พระเครื่อง
Home บทความ บทความพระเครื่อง นานาสาระพระเครื่อง ตำนานพระพุทธสิหิงค์
ค้นหาข่าว/บทความ:
  
ค้นหาพระเครื่อง/วัตถุมงคล:


ตำนานพระพุทธสิหิงค์ PDF พิมพ์ อีเมล

ตำนานพระพุทธสิหิงค์

พระพุทธสิหิงค์ นับเป็นพระพุทธรูปรุ่นแรกๆ ที่อาราธนามาจากประเทศลังกาสู่กรุงสุโขทัย และถือเป็นต้นแบบในการสร้างถาวรวัตถุทางพุทธศาสนาสืบต่อมา ในคัมภีร์ทางศาสนาได้กล่าวถึงปาฏิหาริย์ของพระพุทธสิหิงค์หลายประการ เช่น การลอยน้ำข้ามทะเลมาถึงตอนใต้ของสยามประเทศ และ พระมหากษัตริย์ทรงอัญเชิญขึ้นทูนไว้เหนือพระเศียร เป็นนัยแห่งการยอมรับพระพุทธศาสนาจากลังกา เป็นต้น

ตำนานหรือประวัติของ "พระพุทธสิหิงค์" มีผู้เรียบเรียงไว้แล้วหลายท่าน อาทิ พระโพธิ รังษี นักปราชญ์เมืองเชียงใหม่ ได้เขียนไว้เป็นภาษามคธราว พ.ศ.1960 และบรรยายเรื่องราวมาจนถึง พ.ศ.1954 ต่อมาสมเด็จพระบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้ทรงนิพนธ์ต่อจากพระโพธิรังษี และหลวงบริบาลบุรีภัณฑ์นำมาเรียบเรียงใหม่เป็นตำนานย่อและกล่าวข้อวิจารณ์ในทางโบราณคดี กล่าวโดยสรุปคือ

พระพุทธสิหิงค์ เป็นพระพุทธรูปที่พระมหากษัตริย์ลังกาได้ทรงสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.700 และได้อาราธนาเข้าสู่สยาม ซึ่งเป็นสมัยต้นที่ถือกันว่าประเทศสยามได้กำเนิดขึ้น ฉะนั้น จึงต้องนับว่าพระพุทธสิหิงค์เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของสยามอย่างแท้จริง ถ้านับระยะเวลาจากที่พระพุทธสิหิงค์ ได้รับการอาราธนาไปประดิษฐาน ณ เมืองต่างๆ มากมายแล้ว ประมาณได้ว่าน่าจะมีอายุเก่าแก่กว่า 1,850 ปีเป็นแน่ จากพระนิพนธ์ใน สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เกี่ยวกับ "พระพุทธสิหิงค์" องค์ที่ประดิษฐาน ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ กรุงเทพมหานคร มีความว่า

"เรื่องตำนานของพระพุทธสิหิงค์ เดิมพระเจ้ากรุงลังกาองค์หนึ่ง ทรงสร้างขึ้น พระเจ้านครศรีธรรมราชไปขอมาถวายสมเด็จพระร่วง (รามราช) เจ้ากรุงสุโขทัย สมเด็จพระร่วง (รามราช) เจ้ากรุงสุโขทัย ทรงปฏิบัติบูชามาหลายรัชกาลจนสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 กรุงศรีอยุธยาได้เมืองสุโขทัยเป็นเมืองขึ้น จึงได้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์มาไว้ในกรุงศรีอยุธยา อยู่ได้หน่อยพระมเหสีคิดอุบายทูลขอให้พระยาญาณดิศผู้เป็นบุตร ไปไว้ ณ เมืองกำแพงเพชร อยู่นั่นไม่ช้า พระยามหาพรหม เจ้าเมืองเชียงรายยกกองทัพมาตีเมืองกำแพงเพชร พระยาญาณดิศสู้ไม่ได้ยอมเป็นไมตรี พระยามหาพรหมจึงขอพระพุทธสิหิงค์ไปไว้เมืองเชียงราย

ต่อมาพระยามหาพรหมเกิดวิวาทกับพระเจ้าแสนเมืองมา เจ้านครเชียงใหม่ผู้เป็นหลาน พระเจ้าแสนเมืองมายกกองทัพไปตีได้เมืองเชียงราย จึงอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ลงมากับพระแก้วมรกตด้วยกัน พระพุทธสิหิงค์มาอยู่ในเมืองเชียงใหม่ จนสมเด็จพระนารายณ์มหาราชเสด็จไปตีเมืองเชียงใหม่ได้เมื่อปีขาล พ.ศ.2205 จึงอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ลงมากรุงศรีอยุธยา ประดิษ ฐานไว้ในวัดพระศรีสรรเพชญ พระพุทธสิหิงค์อยู่ในกรุงศรีอยุธยาต่อมาตลอด 105 ปี จนเสียพระนครแก่พม่าข้าศึก สมัยนั้นชาวเชียงใหม่ยังเป็นพวกพม่า จึงอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์กลับไปไว้เมืองเชียงใหม่

ครั้นถึงรัชกาลที่ 1 กรุงรัตนโกสินทร์ ไทยได้มณฑลภาคพายัพกลับมาเป็นของไทย แต่ในสมัยนั้นผู้คนร่อยหรอไม่พอจะตั้งรักษาเมืองเชียงใหม่ไว้ต่อสู้พม่าได้ ต้องทิ้งเมืองเชียงใหม่ให้ร้าง คงรักษาแต่นครลำปางเป็นที่มั่นอยู่คราวหนึ่ง สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาทมีพระดำริว่า พระพุทธสิหิงค์เคยเป็นพระพุทธรูปสำคัญในกรุงศรีอยุธยา โดยมีตำนานดังแสดงมา จึงได้โปรดให้เชิญลงมายังกรุงเทพฯ เมื่อปีเถาะ พ.ศ.2338

ในเวลาต่อมาเมื่อสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาทสวรรคตแล้ว พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เชิญพระพุทธสิหิงค์จากพระราชวังบวรไปไว้ในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) และประดิษฐานมาตลอดรัชกาลที่ 1-2-3 ครั้นถึงรัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระจอม เกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงอัญเชิญกลับมาไว้วังหน้าเมื่อ พ.ศ.2394 ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจอม เกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชประสงค์จะประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ไว้ ณ วัดบวรสถานสุทธาวาส (วัดพระแก้ววังหน้า) จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ช่างเขียนตำนานพระพุทธสิหิงค์ที่ฝาผนังข้างในพระอุโบสถ ยังมิทันสำเร็จก็เสด็จสวรรคตเสียก่อน พระพุทธสิหิงค์จึงคงประดิษฐานอยู่ ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์จนทุกวันนี้"

ปัจจุบันประเทศไทยมีพระพุทธรูปที่ทรงพระนามว่า "พระพุทธสิหิงค์" ทั้งหมดถึง 3 องค์ คือ 1) องค์ที่ประดิษฐาน ณ พระที่นั่ง พุทไธสวรรย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร 2) องค์ที่ประดิษฐาน ณ หอพระสิหิงค์ จังหวัดนครศรีธรรมราช และ 3) องค์ที่ประดิษฐาน ณ วัดพระสิงห์ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งกรณีพระพุทธ สิหิงค์ทั้ง 3 องค์นี้ คุณสุจิตต์ วงษ์เทศ นักวิชาการทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีได้ตั้งข้อสังเกตว่าไม่ใช่พระพุทธสิหิงค์องค์ที่ปรากฏในตำนาน

พระพุทธสิหิงค์ เป็นพระพุทธรูปที่จัดว่าพระสรีระได้ส่วนและงามเป็นต้นกำเนิดของศิลปะสกุลต่างๆ ในสยาม เช่น สกุลช่างเชียงแสน สกุลช่างทางตอนใต้ที่เรียกว่า "ศิลปะขนมต้ม"

เหตุที่เรียกว่าพระพุทธสิหิงค์นั้นน่าจะมาจากชื่อลัทธิพุทธฝ่ายสิงหลนิกายที่เผยแพร่จากลังกา และความที่องค์พระงามสง่าประดุจพระยาราชสีห์ สมดังคำความที่มีผู้กล่าวยกย่องไว้ว่า "พระพุทธสิหิงค์เมื่อประทับอยู่ในที่ใดๆ ย่อมทรงนำให้พระพุทธศาสนารุ่งเรืองดังดวงประทีป เหมือนหนึ่งว่าพระพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์อยู่"

คอลัมน์ พันธุ์แท้พระเครื่อง
โดย ราม วัชรประดิษฐ์

 
 

Main Menu

VirtueMart Login