พระเครื่อง
Home บทความ บทความพระเครื่อง ความรู้เกี่ยวกับเครื่องรางของขลัง กำเนิดเสือมหาอำนาจ คงกระพันชาตรี แคล้วคลาด มหาอุด
ค้นหาข่าว/บทความ:
  
ค้นหาพระเครื่อง/วัตถุมงคล:


กำเนิดเสือมหาอำนาจ คงกระพันชาตรี แคล้วคลาด มหาอุด PDF พิมพ์ อีเมล

กำเนิดเสือมหาอำนาจ คงกระพันชาตรี แคล้วคลาด มหาอุด

         “เสือ”  เป็นสัญลักษณ์ของอำนาจราชศักดิ์สำแดงฤทธิ์ทำให้เป็นที่ครั่นคร้ามเกรงกลัว  นับถือแก่ปวงชน  และสัตว์ทั้งหลาย  ผู้ใดเกิดปีขาล  (เสือ) โหราจารย์ท่านมักจะทำนายทายทักตามตำราพรหมชาติว่า  ผู้นั้นมักกล้าแข็ง  เวลาจะไปหาผู้ใด  มักไม่เกรงใจ  ผู้อื่นเสียอีกกลับต้องกลัวเกรง  ผู้คนมักสรรเสริญเยินยอว่าดีแต่ต่อหน้าเสมด  คนปีขาลมักจะได้ดีเพราะรับราชการ  ทำงานเมืองจะก้าวหน้า  มีอำนาจวาสนาสูง  อาสาเจ้านายดีนัก  มักจะสำเร็จ  นำเกียรติยศชื่อเสียงมาให้วงศ์ตระกูล  มักได้ลาภจากคนขาวเหลือง  และจะอุปถัมภ์ค้ำชูอุดหนุนให้ดวงดีเด่น  เป็นต้น

         แม่แต่ผู้ป่าวยเป็นโรคคางทูม  โบราณมักจะให้คนที่เกิดปีขาลเขียนตัวอักษร  “เสือ”  เป็นภาษาจีว่า  “โฮ้ว”  แล้วลงด้วยหมึกจีนวาดเขียนไว้ตรงบริเวณคางทั้งสองข้าง  ท่านว่าแก้โรคคางทูมได้ชงัดนักแล

         ส่วนทางด้านเทพพนเคราะห์  ตามตำรับตำราเทวกำเนิด  ได้กล่าวว่าเมื่อพระอิศวรผู้เป็นใหญ่ทางสร้างโลกขึ้นนั้น  เพื่อที่จะให้บังเกิดแสงสว่างส่องโลก  ให้เป็นประโยชน์แก่สัตว์โลกและมนุษย์ทั้งปวง  พระองค์ได้สร้างจักรราศี  12  ราศี  ประกอบด้วยดาวฤกษ์  27  ฤกษ์  มีวิมานนพเคราะห์  9  วิมาน  เวียนรอบจักรราศี  เป็นที่กำหนดเวลา  แล้วจึงทรงสร้างสัตว์เดรัจฉาน  12  ชนิดนั้นด้วย
   
         ครั้นแล้วพระอิศวรจึงจับ  “เสือ”  หรือพยัคฆ์มา  10  ตัว  ร่ายพระเวทย์อันศักดิ์สิทธิ์ดลบันดาลให้เสือนั้นป่นเป็นผง  แล้วจึงเอาผ้าสีดำห่อหุ้มไว้  ประพรมด้วยน้ำอมฤต  ก็พลันบังเกิดเป็นเทพบุตรมีนามว่า  “พระเสาร์”  มีสีกายดำ  เศียรมีเปลวรัศมี  7  แฉก  ทรงมีอิทธิฤทธิ์ยิ่งนักประทับบนวิมานเป็นสีมรกต  ขี่เสือเป็นพาหนะ  สำแดงมหาอำนาจให้ปรากฏ  ด้วยเหตุนี้  ผู้ใดก็ตามเกิดปีขาลในวันเสาร์  ท่านพยากรณ์ว่าได้แก่เสือเทวดา  รักษาดีนักแล  คนนั้นมักดวงแข็ง
   
         ตำนานกำเนิดเสือ  ตามพงศาวดารจีน  สมัยปฐมกษัตริย์องค์แรกๆ ของจีนยุคโบราณ  เมื่อครั้งสร้างโลก  โดยเทพเจ้าพวนโกษีผู้รับเทวโองการประกาศิต  จากพระเจ้าเซกเกียมองนีฮุด  ผู้ยิ่งใหญ่  เมื่อพวนโกษีเปิดผ้าปิดแผ่นดินโดยใช้เวทย์มนต์เนรมิตกายให้สูงใหญ่ถึง  23  ศอก  มือซ้ายถือสิ่ว  มือขวาถือขวานใหญ่  ฟาดฟันด้วยอิทธิฤทธิ์  ผ่าออกเป็นสองส่วน  ส่วนบนที่ใสสะอาดเป็นท้องฟ้า  และส่วนล่างขุ่นข้นกลายเป็นแผ่นดิน  จึงบังเกิดควันเป็นกลุ่มไอฟุ้งกระจาย  เมื่อไอดินและไอฟ้ามากกระทบสัมผัสกัน  พลันเกิดเป็นก้อนศิลาใหญ่แล้วแตกกระจายเป็น  13  ชิ้น  บังเกิดเป็นมนุษย์  13  คน  อันมีเทียนอ่องสี  เป็นปฐมวงศ์กษัตริย์ได้สืบเชื้อสายต่อมาหลายสิบโคตร
   
         จนกระทั่ง ถึงพระเจ้าเงี่ยวเต้ฮ่องเต้  ผู้ครองราชสมบัติในกรุงจีน  ทำให้ปวงประชาชน  ชี   พราหมณ์  ต่างก็อยู่เป็นสุขสันต์โดยทั่วหน้า สืบเนื่องจากอำนาจบุญญาธิการของพระเจ้าแผ่นดินผู้ตั้งอยู่ในทศพิธราชธรรม
   
         กาลครั้งนั้น  ได้มีทะเลสาลึกลับแห่งหนึ่งนามว่า  “ท่องเท่งโอ๋ว”  อยู่ในแขวงเมืองเนียนนำ  ซึ่งอยู่ในย่านกึงตังกึงไซ  ได้บังเกิดอาเพทมีสัตว์ประหลาดเกิดขึ้นซึ่งไม่เคยมีปรากฏก่อนเลย  เป็นสัตว์ชนิดหนึ่งตัวยาวใหญ่ มีสี่เท้า  ผิวตัวเหลืองทองมีลายพาดกลอนขวาง น่าสะพรึงกลัว  เรียกว่า  “พยัคฆ์”  (โฮ้ว)  หรือเสือโคร่ง  ฝูงนี้มี  500  ตัว  มีพญาเสือโคร่ง  เป็นหัวหน้าฝูง  ส่งเสียงร้องดังกังวาลลั่นสนั่นป่า  จนฝูงสัตว์ทั้งปวงแตกตื่นวิ่งหนีกระเจิง  เพราะเกรงกลัวเดช  มีสัตว์อีกชนิดหนึ่งคือ  เสือลายตลับ  หรือเสือดาว  เรียกสัตว์นี้ว่า  “ป่า”  มีนิสัยดุร้ายยิ่งนัก  มักทำร้ายด้วยเขี้ยวเล็บ  และยังมีสัตว์อีกชนิดหนึ่งรูปร่างประหลาดคล้ายนาคกินปลาเท้านั้นสั้น แต่เล็บยาวคม  เรียกชื่อว่า  “ไชย”  หรือราชสีห์
   
        ครั้งนั้นพวกจูเฮ้า  ทำให้เจ้าเมืองร้อนใจยิ่งนัก  ก็เพราะราชสีห์สาราสัตว์เหล่านี้มีจำนวนมากขึ้นทุกวัน  จึงทำหนังสือบอก  เพื่อกราบทูลพระเจ้าเงี่ยวเต้ฮ่องเต้  พอพระองค์ได้ทรงทราบเรื่องก็ตกพระทัย  จึงตรัสว่า  “อันท่องเท่งโอ๋วนั้น  เป็นทะเลสาปโบราณ  ติดต่อกับแม่น้ำที่ใหญ่  ซึ่งเมื่อปีกลายฝนตกชุกมาก  ทำให้น้ำท่วมป่านองไปหมด  สัตว์ร้ายจึงได้แตกตื่น  ออกมาปรากฏตัว  บัดนี้ไม่มีผู้ใด ที่มีฝีมือที่จะกล้าอาสาออกไปปราบได้บ้างรึ”
   
         ทันใดนั้น  เพ่งหงี  นายทหารเอกได้เจียงถุน  ผู้มีฝีมือในตำแหน่งลอกเอียงโหผู้มีพลังมาก  ถืออาวุธคู่มือหนักถึงหนึ่งพันชั่ง  ได้นำทหารเจ็ดพันคนไปขุดดิน  ให้เป็นร่างยักษ์  ขนาดมหึมา  และหาไม้ไผ่มาพาดปากหลุม  คลุมปูด้วยต้นหญ้า  ใช้คนล่อให้เสือและสิงห์ทั้งหลาย  วิ่งตามจนใกล้ถึงปากหลุม  จึงจุดพลุกับประทัด  ทำให้เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว  สัตว์ทั้งหลายก็ตกลงไปในหลุมที่ดักไว้หมด  และต่อจากนั้น  ขุนพลแห่งหงีจึงได้ใช้บ่วงคล้องขึนมา  90  ตัว  นำไปถวายพระเจ้าเงี่ยวเต้ฮ่องเต้  พระองค์ทรงดีพระทัยมาก  จึงได้พระราชทานรางวัลให้แก่ขุนพลมากมาย  และเลี้ยงฉลองเป็นการใหญ่  ตั้งแต่นั้นเป็นมา  “เสือ”  ก็ปรากฏให้ประชาชนชาวจีนได้รู้จัก  และมีกิตติศัพท์เลื่องลือไปทั่วโลก  ชาวเมืองจีนจึงสร้างเสือและสิงห์ไว้ตามหน้าพระราชวัง  ตลอดจนคุ้มาครองป้องกันภยันตรายและภูตผีปิศาจที่มารังควาญ  เมื่อถึงเทศกาลก็มีบูชาเทพเจ้าด้วยเครื่องเซ่นไหว้นานาชนิด  เพื่อความเป็นสิริมงคลและอยู่เป็นสุข  ตลอดกาลนาน
   
อุปเท่ห์การใช้คาถาอาคมขลัง
   
         สิทธิการิยะสาธุชนใดบูชา  “เสือ”  นี้ติดตัวหรือห่อใส่ผ้าเช็ดหน้า  นำติดตัวไปที่ใด  ย่อมเป็นที่คร้ามเกรงอำนาจดีนัก  ถ้าหากนำติดตัวไปหนทางใกล้ไกล  หรือเดินทางเข้าป่าดงพงพี  เผชิญฝูงสัตว์ร้ายและภูตผี  จะมิกล้าทำอันตรายใด ๆ เป็นคงกระพันมหาอุดและแคล้วคลาดเป็นที่สุด 
   
         คาถา  “พญาเสือโคร่ง”  ให้ภาวนาเพื่อให้บังเกิดมีสง่าราศี  มีตบะเดชะเป็นที่ครั่นคร้ามของคนทั้งปวง  ให้เกรงกลัวเราอาจใช้กำกับ  “เสือ”  ในเวลาไปพบผู้ใหญ่  เจ้านาย  หรือจะเผชิญกับศัตรู  ทองว่าพยัคโฆ  พยัคฆสัญญาลัพพะติ  อิติหิหัมหึม

 
 

Main Menu

VirtueMart Login