พระเครื่อง 
Home บทความ บทความธรรมะ ตนแลเป็นที่พึ่งของตน
ค้นหาข่าว/บทความ:
  
ค้นหาพระเครื่อง/วัตถุมงคล:


ตนแลเป็นที่พึ่งของตน PDF พิมพ์ อีเมล

ตนแลเป็นที่พึ่งของตน

         ความทุกข์ไม่เป็นสิ่งที่เจริญใจจึงไม่มีใครปรารถนาแต่ถึงไม่ปรารถนาก็จำต้องได้ รับ ไม่มีทางจะหลีกเลี่ยงได้ ทุกข์จึงจัดเป็นภัย คือน่ากลัว เพราะเหตุนี้ คนทุกๆ คน ถ้าไม่มีที่พึ่งพำนักอาศัย ก็กล่าวได้ว่า ผู้นั้นต้องทุกข์ถึงตาย หรือทุกข์อย่างสาหัส เพราะว่าผู้ไม่มีที่พึ่งอยู่เป็นทุกข์ เปรียบเหมือนตกอยู่ในท่ามกลางมหาสมุทร ถ้าไม่ได้เครื่องชูชีพ หรือพบเกาะเป็นที่พึ่งพำนัก ก็กล่าวได้ว่าผู้นั้นต้องตาย หรือลำบากแทบตาย

         ที่พึ่งมีมากมาย เบื้องต้นก็ต้องพึ่งอาศัยบิดามารดา พึ่งครูอาจารย์ในการศึกษาเล่าเรียน มีธุระเหลือบ่ากว่าแรงตน ก็ต้องพึ่งมิตรสหาย ในที่สุดเมื่อชราและเจ็บป่วย ก็ต้องพึ่งบุตรธิดาและแพทย์ เป็นต้น คนบางคนพอมีทุกข์เกิดขึ้น ก็พึ่งสิ่งต่างๆ เช่น ภูเขา ต้นไม้ ผีสางนางไม้ ที่ทำลงไปเช่นนี้ เพื่อต้องการจะพ้นจากทุกข์ ต้องดิ้นรนหาที่พึ่งต่างๆ ตามความเชื่อถือของตน ที่พึ่งเหล่านี้พระพุทธเจ้ามิได้ตรัสห้าม แต่ไม่ทรงส่งเสริม เพราะบิดามารดาเป็นต้นนั้น เป็นที่พึ่งได้จริง แต่จัดเป็นที่พึ่งภายนอก เป็นที่พึ่งได้ชั่วคราว เพราะฉะนั้น สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเมื่อตรัสสอนให้มีที่พึ่ง จึงไม่ได้ทรงหมายถึงที่พึ่งภายนอกเหล่านี้ แต่ทรงประสงค์เอาที่พึ่งภายใน คือ การพึ่งตนเอง เพราะเป็นที่พึ่งได้แน่นอน

         การพึ่งตนนั้น มิได้ประสงค์ว่าพึ่งสรีระร่างกาย เพราะสรีระร่างกายเป็นแต่เครื่องอาศัยชั่วคราว ไม่เป็นแก่นสารยังยืน จึงกล่าวได้ว่า หัวใจแห่งการพึ่งตนอยู่ที่คุณความดี มีพุทธภาษิตตรัสไว้ว่า "ธัมมะทีปา มีธรรมะเป็นเกาะ ธัมมะสะระณา มีธรรมเป็นสรณะ อะนัญญะสะระณา อย่ามีสิ่งอื่นเป็นสรณะ"

         อันธรรมะเป็นของมีแก่นสาร ไม่มีกำหนดกาลเวลา เป็นของดีมีหลักฐาน ควรจะอ้างอิงชี้ชวนให้มาชมได้ เพราะฉะนั้น จึงไม่มีอะไรสงบเย็นเท่าธรรมะ ควรจะนำมาสู่ตน หรือน้อมตนไปในธรรมะนั้น เพื่อความเย็นสงบและระงับร้อน ดังนั้น ธรรมะจึงเป็นที่พึ่งอย่างประเสริฐ

         ธรรมะเป็นที่พึ่งอันสำคัญก็จริง แต่ธรรมะที่อยู่ตามธรรมดา ย่อมไม่สำเร็จเป็นที่พึ่งอันใดได้ แต่เมื่อบุคคลบำเพ็ญธรรมะนั้นให้มีขึ้นในตนแล้ว จึงสำเร็จเป็นที่พึ่งได้ เพราะอาศัยตนเป็นที่พึ่งนั่นเอง เปรียบเหมือนร่มที่อยู่ตามลำพัง หาสำเร็จประโยชน์ตามหน้าที่ไม่ ต่อเมื่อบุคคลนำมากางขึ้น จึงสำเร็จประโยชน์ในอันบังแดดฝนได้ เพราะเหตุนี้ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงตรัสสอนให้พึ่งทั้งตนและพึ่งทั้งธรรมะ

         ที่พึ่งคือตน และธรรมะดังที่กล่าวมาข้างต้นนั้น เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ และสร้างให้มีขึ้นได้ ด้วยการปฏิบัติตามธรรมะที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ ซึ่งล้วนเป็นอุปการะในการสร้างที่พึ่งทั้งนั้น ดังพุทธภาษิตบทหนึ่งว่า "ผู้มีปัญญาพึงสร้างเกาะคือที่พึ่ง ซึ่งห้วงน้ำท่วมไม่ได้ ด้วยธรรมะ 4 ข้อ คือ ความหมั่น ความไม่มัวเมา ความสำรวมระวัง ความปราบปรามตน"

         ดังนั้น เมื่อตรัสสอนให้ปฏิบัติธรรมอันกระทำที่พึ่งแล้ว จึงตรัสรับรองว่า "เอวัง โข อานันทะ ภิกขุ อัตตะทีโป อัตตะสะระโณ อนัญญะสะระโณ ธัมมะทีโป ธัมมะสะระโณ อนัญญะสะระโณ แปลความว่า อย่างนี้แล อานนท์ ภิกษุชื่อว่ามีตนเป็นเกาะ มีตนเป็นสรณะ ไม่มีสิ่งอื่นเป็นสรณะ มีธรรมเป็นเกาะ มีธรรมเป็นสรณะ ไม่มีสิ่งอื่นเป็นสรณะ" แล

คอลัมน์ ธรรมะวันหยุด
โดย
พระเทพคุณาภรณ์ (โสภณ โสภณจิตฺโต ป.ธ. ๙) เจ้าอาวาสวัดเทวราชกุญชรวรวิหาร

 
 

Warning: fopen(/home/aekcub/domains/itti-patihan.com/public_html/components/com_sh404sef/cache/shCacheContent.php) [function.fopen]: failed to open stream: Permission denied in /home/aekcub/domains/itti-patihan.com/public_html/components/com_sh404sef/shCache.php on line 227