พระเครื่อง
Home บทความ บทความพระเครื่อง นานาสาระพระเครื่อง ตำนานเทพจันทร์ลอย-เหรียญ เทพจันทร์ลอย วัดจักรวรรดิราชาวาส
ค้นหาข่าว/บทความ:
  
ค้นหาพระเครื่อง/วัตถุมงคล:


ตำนานเทพจันทร์ลอย-เหรียญ เทพจันทร์ลอย วัดจักรวรรดิราชาวาส PDF พิมพ์ อีเมล

ตำนานเทพจันทร์ลอย-เหรียญ เทพจันทร์ลอย วัดจักรวรรดิราชาวาส

สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านที่รักทุกท่าน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมืองอันเคยเป็นราชธานีมาก่อนเก่า และมีโบราณสถานและสิ่งศักดิ์สิทธิ์อยู่หลายแห่ง วันนี้ผมจะนำท่านผู้อ่านมารับรู้ถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์อย่างหนึ่งของจังหวัด นี้ ซึ่งหลายๆ ท่านอาจจะยังไม่รู้จักก็อาจเป็นได้ เนื่องจากวัดแห่งนี้อยู่นอกตัวจังหวัดออกไป ที่อำเภอนครหลวง คือแผ่นหินเทพจันทร์ลอย ที่วัดนครหลวง

เหรียญ เทพจันทร์ลอยเรื่องราวตำนานของ เทพจันทร์ลอยนั้น มีเรื่องเล่าต่อกันมาว่า ครั้งเมืองอโยธยาเป็นราชธานีไม่ปรากฏว่าเป็นปี พ.ศ.ใด ได้เกิดมีโรคห่าลง ระบาดเป็นเหตุให้ประชาชนล้มตายลงดุจใบไม้ร่วง เมืองอโยธยาเกือบกลายเป็นเมืองร้าง ข่าวแพร่สะพัดไปถึงเมืองเหนือ

จึงเป็นเหตุให้ฤๅษีที่จำศีลภาวนาอยู่ ณ เมืองเขลางค์นคร ทราบข่าว จึงได้มีการตกลงกันมอบให้ฤๅษีผู้ทรงวิทยาคุณในทางสรรพคุณยา 5 ตนด้วยกัน ต่างแยกย้ายกันไปเก็บว่านยาต่างๆ มากองสุมรวมกัน แล้วช่วยกันเสกว่านยาเหล่านั้น ด้วยอำนาจญาณสมาบัติของฤๅษีผู้ทรงวิทยาคุณเหล่านั้น ยาที่นำมารวมสุมกันนั้นได้กลายเป็นแผ่นหินลักษณะกลมแบน ฤๅษีผู้เป็นประธานจึงอธิษฐานให้ลอยน้ำล่องลงมาจนถึงเมืองอโยธยา

ระหว่างทางน้ำได้เซาะเอาว่านยาในแผ่นหินละลายไหลลงมาด้วย ประชาชนพลเมืองแห่งเมืองอโยธยาก็ได้พากันอาบกินน้ำผสมว่านยาจากหินลอยนั้น แล้ว อาการเจ็บไข้ก็เหือดหายคลายลงดั่งปลิดทิ้ง ครั้นหินลอยแผ่นนั้นได้ไหลลงสู่วังวนระหว่างวัดใหม่และวัดนครหลวง ประชาชนได้เห็นเป็นมหัศจรรย์ที่แผ่นหินลอยได้ จึงทำการบวงสรวงอัญเชิญขึ้นที่วัดเทพจันทร์ ซึ่งอยู่ทางทิศใต้ของวัดนครหลวง แล้วพากันเรียกขนานนามว่า "เทพจันทร์ลอย"

เมื่ออัญเชิญไว้ในที่ อันควรแล้ว เป็นที่ศรัทธานับถือกันต่อๆ มา ใครเมื่อมีอาการป่วยไข้ต่างก็จะพากันไปกราบไหว้ เอาน้ำมาลาดรดไปที่แผ่นหินเทพจันทร์ลอย แล้วรองรับน้ำไปรับประทานต่างยา ก็พากันหายป่วยไข้จนหมดสิ้น เทพจันทร์ลอยจึงเป็นที่เคารพบูชาของประชาชนชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและ จังหวัดใกล้เคียงสืบต่อมาจนทุกวันนี้

ในรัชสมัยของสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงพระราชดำริ จะหาของศักดิ์สิทธิ์และโบราณวัตถุเพื่อนำมาประดิษฐานไว้ที่วัดเบญจมบพิตร เทพจันทร์ลอยก็ได้ถูกนำมาในครั้งนั้นด้วย แต่ได้ชะลอไปไว้ที่วัดราชประดิษฐ์พลางก่อน ต่อมาทรงนิมิตว่าเทพจันทร์ลอยไม่ปรารถนาจะอยู่ที่กรุงเทพฯ จะขออยู่ ณ ที่แห่งเดิม เมื่อเป็นดังนั้น พระองค์จึงทรงโปรดให้นำใส่เรือกลับมา และได้เอาไว้ที่วัดนครหลวง

ครั้นต่อมาถึงปี พ.ศ.2444 ท่านพระครูปลื้ม วัดจักรวรรดิราชาวาส ได้ขึ้นมาซ่อมแซมปฏิสังขรณ์วัดนครหลวง จึงได้นำเทพจันทร์ลอยมาประดิษฐานและสร้างมณฑปครอบไว้ดังที่เห็นอยู่ในทุก วันนี้ ในการปฏิสังขรณ์วัดนครหลวงและสร้างมณฑปครอบเทพจันทร์ลอย ได้สร้างเหรียญเทพจันทร์ลอยขึ้นแจกเป็นที่ระลึกด้วย ดังที่ผมได้นำมาลงรูปให้ชมกันครับ ถ้าท่านว่างได้ไปเที่ยวที่จังหวัดอยุธยาก็น่าที่จะไปเที่ยวที่อำเภอนครหลวง แห่งนี้ นอกจากจะได้ไปสักการะเทพจันทร์ลอยแล้วก็ยังได้เที่ยวชมปราสาทนครหลวงอันเก่า แก่สร้างในสมัยพระเจ้าปราสาททอง เป็นที่ประทับแปรพระราชฐาน ที่ได้จำลองแบบซุ้มปรางค์ของขอมมาไว้ด้วย และเป็นปราสาทอันงดงามด้วยศิลปะอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาครับ

ด้วยความจริงใจ แทน ท่าพระจันทร์

แหล่งข่าวจากหนังสือ พิมพ์ข่าวสดข่าวสด

คอลัมม์ข่าวนี้ทางเว็บไม่มี วัตถุมงคลหรือพระเครื่องให้เช่าบูชา

 
 

Main Menu

VirtueMart Login