พระเครื่อง
Home บทความ บทความพระเครื่อง บทความ หลวงพ่อคูณ ชีวประวัติของหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ วัดบ้านไร่ จังหวัดนครราชสีมา
ค้นหาข่าว/บทความ:
  
ค้นหาพระเครื่อง/วัตถุมงคล:


ชีวประวัติของหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ วัดบ้านไร่ จังหวัดนครราชสีมา PDF พิมพ์ อีเมล

ชีวประวัติของหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ วัดบ้านไร่ จังหวัดนครราชสีมา



หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ มีนามเดิมว่า คูณ ฉัตรพลกรัง เป็นบุตร คนหัวปีของ นายบุญ - นางทองขาว ฉัตรพลกรัง เกิดเมื่อวันพฤหัสบดี แรม ๑๐ ค่ำ เดือน ๑๑ ปีกุน ตรงกับวันที่ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๖๖บ้านไร่ หมู่ที่ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา

มีน้องร่วมอุทรสองคนเป็นผู้หญิงทั้งคู่ คือ ๑. นางคำมั่น แจ้งแสงใส ๒. นางทองหล่อ เพ็ญจันทร์

เมื่อยังเยาว์วัย ท่านและน้องสาวทั้งสองคนอยู่ในความอุปการะของ น้าสาว เพราะนายบุญ - นางทองขาว บิดามารดาของท่านเสียชีวิตไปหมด แล้ว อยู่กับน้าสาวจนกระทั่งอายุครบบวช จึงได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ พัทธสีมาวัดถนนหักใหญ่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่พฤษภาคม พ.ศ. ๒๙๘๗ ตรงกับวันศุกร์ เดือนปีวอก

โดยมี ท่านพระครูวิจารยติกิจ เจ้าคณะอำเภอด่านขุนทด เป็นพระอุปัชฌาย์ และพระอธิการทองสุข วัด!ศกรักษ์ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ได้รับฉายา ว่า “ปริสุทฺโธ”
เมื่ออุปสมบทเป็นพระภิกษุเรียบร้อยแล้วก็ไปจำพรรษาอยู่ ณ วัด บ้านหนองโพ ต.สำนักตะคร้อ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา โดยได้ ฝากตัวเป็นศิษย์ของหลวงพ่อแดง ซึ่งเป็นพระนักปฏิบัติ ทางคันถธุระ และวิปัสสนาธุระ เป็นพระเกจิอาจารย์ผู้เรืองวิทยาคม จนเป็นที่เลื่อมใส ศรัทธาของพุทธคาสนิกชนในจังหวัดนครราชสีมาและจังหวัดใกล้เคียง
เมื่อฝากตัวเป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อแดงแล้ว พระภิกษุคูณ ปริสุทฺโธ ก็ตั้งใจศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัยและพระปริยัติธรรมด้วยความ ขยันหมั่นเพียร ประพฤติปฏิบัติตนตั้งมั่นอยู่ในกรอบแห่งพระธรรมวินัย อย่างเคร่งครัด ทั้งคอยรับใช้ปรนนิบัติพระอาจารย์อย่างใกล้ชิด จนได้รับ ความเมตตาและโปรดปรานจากหลวงพ่อแดง ถ่ายทอดวิชาวิทยาคมต่างๆ ให้พระภิกษุคูณโดยไม่ปิดบังอำพราง

เมื่อเรียนวิชาจากพระอาจารย์หลวงพ่อแดง จนไม่มีอะไรจะเรียน อีกแล้ว หลวงพ่อแดงก็พาตัวพระภิกษุคูณ ปริสุทฺโธ ไปฝากให้เป็นศิษย์ ของหลวงพ่อคง พุทฺธสโร วัดถนนหักใหญ่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นวัดที่พระภิกษุคูณได้อุปสมบทนั่นเอง

หลวงพ่อคง เป็นสหธรรมิกกับหลวงพ่อแดง เป็นพระเกจิอาจารย์ที่ เรืองวิทยาคมไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าหลวงพ่อแดง พระอาจารย์ทั้งสองรูปนี้ต่าง ก็ให้ความเคารพในปฏิปทาของกันและกันเป็นอันดี เมื่อใดที่ได้พบปะเยี่ยม เยือนกัน ก็มักจะสนทนาข้อธรรมะ และแลกเปลี่ยนความรู้ในเรื่องวิชาอาคม กันเสมอ หลวงพ่อแดงจึงรู้ว่าหลวงพ่อคงเป็นพระที่มีวิทยาคมแก่กล้า สมควรที่จะให้พระภิกษุคูณ ปริสุทฺโธ ศิษย์ของท่านมาศึกษาหาความรู้ เพิ่มเติมกับหลวงพ่อคงต่ออีก

หลวงพ่อคงนั้นเป็นพระที่ถือสันโดษและนิยมการถือธุดงค์วัตรอยู่เป็นนิตย์ เมื่อพระภิกษุคูณมาอยู่กับหลวงพ่อคง นอกจากตั้งใจศึกษาเล่าเรียน ด้วยความวิริยะ อุตสาหะแล้ว ยังได้ปรนนิบัติดูแลรับใช้หลวงพ่อคงเหมือน ที่เคยปฏิบัติต่อหลวงพ่อแดงเช่นกัน นอกจากนั้นก็ยังได้ติดตามหลวงพ่อคง ออกธุดงค์ตามป่าเขาอยู่เนืองๆ

หลวงพ่อคงได้สั่งสอนอบรมพระภิกษุคูณ ทั้งในด้านปริยัติปฏิบัติและ ปฏิเวธ ได้ชี้แนวทางการถือธุดงค์วัตร การถือสันโดษ ตลอดจนถ่ายทอด วิชาอาคมและไสยศาสตร์ต่างๆ ให้จนหมดสิ้น จนพระภิกษุคูณ ปริสุทฺโธ มีความเชื่อมั่นว่าสามารถจะช่วยตัวเองได้แล้ว จึงกราบนมัสการขออนุญาต ต่อหลวงพ่อคง เพื่อออกธุดงค์แสวงหาโมกขธรรม อันเป็นธรรมขั้นปรมัตถ์ คือความจริงอันเป็นที่สุด

หลวงพ่อคงพิจารณาแล้วเห็นว่า ศิษย์จะสามารถทำได้จึงอนุญาต เมื่อพระอาจารย์อนุญาตแล้ว พระภิกษุคูณ ปริสุทฺโธ ก็ออกธุดงค์ไปอย่าง โดดเดี่ยวเพียงรูปเดียว รอนแรมไปตามป่าตามเขาที่วิเวกและสงบ เหมาะแก่การปฏิบัติธรรมโดยมิได้เกรงกลัวสิ่งใด ได้ธุดงค์ไปในไพรกว้างทางแถบ ตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย เลยเข้าไปในดินแดนลาวและเขมรด้วย ท่านเป็น “พระป่า” อยู่หลายปี

ท่านใช้เวลาเหล่านั้นสึกจิตใจกล้าแข็ง ทำวิปัสสนากรรมฐานและเดิน จงกรมในป่าที่วิเวกด้วยธรรมชาติแท้ๆ ท่องบ่นฟื้นฟูวิชาอาคมที่ได้เล่าเรียน มาจากครูบาอาจารย์
สมัยสี่สิบปีก่อนโน้นภาคอีสานของไทยยังมีป่าอยู่มาก คงจะเคย ได้ยินชื่อ ดงพญาเย็น ดงพญาไฟ กันมาบ้างแล้ว เดี๋ยวนี้กลายเป็นที่ราบเป็นไร่เป็นสวนไปหมด ท่านจึงท่องเที่ยวธุดงค์อยู่ในป่าไต้นานๆ

เมื่อถึงฤดูเข้าพรรษา พระสงฆ์จะต้องอยู่เป็นที่เป็นทาง ไม่ให้จาริก ไปในที่ต่างๆ ตลอดเวลาสามเดือน เมื่อพระพระภิกษุคูณ ปริสุทฺโธ ธุดงค์ ไปใกล้หมู่บ้านชุมชนที่มีวัด ท่านก็จะเข้าไปขออาศัยพักจำพรรษาอยู่ที่วัดนั้น ตลอดพรรษา เมื่อออกพรรษาแล้วก็จะออกจาริกหาความวิเวกเพื่อปฏิบัติ ธรรมต่อไป

แต่ถ้าในช่วงที่จวนจะเข้าพรรษาแล้ว ท่านยังธุดงค์อยู่ในป่าลึก ท่าน ก็จะเสาะหาถ้ำบนภูเขาแล้วจำพรรษาอยู่ในถ้ำนั้นตลอดฤดูเข้าพรรษา ซึ่งเป็นฤดูฝน ฝนตกชุก การเดินทางไปมาไม่สะดวก ๏

 
 

Main Menu