พระเครื่อง
Home บทความ บทความพระเครื่อง ความรู้เกี่ยวกับเครื่องรางของขลัง ขันน้ำมนต์ พุทธคุณทาง มหาโชค มหาลาภ
ค้นหาข่าว/บทความ:
  
ค้นหาพระเครื่อง/วัตถุมงคล:


ขันน้ำมนต์ พุทธคุณทาง มหาโชค มหาลาภ PDF พิมพ์ อีเมล

ขันน้ำมนต์ พุทธคุณทาง มหาโชค มหาลาภ
 
         ขันน้ำมนต์นั้นถ้าจะว่ากันไปแต่เดิมไม่คอ่ยมีการสร้างกันเป็นกิจจะลักษณะ  แต่ในวรรณคดีบางเล่มได้ระบุถึงเรื่องขันน้ำมนต์เอาไว้  อาทิ  ขุนช้างขุนแผน  เป็นต้น แต่ไม่ได้เป็นขันน้ำมนต์ตรงตัวหากแต่เป็นขันสัมฤทธิ์ที่ใช้ตักน้ำล้างหน้า  แล้วเอามาใส่หน้าเพื่อปลุกเสกให้เป็นน้ำมนต์โดยเอาพระเครื่อง หรือ เครื่องรางของขลังแช่ลงไปในขัน การสร้างขันน้ำมนต์เอาเป็นหลักเป็นฐานกันในสมัยของสมเด็จพระสังฆราชเจ้ากรมพระยาปวเรศวิริยาลงกรณ์แห่งวัดบวรนิเวศฯ 

         เพราะพระองค์ทรงสถาปนาพระกริ่งขึ้นเป็นแบบไทยเป็นครั้งแรก  ทรงนำพระกริ่งที่สร้างนั้นมาบรรจุไว้ในเต้า  หรือหม้อน้ำที่มีฝาครอบเพื่อทำน้ำพระพุทธมนต์และถวายให้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่  5 ทรงสร้างในงานพุทธาภิเษกเป็นประจำทุกครั้งจึงมีปรากฎในจดหมายเหตุพระราชกิจรายวัน  จึงยอมรับกันว่าพระผู้ที่ให้กำเนิดขันน้ำมนต์อย่างจริงจังก็คือ  สมเด็จพระสังฆราชเจ้ากรมพระยาปวเรศวิริยาลงกรณ์พระองค์นี้เอง
 
         เมื่อมีการสร้างพระกริ่งขึ้นในสำนักวัดสุทัศน์ฯ โดยสมเด็จพระสังฆราชแพ  ติสสะเทวะ  ก็ทรงสร้างพระชัยวัฒน์ประกอบด้วย  ส่วนพระกริ่งทรงมุ่งหมายให้นำไปบรรจุไว้ในขันน้ำมนต์ที่พระคุณท่านทรงสร้างขึ้นหรือที่มีอยู่แล้ว  เพื่อเอาน้ำในขันน้ำมนต์ก็หรือในเต้ามาล้างให้เกิดความเป็นสิริมงคล  ส่วนพระชัยวัฒน์ให้นำติดตัว  แต่ในปัจจุบันท่นผู้รู้ทั้งหลายได้เอาพระกริ่งนำมาใส่ตลับแขวนติดตัวกันอย่างหน้าตาเฉย ซึ่งผิดไปจากวัตถุประสงค์ของผู้สร้างที่ต้องการจะให้ใช้ทำน้ำมนต์

         ขันน้ำมนต์ของสำนักวัดสุทัศน์ฯ  นั้นเรียกกันว่า  “ปทุมโลหิต”  สร้างกันน้อยมากเท่ากับจำนวนพระกริ่งที่สมเด็จพระสังฆราชแพ  ติสสะเทวะทรงสร้าง  จึงไม่พบเห็นกันในวงการพระเครื่องทั่วไปมากนัก  ดังนั้นผู้เขียนจะขอผ่านไปเพราะสุดที่เราท่านจะเสาะหามาได้  แต่จะพูดถึงขันน้ำมนต์ที่พอจะหากันได้เท่านั้น
 
         ในที่นี้ก็หมายถึงขันน้ำมนต์โดยทั่ว ๆ ไป  เช่น  วัดชนะสงครามและวัดชิโนรส  ฯลฯ  เป็นต้น  แต่การสร้างขันน้ำมนต์ถ้าจะเอากันจริง ๆ จะต้องนำโลหะมาลงอักขระแล้วหล่อหลอมเข้ากับโลหะมงคลต่าง ๆในเบ้า พอเทหล่อออกมาเป็นรูปขันให้มีความหนาพอสมควร  ส่วนจะเป็นนวโลหะหรือสัมฤทธิก็แล้วแต่จะปสมโลหะและรอบ ๆ ขันน้ำมนต์จะต้องทำเป็นลวดลายมงคลเรียกว่า  “โสพัสมงคล”  อันประกอบด้วยธงชัย  พานทูนธรรมจักรสังข์  พระพุทธประทับในปราสาทและเทวดา  เป็นต้น  แล้วแต่จะบรรจุให้ครบสิบหกอย่างตามตำราก็แล้วกัน  หากไม่ทำเป็นลวดลายเช่นนี้เพราะยุ่งยากก็ให้ลงยันต์เป็นดวง  16  ดวงแทนก็ได้  เป็นโสพัสมงคลเหมือนกัน
 
         ส่วนก้นขันต้องประทับด้วยยันต์ปทุมจักรแบบดอกบัวบาน  ตรงกลางเป็นยันต์ตรีนิสงเหหรือพุทธนิมิตเป็นอาทิ  เพื่อทำให้น้ำในขันได้รับมงคลเป็นน้ำมนต์  ส่วนฝาครอบถ้ามีทำเป็นจุดตรงกลางจะเป็นรูปดอกบัวตูม  อันเป็นสัญลักษณ์ของพระพุทธเจ้าอันถือกำเนิดมาจากดอกบัวนั่นเอง  ดังจะเห็นได้ว่าขันน้ำมนต์ของสำนักวัดชนะสงคราม
จะมียันต์และโสพัสมงคลให้เห็นปรากฎอยู่อย่างเด่นชัด
 
         ในปี พ.ศ. 2508  นั้น  ได้มีการสร้างขันน้ำมนต์ของวัดชิโนรสโดยท่านใช้อุปเท่ห์ใหม่  ด้วยการจารึกพระมหาชินบัญชรครบสูตรลงไปโดยรอบขันน้ำมนต์และจะประดับด้วยภาพจำลองพระสมเด็จนางพญาและพระอีกหลายองค์เรียกว่า  “ขันน้ำมนต์มหาชินบัญชร”  ได้สร้างเพียงพันกว่าใบและปรากฎว่าหมดในตอนการสั่งจอง  ซึ่งเป็นที่อัศจรรย์
ใจเป็นอย่างยิ่ง  ตรงกลางยังได้บรรจุพระกริ่งเอาไว้ให้อีกองค์หนึ่งด้วย
 
         ขันน้ำมนต์นี้โบราณท่านเอาไว้ใช้สำหรับบรรจุน้ำแล้วลอยด้วยดอกมะลิเอาไปตั้งหน้าหิ้งบูชาพระเวลาสวดมนต์ถวายพระก็เปิดฝาขันน้ำมนต์เพื่อรับรังสีจากการถวายพระ  เมื่อเสร็จแล้วก็ปิดฝากันไม่ให้สัตว์และแมลงตกลงไปตาย เป็นอวมงคล  พอถึงตอนเช้าก็เอามาล้างหน้าเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตัวเองดีนัก
 
         ถ้าพูดถึงสำหรับชาวบ้านอย่างเราท่าน  หากต้องการจะทำผู้เขียนก็จะแนะนำวิธีให้เอาอย่างนี้  ท่านไปหาซื้อขันน้ำมนต์ชนิดมีฝาครอบ  จากร้านขายแถว ๆ เสาชิงช้ามาใบหนึ่ง  จากนั้นก็เตรียมดอกมะลิสดล้างให้สะอาดลอยลงไปในน้ำแล้วนำเอาพระเครื่องหรือสิ่งของที่ในขันน้ำมนต์  และเอาไปตั้งไว้หน้าหิ้งพระกับหาเทียนขี้ผึ้งแท้สำรหับทำน้ำมนต์ตามร้านขายเครื่องบวชเขามีขายแน่  (ห้ามใช้เทียนย้อมสีเด็ดขาด)  เวลาคุณจะบูชาพระคุณก็เปิดฝาเอาไว้  เทียนน้ำมนต์คุณก็ปักติดกับขอบของขันน้ำมนต์ให้ปลายเอนหน่อยกะให้น้ำตาเทียนหยดลงไปได้สะดวกหรือไม่ก็หาไม้มาวางพาดปากขันเพื่อคุณจะได้วางเทียนได้และสวดมนต์ของคุณไปตามที่คุณได้ร่ำเรียนมา

เมื่อยังไม่จบคุณก็ไม่ต้องหยุดจุดเทียนน้ำมนต์  พอคุณสวดจบแล้วจะอธิษฐานก็จุดเทียนน้ำมนต์ขอพรพระให้ประสิทธิพระพุทธมนต์  เมื่อจะดับเทียนก็ให้ว่าคาถาดังนี้
 
         ภะวะตุสัพพะมังคะลัง  รักขันตุ  สัพพะเทวะตา  สัพพะพุทธานุภาเวนะ  สะทาโสตถี  ภะวันตุเต  ภะวะตุสัพพะมังคะลัง  รักขันตุ  สัพพะเทวะตา  สัพพะธัมมานุภาเวนะ  สะทาโสตถี  ภะวันตุเต  ภะวะตุสัพพะมังคะลัง  รักขันตุสัพพะเทวตา  สัพพะสังฆานุภาเวนะ  สะทดสตถี
 
         เมื่อท่องจบแล้วดับเทียนจะใช้มือปัดให้ดับหรือเอาเทียนจุ่มลงไปดับในน้ำก็แล้วแต่  นั่นแหละน้ำพระพุทธมนต์และปิดฝาครอบให้มิดชิดกันแมลงลงไป  พอถึงตอนเช้าคุณก็เอาน้ำในขันน้ำมนต์ไปล้างหน้า  ส่วนการล้างหน้าให้หันหน้าไปทางทิศตะวันออกแล้วอธิษฐานให้เกิดความสิริมงคลและอย่าลืมควรออกไปยืนนอกชายคาบ้าน  ห้าม
อยู่ใต้ชายคาบ้าน  แล้วว่าพระคาถามงกุฎเพชรพระพุทธเจ้าว่า

         อิติปีโสเสเสอิ  อิเสเสพุทธ  นะนาเมอิ  อิเมนาพุทธะตังโสอิ  อิโสตังพุทธปิติอิ  ครบสามจบแล้วจึงล้างหน้าเถิดจะเกิดสิริมงคลเป็นอย่างยิ่ง  คนโบราณคุณหลวง  คุณพระท่านจะทำของท่านอย่างนี้

 
 

Main Menu

VirtueMart Login