พระเครื่อง
Home บทความ บทความพระเครื่อง บทความ หลวงพ่อคูณ กูมีแต่รถสูบส้วม (หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ วัดบ้านไร่)
ค้นหาข่าว/บทความ:
  
ค้นหาพระเครื่อง/วัตถุมงคล:


กูมีแต่รถสูบส้วม (หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ วัดบ้านไร่) PDF พิมพ์ อีเมล

กูมีแต่รถสูบส้วม (หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ วัดบ้านไร่)

 

ขณะที่รวบรวมเรื่องราวของหลวงพ่อคูณ ได้พบข้อเขียนของ คุณนันที ดีพร้อม เป็นบทความที่ตีพิมพ์ลงในหนังสือพิมพ์ ข่าวสดในหัวข้อ “บริษัท “ไม่” จำกัด เทศบาลวัดบ้านไร่”


ผมขออนุญาตคุณนันทีคัดลอกบางตอนไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ ตั้งแต่ ปี พ.ศ. ๒๕๒๘ เป็นต้นมา หลวงพ่อคูณบริจาคเงินไปแล้ว เกือบ ๔๐๐ ล้านบาท ทั้งในด้านสาธารณสุข การศึกษา ศาสนา และสาธารณประโยชน์ แต่เมื่อลองไปถามหลวงพ่อคูณว่าท่านมีทรัพย์สินอะไร กันเขาบ้าง

คำตอบที่ได้รับก็คือ “ไม่มีหรอกไอ้หลานเอ๊ย กูมีแต่รถสูบส้วม เพราะ ถ้าจ้างเขาก็แพง แล้วก็มีรถสูบน้ำ รถขนขยะ นอกนั้นไม่มีหรอก”

แล้วหลวงพ่อไม่คิดมีรถหรูๆ ไว้ประดับบารมีอย่างคนอื่นเขาบ้างหรือ เราลองหยอดคำถามไปอีก ก็ได้รับคำตอบอย่างทันควันอีกเช่นกันว่า “ไม่ เอาดอก ไม่เอาดอก เป็นภาระผูกพัน”
สั้นๆ แต่ลึกซึ้ง ตามสไตล์พระนักทำที่ไม่ชอบเทศน์ แต่แฝงไว้ด้วย หลักธรรมที่บรรดาผู้ซึ่งศรัทธาหลวงพ่อคูณน่าจะกลับไปคิดและปฏิบัติ อย่างยิ่ง

ทรัพย์สินเพียง ๓ อย่างที่หลวงพ่อคูณบอกนั้นแหละเป็นเครื่องมือที่ ทางวัดใช้จัดการกับภารกิจต่างๆ ที่เทศบาลพึงกระทำ

สำหรับรถบรรทุกน้ำสิบล้อที่มีขนาดพอๆ กับรถดับเพลิงมูลค่า ๑,๒๔๕,๐๐๐ บาท ต้องทำหน้าที่ขนน้ำจากสระที่บ้านโคกรักษ์ อำเภอด่าน ขุนทด วันหนึ่งประมาณ ๓-๔ เที่ยวเพื่อนำมาบรรจุไว้บนแท็งก์สูงแล้ว แจกจ่ายไปใช้ในบริเวณวัดและหมู่บ้านใกล้ๆ วัด

แต่ด้วยบารมีของหลวงพ่อคูณและพระมหากรุณาธิคุณของพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทำให้วัดบ้านไร่และหมู่บ้านใกล้เคียงไม่ต้องเดือดร้อน เรื่องน้ำกันอีกต่อไป

เนื่องจากพระองค์มีพระราชดำริให้กรมชลประทานดำเนินการจัดหาน้ำ ด้วยการผันน้ำจาก ลำห้วย มาเก็บไว้ในแถบบ้านไร่ โดยน้ำส่วนหนึ่งจะถูก เก็บไว้ในสระภายในบริเวณวัดและจัดสร้างอ่างเก็บน้ำอีกส่วนหนึ่งสำหรับ ประชาชนใกล้เคียงได้ใช้เพื่อการบริโภคและเกษตรกรรม

ส่วนรถขนขยะของวัดนั้นไม่เหมือนรถขนขยะทั่วไป เพราะที่นี่เขาใช้ รถขนปูนแบบที่มีกระบะอยู่ตอนหน้า โดยนำรถที่ใช้ในงานก่อสร้างใหญ่ๆ มาดัดแปลงแต่งโฉมใส่หลังคากันแดดกันฝน พร้อมกับติดตั้งฝาปิดกระบะ จนกลายมาเป็นรถขนขยะประจำวัด

ภารกิจในแต่ละวันของเจ้าสี่ล้อจอมลุย จะเริ่มขึ้นหลังจากที่เจ้าหน้าที่ แผนกเก็บขยะ ๔-๕ คน จัดการเก็บกวาดรวบรวมขยะในแต่ละวันเป็นที่ เรียบร้อยแล้ว โดยพลขับขาประจำจะขนขยะกองพะเนินไปทิ้งที่บ่อขนาดใหญ่ ซึ่งอยู่ห่างจากตัววัดประมาณ ๒ กิโลเมตร จนหมดก็เป็นอันว่าจอมลุยของ วัดก็หมดหน้าที่และถูกนำไปจอดไว้หลังศาลาเพื่อรอคอยภารกิจในวันต่อไป

มาถึงรถคันสุดท้ายของหลวงพ่อ มีมูลค่า ๔๕๐,๐๐๐ บาท เป็นรถหกล้อสีฟ้า ติดสติ๊กเกอร์สีแดงขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ไว้ว่า “วัดบ้านไร่” เป็น รถสูบส้วมขนาดกะทัดรัดที่ต้องคอยรองรับส้วมจำนวนเกือบร้อยหลุมที่กระจายอยู่ตามจุดต่างๆ ๙ จุด ทั่วบริเวณวัด

ดาว พิขุนทด พนักงานขับรถที่ขับทั้งรถสูบส้วมและรถขนน้ำ จะเป็นผู้ขับรถไปตามจุดต่างๆ โดยมีเจ้าหน้าที่ประจำวัดกว่า ๓๐ คน ที่คอยผลัด เปลี่ยนหมุนเวียนกันทำหน้าที่ต่างๆ ภายในวัดคอยช่วยเหลืออีกแรง

ตามปกติแล้วอาทิตย์หนึ่งจะต้องสูบส้วม ๑ ครั้ง ในวันจันทร์หรือ วันอังคาร แต่เวลามีงานใหญ่ อย่างเมื่อวันที่ในหลวงและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถเสด็จฯ นั้น เจ้าหน้าที่วัดเล่าให้ฟังว่าสูบมา ๒ วัน ยังเสด็จไปไม่ถึงครึ่งเลย คิดดูก็แล้วกันว่ามันมากมายก่ายกองขนาดไหน

แล้วไอ้ของเน่าของเสียเหล่านี้เทศบาลวัดบ้านไร่เขาเอาไปทิ้งที่ไหนกัน หรือ เปล่าไม่ได้ทิ้งให้เสียเปล่า เขาเอากลับไปรีไซเคิลแบบง่ายๆ โดยใช้ เป็นปุยให้กับต้นไม้ที่หลวงพ่อคูณปลูกไว้เป็นสวนป่า จำพวกไม้ประดู่ มะค่า เต็ง รัง ฯลฯ

ขณะนี้เจริญเติบโตพอจะให้ร่มเงาได้บ้าง แล้วใครสนใจอยากจะเอาปุ๋ยสูตรนี้ไปใช้รับรองว่าไม่ผิดหวัง ลงทุนไม่มากแถมยังได้ปุยธรรมชาติที่ ปราศจากสารเคมีอีกด้วย

คงเห็นกันแล้วว่า เทศบาลวัดบ้านไร่เขาทำงานกันอย่างไร ไม่แตก ต่างจากเทศบาลทั่วๆ ไปเท่าไร ผิดกันแต่เจ้าหน้าที่ที่นี่ นอกจากจะทำงาน เพื่อค่าตอบแทนวันละ ๗๐ บาทบ้าง ๑๐๐ บาทบ้าง เพื่อเลี้ยงชีพแล้ว เขา เหล่านี้ถือว่าเป็นบุญกุศลที่ได้รับใช้ใกล้ชิดหลวงพ่อคูณเทพเจ้าแห่งที่ราบสูง

ผู้ซึ่งสละแล้วทุกสิ่งเพื่อสาธารณกุศล ผู้ซึ่งสะอาดแล้วทั้งกายและจิตใจ จะว่าไปแล้ววัดหรือบ้านสกปรกยังปัดกวาดเช็ดถูได้ แต่ถ้าใจคน สกปรกมากมายด้วยกิเลสตัณหา เทศบาลไหนๆ ก็ช่วยไม่ไต้นะนายเอ๋ย

 
 

Main Menu