จึงนำกะโหลกของเด็กมาตำในครกนั้นให้ละเอียดและนำมา เก็บไว้ แล้วนำมาผสมกับผงวิเศษ ๕ อย่างคือ ผงอิทธิเจ ผงตรีนิสิ่งเห ผงมหาราช ผงพุทธคุณ และผงปถมัง หลังจากนั้นก็ต้องนำผงที่ผสมไว้ แล้วนั้นมาปลุก เสกอีกครั้งหนึ่ง

ผงชนิดนี้โบราณเขาเรียกว่า “ผงพรายกุมาร” มีอานุภาพใช้ได้ ครอบจักรวาล ในยุคที่ผู้เขียนทันก็เห็นจะมีแต่พระเดชพระคุณ หลวงปู่ทิม วัดระหารไร่ ระยอง เท่านั้นที่ท่านทำได้ นอกนั้นไม่เห็นมี ที่มีเห็นเมแต่นำกระดูกมาผสมเฉยๆ เท่านั้น

และยังมีผงพรายกุมารอีกชนิดหนึ่งที่ผู้เขียนได้บันทึกไว้จาก อาจารย์ฆราวาสผู้เรืองนามในอดีต คือ ท่านพราหมณ์สุทโธโดยบันทึก ผ่านศิษย์ของท่านที่เรียนสืบทอดไว้การทำผงพรายกุมารตำรานี้ไม่ค่อย ซับซ้อนเหมือนตำราแรก คือในตำราของท่านพราหมณ์สุทโธนี้ท่าน กำหนดให้นำศพเด็กที่ออกจากท้องแม่แล้วตายมาน

เมื่อได้แล้วก็ทำ การสะกดวิญญาณแล้วเอามีดหมอตัดเอามาแค่ช่วงหัวมาต้มเอาเนื้อ หนังออกแล้วจึงนำกะโหลกเด็กที่ได้ มาทำการลงอักขระเลขยันต์ และปลุกเสกให้ได้ ๗ เสาร์ ๗ อังคารเช่นกัน แล้วนำมาตำในครก โดยครกและสากนั้นก็ต้องลงอักขระเลขยันต์เหมือนกัน เมื่อได้แล้ว ก็นำมาผสมกับว่านยาตามตำรา มีใบไม่รู้นอน ๗ สิ่ง เป็นต้น จึง นำผงพรายกุมารที่ได้นั้นมาทำการปลุกเสกอีกคำรบหนึ่งก็เป็นอัน เสร็จพิธี

ทีนี้ก็มาถึงขั้นตอนการจัดหาวัสดุอาถรรพณ์ต่างๆ เพื่อนำมา ทำตัวองค์กุมารทอง วัสดุอาถรรพณ์ที่ว่าก็มีดิน ๗ ท่าน้ำที่มีผู้คนสัญจร มากโดยเอามา ๒ ฝังให้ได้ ๗ แห่ง ดิน ๗ ป่าช้า ดิน ๗ จอมปลวก ร้างรัง ดินโป่ง ๗ โป่งไคลโบสถ์ไคลเสมา ๗ วัดว่านยาตามตำรา

เมื่อได้มาแล้วก็นำคลุกเคล้ารวมกันแล้วทำการชุมนุมธาตุ ตั้งธาตุหนุนธาตุทั้งสี่ เรียกอาการ ๓๒ แล้วจึงนำมาปันเป็นตัวกุมาร ทอง โดยต้องผสมผงพรายกุมารที่ทำเตรียมไว้ด้วย การผสมผงพราย กุมารทองนี้จะผสมไปตอนปันกุมารหรือนำมาอุดไว้ใต้ฐานทีหลังก็ได้

เมื่อได้องค์กุมารทองแล้วก็นำมาปลุกเสกโดยต้องตระเตรียม ของตอนทำพิธีอันที่มี บายศรี หัวหมู่ เป็ดไก่ ปลา ไข่ต้ม กุ้งพล่า ปลายำ ต้มแดงต้มขาว ผลไม้ ๙ อย่าง ของหวาน ๙ อย่าง เหล้าโรง ๑ ขวด ถั่วงา ฟักทองแกงบวช เป็นต้น ทำการบวงสรวงครูบาอาจารย์ ก่อนและสวดมหาเวทป้องกันตัวเองแล้วจึงลงมือปลุกเสกจนกว่าจะเกิด อุคคนิมิตไปว่า กุมารนั้นพูดได้กระโดดโลดเต้นได้ก็เป็นอันว่าใช้ได้

ขั้นตอนต่อมาก็มาถึงการตั้งชื่อกุมารต่อ ซึ่งต้องตั้งชื่อของ กุมารนั้นให้สมพงษ์กับเจ้าของโดยการนำวันเดือนปีเกิดของผู้เป็น เจ้าของมาทำการตั้งชื่อของกุมารทอง ยึดหลักของมหาทักษาของบทที่ ว่าด้วยการตั้งชื่อ

การบูชาก็ไม่มีอะไรมากคือ ทุกเช้าก่อนเราจะทานอาหารก็ต้อง ทำการแบ่งออกให้กุมารเสียก่อน ก็จะทำให้ผู้เป็นเจ้าของประสบแต่ โชคลาภเงินทองทำมาค้าคล่อง คอยเตือนป้ายได้ บอกเหตุการณ์ต่างๆ ได้ โดยอาจจะมาบอกในนิมิตหรือความฝืน และกุมารทองตำรานี้ ยังสามารถใช้ให้ไปทำร้ายได้ตรูของเราได้อีกด้วย

ยังมีการสร้างกุมารทองจากวัสดุอาถรรพณ์อีกตำราหนึ่ง ถ้า ไม่นำมากล่าวในที่นี้ก็จะขาดอรรถรสไป คือ การสร้างภูมารทองของ หลวงพ่อเต๋ วัดสามง่าม จังหวัดนครปฐม การสร้างกุมารทองของท่าน ก็สร้างมาจากดิน ๗ ท่าน้ำ ดิน ๗ จอมปลวก ดิน ๗ ป่าช้า ไคลโบสถ์ ไคลเสนา ๗ วัด นำมาผสมปันเป็นกุมาร แล้วทำการปลุกเสกโดยการ เรียกวิญญาณในปรโลกมาสถิต แล้วจึงมาตั้งชื่อให้สมพงษ์กับเจ้าของ แต่กุมารของท่านนั้นกลับเรียกว่า “ตุ๊กตาทอง”

กล่าวกันว่าวิญญาณที่หลวงพ่อเต๋ท่านเชิญมานั้นเป็นวิญญาณ ชั้นดีที่มีแต่ให้คุณ

กุมารทองของหลวงพ่อเต๋นั้นจะต้องนำไปจุลเจิมในงานวัน ไหว้ครูทุกปี เหตุเป็นเพราะว่าวิญญาณที่ท่านเชิญมาสถิตในกุมารทอง นั้นบางตนอาจไปเถิด เมื่อท่านทราบก็ต้องทำการเชิญวิญญาณมา สถิตใหม่

ซึ่งตำรานี้ตอนนี้หลวงพ่อแย้ม วัดสามง่าม ศิษย์ของท่านก็ ทำสืบทอดอยู่ของท่านดังมากเพราะเด่นทางเฝ้าบ้านและค้าขาย

 
 

Main Menu

VirtueMart Login