พระเครื่อง 
Home บทความ บทความพระเครื่อง ความรู้เกี่ยวกับเครื่องรางของขลัง กุมารทอง
ค้นหาข่าว/บทความ:
  
ค้นหาพระเครื่อง/วัตถุมงคล:


กุมารทอง PDF พิมพ์ อีเมล
ดัชนีบทความ
กุมารทอง
พิธีย่างกุมารทองและการปลุกเสกกุมารทอง
การใช้กุมารทองและการเลี้ยงกุมารทอง
รวมบทคาถากุมารทอง
คาถาปลุกเสกกุมารทอง (เต็มรูปแบบ)
ทุกหน้า

กุมารทอง ดีทางเสน่ห์ ป้องกันภัยอันตราย โชคลาภ ค้าขาย

         การทำกุมารทอง เริ่มมีตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เป็นราชธานี ในสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 ระหว่าง พ.ศ. 2034 ถึง พ.ศ. 2072 โดยขุนแผนแม่ทัพเอก ผู้มีชื่อเลื่องลือ ศิษย์ของท่านอาจารย์คง วัดแค ผู้เชี่ยวชาญไสยศาสตร์ ในสมัยนั้น วรรณคดีเรื่องขุนช้างขุนแผน ซึ่งนักปราชญ์ได้รับรอง รับประกันว่าประพันธ์ โดยอาศัยเค้าโครงจากเรื่องจริง ในสมัยอยุธยา กล่าวถึงการทำกุมารทอง ของขุนแผนไว้ว่า

๏ ครั้นเวลาดึกสงัดกำดัดหลับ                           คนระงับนอนเงียบไม่เกรียบไหว
ก็เป่าคาถาสะกดประกับใจ                                แล้วลุกไปลนลานเตรียมการพลัน
เอาเครื่องอานสารพัดยัดลงย่าม                        กับเทียนสามเล่มใส่ขมีขมัน
กลักเหล็กไฟสายสิญจน์ทั้งเลขยันต์                  ก็พร้อมสรรพฉับพลันด้วยทันที
หยิบเอามีดคร่ำด้ามกัลปังหา                            ตรงมาถึงตัวเจ้าบัวคลี่
แหวกม่านตลบมุ้งขึ้นทันที                                อัจกลับริบหรี่เห็นรำไร
ยืนขึ้นบนเตียงเข้าเคียงข้าง                              พินิจนางนิ่งนอนถอนใจใหญ่
ไม่รู้เลยว่าร่างมันร้างใจ                                    จะฆ่าผัวเสียได้ช่างไม่คิด
แล้วชักมีดตั้งท่าง่าขยับ                                   ใจกลับมืออ่อนสะท้อนจิต
แล้วกลับนึกขึ้นถึงนางวางยาพิษ                       เอาชีวิตเสียเถิดอย่าไว้มัน
เอามีดคร่ำตำอกเข้าต้ำอัก                                เลือดทะลักหลวมทะลุตลอดสัน
นางกระเดือกเสือกดิ้นสิ้นชีวัน                           เลือดก็ดั้นดาษแดงดังแทงควาย
แล้วผ่าแผ่แล่แล่งตลอดอก                               แหวะหวะฉะรกให้ขาดสาย
พินิจแน่แลเห็นว่าเป็นชาย                                ก็สมหมายดีใจไม่รั้งรอ
อุ้มเอาทารกยกจากท้อง                                  กุมารทองมาเถิดไปกับพ่อ
หยิบเอาย่ามใหญ่ใส่สวมคอ                             เอาผ้าห่อลูกชายสะพายไป
หยิบเอาย่ามใหญ่ใส่สวมคอ                             เอาผ้าห่อลูกชายสะพายไป

ต่อจากนั้น ขุนแผนก็ทำพิธีย่างกุมารทองที่วัดใต้ (เมืองกาญจนบุรี)  แล้วจึงทำพิธีปลุกกุมารทองจนถึงรุ่งเช้า มีความว่าดังนี้

เปิดประตูจู่ออกมานอกบ้าน                             รีบเดินผ่าตัดเข้าวัดใต้
ปิดประตูวิหารลั่นดานใน                                  ลิ่มกลอนซ้อนใส่ไว้ตรึงตรา
วางย่ามเปิดกลักแล้วชักชุด                            ตีเหล็กไฟจุดเทียนขึ้นแดงร่า
เอาไม้ชัยพฤกษ์พระยายา                                ปักเป็นขาพาดกันกุมารวาง
ยันต์นารายณ์แผลงฤทธิ์ปิดศรีษะ                    เอายันต์ราชะปะพื้นล่าง
ยันต์นารายณ์ฉีกอกปกปิดกลาง                      ลงยันต์นางพระธรณีที่พื้นดิน
เอาไม้รักปักเสาขึ้นสี่ทิศ                                  ยันต์ปิดปักธงวงสายสิญจน์
ลงเพดานยันต์สังวาลอัมมรินทร์                       ก็พร้อมสิ้นในตำราถูกท่าทาง
เอาไม้มะริดกันเกราเถากันภัย                          ก่อชุดจุดไฟใส่พื้นล่าง
ตั้งจิตสนิทดีไว้ที่ทาง                                      ภาวนานั่งย่างกุมารทอง
เอาไม้มะริดกันเกราเถากันภัย                          ก่อชุดจุดไฟใส่พื้นล่าง
ตั้งจิตสนิทดีไว้ที่ทาง                                      ภาวนานั่งย่างกุมารทอง
ร้อนทั้งตัวทั่วกันน้ำมันฉ่า                                กลับหน้ากลับไปทั้งสอง
เกราะแกร่งแห้งได้ดังใจปอง                           พอรุ่งแจ้งแสงทองขึ้นทันใด

         การที่ขุนแผนฆ่านางบัวคลี่แล้วเอาลูกมาทำกุมารทองนั้น ก็เพราะว่าบัวคลี่คิดจะฆ่าขุนแผนก่อน โยเอายาพิษใส่ในอาหารตามแผนการณ์ของบิดาตน แต่ในการต่อๆมาการทำกุมารทองนั้น หาได้ใช้วิธีดั่งนั้นไม่ ตามตำรานั้นอาจารย์ท่านให้คอยดูว่าวัดใดมีผู้นำศพตายทั้งกลม (ตายคู่กันทั้งแม่และเด็กในท้อง) มาฝากหรือฝังไว้ในป่าช้า เพราะหญิงที่ตายทั้งกลมนั้นเขาไม่ทำพิธีเผากันทันที ต้องนำไปฝังไว้ก่อน ครั้นเวลากลางคืนผู้ที่จะทำกุมารทองต้องมีมีดหมออันได้ปลุกเสกถูกต้องตามพิธีการเป็นเครื่องมือที่สำคัญติดตัวไปด้วย การไปเช่นนี้ท่านบังคับให้ไปลำพังคนเดียว จะชวนเพื่อนไปด้วย ไม่ได้เป็นเด็ดขาด เมื่อถึงที่ฝังหรือที่เก็บศพแล้ว จัดการงัดฝาโลงแก้ตราสังศพออก ใช้มีดหมอผ่าท้องศพ เพื่อนำทารกนั้นออกมา ท่านให้บริกรรมด้วยคาถานี้ตลอดเวลาที่กำลังชำแหละศพ  คาถาว่าดั้งนี้ " สิทธิเตโช สิทธิจิตตํ มหาภูโต มะสันทนํ "

         เมื่อได้ตัวเด็กออกมาจากศพแล้ว ให้พูดกับกุมารนั้นว่า " เจ้าเอ๋ย พ่อนี้รักเจ้ามาก พ่ออยากได้เจ้า เป็นลูกของพ่อ ไปอยู่กับพ่อเถิดนะ พ่อจะเลี้ยงดูเจ้าให้สุขสบาย เจ้าเต็มใจไปกับพ่อนะลูกนะ "
ตามตำราท่านว่า ให้พูดเองตอบเอง แล้วทำนิมิตให้เห็นว่ากุมารทองนั้น ลุกขึ้นและพูดด้วยกับตนดุจดังกุมารนั้นมีชีวิตจริง ๆ เมื่อผู้ทำกุมารทอง พูดเองเออเอง ทำนองว่ากุมารนั้นเต็มใจไปเป็นลูกแล้ว ท่านจึงให้ตัดสายรก อันเป็นอวัยวะที่สัมพันธ์อยู๋กับอุทรของมารดา ออกจากกันทันที



 
 

VirtueMart Login