| กุมารทอง |
|
|
|
หน้า 1 จาก 5 กุมารทอง ดีทางเสน่ห์ ป้องกันภัยอันตราย โชคลาภ ค้าขาย การทำกุมารทอง เริ่มมีตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เป็นราชธานี ในสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 ระหว่าง พ.ศ. 2034 ถึง พ.ศ. 2072 โดยขุนแผนแม่ทัพเอก ผู้มีชื่อเลื่องลือ ศิษย์ของท่านอาจารย์คง วัดแค ผู้เชี่ยวชาญไสยศาสตร์ ในสมัยนั้น วรรณคดีเรื่องขุนช้างขุนแผน ซึ่งนักปราชญ์ได้รับรอง รับประกันว่าประพันธ์ โดยอาศัยเค้าโครงจากเรื่องจริง ในสมัยอยุธยา กล่าวถึงการทำกุมารทอง ของขุนแผนไว้ว่า ๏ ครั้นเวลาดึกสงัดกำดัดหลับ คนระงับนอนเงียบไม่เกรียบไหว ต่อจากนั้น ขุนแผนก็ทำพิธีย่างกุมารทองที่วัดใต้ (เมืองกาญจนบุรี) แล้วจึงทำพิธีปลุกกุมารทองจนถึงรุ่งเช้า มีความว่าดังนี้ เปิดประตูจู่ออกมานอกบ้าน รีบเดินผ่าตัดเข้าวัดใต้ การที่ขุนแผนฆ่านางบัวคลี่แล้วเอาลูกมาทำกุมารทองนั้น ก็เพราะว่าบัวคลี่คิดจะฆ่าขุนแผนก่อน โยเอายาพิษใส่ในอาหารตามแผนการณ์ของบิดาตน แต่ในการต่อๆมาการทำกุมารทองนั้น หาได้ใช้วิธีดั่งนั้นไม่ ตามตำรานั้นอาจารย์ท่านให้คอยดูว่าวัดใดมีผู้นำศพตายทั้งกลม (ตายคู่กันทั้งแม่และเด็กในท้อง) มาฝากหรือฝังไว้ในป่าช้า เพราะหญิงที่ตายทั้งกลมนั้นเขาไม่ทำพิธีเผากันทันที ต้องนำไปฝังไว้ก่อน ครั้นเวลากลางคืนผู้ที่จะทำกุมารทองต้องมีมีดหมออันได้ปลุกเสกถูกต้องตามพิธีการเป็นเครื่องมือที่สำคัญติดตัวไปด้วย การไปเช่นนี้ท่านบังคับให้ไปลำพังคนเดียว จะชวนเพื่อนไปด้วย ไม่ได้เป็นเด็ดขาด เมื่อถึงที่ฝังหรือที่เก็บศพแล้ว จัดการงัดฝาโลงแก้ตราสังศพออก ใช้มีดหมอผ่าท้องศพ เพื่อนำทารกนั้นออกมา ท่านให้บริกรรมด้วยคาถานี้ตลอดเวลาที่กำลังชำแหละศพ คาถาว่าดั้งนี้ " สิทธิเตโช สิทธิจิตตํ มหาภูโต มะสันทนํ " เมื่อได้ตัวเด็กออกมาจากศพแล้ว ให้พูดกับกุมารนั้นว่า " เจ้าเอ๋ย พ่อนี้รักเจ้ามาก พ่ออยากได้เจ้า เป็นลูกของพ่อ ไปอยู่กับพ่อเถิดนะ พ่อจะเลี้ยงดูเจ้าให้สุขสบาย เจ้าเต็มใจไปกับพ่อนะลูกนะ " |



















