พระเครื่อง 
Home บทความ บทความพระเครื่อง บทความ หลวงพ่อคูณ ตึกถล่มที่โคราช (หลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่)
ค้นหาข่าว/บทความ:
  
ค้นหาพระเครื่อง/วัตถุมงคล:


ตึกถล่มที่โคราช (หลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่) PDF พิมพ์ อีเมล

ตึกถล่มที่โคราช (หลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่)

 

“ข้าพเจ้าได้รับรู้ถึงความศักดิ์สิทธิของ หลวงพ่อคูณด้วยตนเองอีกครั้งหนึ่ง เมื่อตอน ไปสัมภาษณ์ผู้ที่รอดตายในครั้งนี้ หลายคน บอกว่า ที่รอดตายได้อย่างปาฏิหาริย์ก็เพราะ ได้แขวนหลวงพ่อคูณ”

ในขณะนั้นแม้ว่าสื่อมวลชนได้เสนอข่าวความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อคูณกันบ้างแล้ว แต่กระแสพระเครื่องของหลวงพ่อคุณยัง ไม่ดังเปรี้ยงปร้างถึงจุดสูงสุด คนในพื้นที่แถวโคราชบ้านเกิดของท่านเท่านั้นที่รู้ถึงความขลัง ความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อคูณ ซึ่งดูได้จากเหตุการณ์เมื่อครั้งไฟไหม้ โรงงานนรกเคเดอร์ จังหวัดนครปฐม ผู้รอดตายหลายรายแขวนเหรียญหลวงพ่อคูณกันทั้งนั้นที่รอดตายได้อย่างปาฏิหาริย์

หลังจากที่ได้เกิดโศกนาฏกรรมไฟไหม้ตายหมู่ขนที่โรงงานเคเดอร์ จังหวัดนครปฐม มีคนตายถึง ๒๐๐ กว่าคน เมื่อวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕:๓๖ ถือว่าเป็นอุบัติภัยครั้งยิ่งใหญ่อันดับ ๒ ของโลกในรอบ ๒๕ ปี

ห่างจากนั้นเพียงเดือน ได้ฉลองวันแม่ไปเพียงวันเดียว ศุกร์ ที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๓๖ โรงแรมรอยัล พลาซ่า โรงแรมระดับหรูที่สุด ของเมืองโคราช ก็ถล่มลงมาฝังชีวิตผู้คนไปกว่า ๕๐๐ คน

จากเหตุการณ์โศกนาฏกรรมครั้งนี้นี่เองที่ทำให้ประชาชนได้รู้ถึง ความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อคูณเกจิอาจารย์ชื่อดังของภาคอีสาน ที่ได้รับ สมญานามจากสื่อมวลชนว่า “เทพเจ้าแห่งด่านขุนทด”

และจากเหตุการณ์โศกนาฏกรรมในครั้งนี้อีกเหมือนกัน ที่ทำให้ วงจรชีวิตของข้าพเจ้าได้เข้ามาสัมผัสกับหลวงพ่อคูณ เกจิอาจารย์ดังแห่ง ภาคอีสาน ชนิดที่ชาตินี้ทั้งชาติก็ไม่มีวันลืมเหตุการณ์ในวันนั้น

ตามข้าพเจ้ามา ข้าพเจ้าจะพาท่านย้อนเวลาค้นหาอดีต ในวันที่ ข้าพเจ้าได้สัมผัสกับหลวงพ่อคูณในแง่มุมที่รับรองว่ายังไม่มีใครเหมือน และไม่เหมือนใครอย่างเด็ดขาด

เช้าวันนั้นเป็นเช้าที่อากาศสดใส มองไปทางไหนก็พบเจอแต่ความ สวยงามของธรรมชาติ ข้าพเจ้าขับรถเก๋งคู่ชีพปล่อยอารมณ์ไปตามถนน บรมราชชนนี ที่เพิ่งจะออกจากบ้านแม่ที่พุทธมณฑลสายสี่ มุ่งหน้าไป ทางบางบัวทอง เพื่อเข้าแคราย ก่อนขับไปออกถนนวิภาวดีรังสิต ซึ่งเป็นเส้นทางที่ข้าพเจ้าใช้สัญจรไปมาระหว่างบ้านกับโรงพิมพ์

ตามปกติข้าพเจ้าจะเป็นคนขับรถช้า ถ้าไม่มีเหตุการณ์ไฟจุกตูด หรือมีเหตุให้ต้องเร่งรีบ ข้าพเจ้าจะขับของข้าพเจ้าไปเรื่อยๆ อย่างนิทุก วัน เพื่อมองต้นไม้ใบหญ้าสองข้างทาง ใช่อยู่ข้าพเจ้ามีอาชีพเป็นนัก ข่าวที่ต้องอาศัยเหตุการณ์ของสังคม อาศัยความฉับไวตามลักษณะวิสัย ของวิชาชีพที่ต้องตื่นตัวอยู่เสมอ แต่อีกภาคหนึ่ง ข้าพเจ้าก็คือนักเขียน คนหนึ่ง นักเขียนที่ต้องอาศัยจินตนาการ อาศัยแรงบันดาลใจ ในการ ที่จะเขียนถ่ายทอดความรู้สึกอารมณ์ ที่ไปพบเห็นมาลงบนหน้ากระดาษ ข้อเขียนของข้าพเจ้าจึงเป็นลักษณะพันทาง ลูกผสมไปอย่างนี้แหละ

ข้าพเจ้าขับมาติดไฟแดงที่พงษ์เพชร จำได้ว่าวิทยุในรถได้ราย งานให้ทราบว่า ขณะนี้ได้เกิดเหตุการณ์ตึกถล่มที่โคราช ซึ่งยังไม่ทราบ จำนวนคนเจ็บและเสียชีวิต แต่ทั้งเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย ไฝว่าปอเด็กตึง ร่วมกตัญญู และมูลนิธิต่างๆ แถวโคราชและจังหวัดใกล้เคียง ได้แห่กัน ไปช่วยกู้ภัยกันเป็นจำนวนมาก

ข้าพเจ้าอยู่ไม่ติดแล้ว ด้วยสัญชาตญาณแห่งความเป็นนักข่าว ข้าพเจ้าอยากจะรู้ถึงซะตากรรมของพี่น้องที่อยู่ใต้ซากตึกเหลือเกินว่ามีอยู่ เท่าไหร่ ซึ่งเท่าที่ฟังจากข่าววิทยุที่รายงานให้ทราบ รู้แต่ว่ามีผู้ประสบ ภัยจำนวนมากหลายร้อยคน ทั้งครูบาอาจารย์ พนักงานโรงแรม และ พนักงานจากบรีษัทเชลล์ที่มาอบรมอีกเป็นจำนวนมาก
พอพ้นจากไฟแดง ข้าพเจ้าก็กระชากเกียร์ พาเจ้าดัสสันซันนี่ สีขาวคู่ชีพพุงไปยังโรงพิมพ์เดลินิวส์ทันที

ข้าพเจ้าจอดรถไว้ในโรงรถอย่างไม่ค่อยเรียบร้อยเท่าใดนัก แล้ว วิ่งขึ้นไปบนกองบรรณาธิการทันที ที่นั่น ทั้งคุณบรรเจิด ทวี คุณชลอ อยู่เย็น พี่กำแหง ภรตานนท์ และพี่สุคนธ์ ชัยอารีย์ หัวหน้าข่าวต่าง จังหวัด อยู่กันพร้อมสรรพ

พี่เอึ๋ยวนั่งโทรศัพท์เซ็กข่าวจากลูกน้องต่างจังหวัด ช่วยรีไรต์ต่าง จังหวัดที่นั่งรับข่าวกันอย่างตื่นเต้น

ข้าพเจ้าอยู่ในส่วนของทีมข่าวเฉพาะกิจไปทำข่าวได้ทุกที่ ไม่ว่า ส่วนไหนของประเทศไทย ถ้าหากมีเหตุการณ์สำคัญ ที่ทางหัวหน้ากองฯ หรือหัวหน้าข่าวหน้า ๑ เห็นว่าควรส่งนักข่าวจากส่วนกลางไปช่วยเพื่อ เก็บภาพ เก็บรายละเอียดมาเขียนสกู๊ปหน้าในแล้ว ส่วนใหญ่ที่ประชุม กองบรรณาธิการก็1จะส่งข้าพเจ้า1ไปช่วยเสริมทีมอยู่เสมอ
“คุณเริงศักดิ์...คุณบรรเจิดเชิญพบในห้องค่ะ” เลขาฯ สาวสวยที่ นั่งอยู่หน้าห้องคุณบรรเจิดเดินมาเรียกข้าพเจ้าที่โต๊ะ

“นึกแล้วไม่ผิด ว่างานนี้ต้องเรียกผม...” ข้าพเจ้าไม่ได้พูดกับใคร หรอก ได้แต่คิดอยู่ในใจคนเดียว
“เชิญ...” หัวหน้ากองบรรณาธิการเซื้อเชิญให้นั่งตรงหน้าท่าน “ตอนนี้มีอะไรเร่งด่วนไหม” ท่านถามข้าพเจ้า เหมือนกับที่เคย ถามทุกครั้งก่อนมอบหมายให้ทำอะไร
“ก็ไม่มีอะไรพิเศษครับ” ข้าพเจ้าบอก

ห้องหัวหน้ากองบรรณาธิการโอ่โถง กว้างขวาง โต๊ะทำงานของ ท่านมีเอกสาร หนังสือวางอยู่เต็ม แต่ก็ไม่แลดูรกตา เนื่องจากเลขาฯ ช่วยจัดให้เป็นระเบียบอยู่ตลอดเวลา
ด้านหลังมีแผนที่ขนาดใหญ่ ทำให้แลดูมั่นคง ส่วนหน้าต่างก็มี บานเกร็ดสีม่วง ที่ออกแบบมาอย่างทันสมัยเปิดให้แสงสว่างสาดส่องเข้า มา ทำให้ดูกว้างและสว่างกว่าห้องอื่น
“ก่อนที่เริงศักดิ์จะเข้ามา เมื่อตะกี้เขาประชุมกอง บ.ก.กัน เรื่อง เหตุการณ์ตึกถล่มที่โคราช...” ท่านเว้นวรรคการพูดหันมามองตาข้าพเจ้า “...เริงศักดิ์ก็ทราบแล้วใช่ไหมว่าตอนนี้ตึกถล่มที่โคราช มีประชาชนติด อยู่ข้างในหลายร้อยคน”

“ทราบแล้วครับ”

“ดี...ทางกองบรรณาธิการเขาอยากให้เริงศักดิ์ไปช่วยนักข่าวที่ โคราชเขาหน่อย ไปช่วยคุณสุพจน์ ซึ่งเขาก็มีทีมของเขาอยู่ แต่อยากให้เริงศักดิไปปักหลักที่นั่น เพื่อเก็บรายละเอียดมาเขียนเป็นสกู๊ปเหมือน กับที่เคยเขียนเรื่องนรก ๓๕ วันในปาบางกลอย นั่นแหละ” “ครับ ได้ครับ จะให้ผมเดินทางไปเมื่อไหร่” “พร้อมก็ไปได้เลย จะเอาใครไปบ้างก็ประสานกับคุณเอี๋ยวกับคุณ สุคนธ์ ชัยอารีย์ เขาก็แล้วกัน”

หลังจากนั้นข้าพเจ้าก็กลับมานั่งที่โต๊ะหน้าการศึกษาที่ข้าพเจ้ารับ ผิดชอบอยู่ ถึงแม้ว่าข้าพเจ้าจะได้รับมอบหมายให้ไปทำงานชิ้นพิเศษให้ กับหน้า ๑ และหน้าสกู๊ปพิเศษตามที่ท่านหัวหน้ากองฯ มอบหมายก็ตาม แต่งานประจำที่ข้าพเจ้าดูแลอยู่ ข้าพเจ้าจะต้องมาจัดการให้เรียบร้อย ก่อน ถึงจะไปทำงานพิเศษได้

ทุกอย่างเป็นฟันเฟืองที่เขาวางระบบไว้อย่างดีแล้ว ข้าพเจ้าเป็น เพียงฟันเฟืองเล็กๆ ก็ต้องหมุนตามฟันเฟืองตัวอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย ให้ทำ เพื่อหน้าการศึกษาของข้าพเจ้าที่เป็นหัวหน้าข่าวจะได้ไม่ติดขัดใน ขณะที่ข้าพเจ้าไม่อยู่

ข้าพเจ้าเรียกลูกน้องที่ประจำอยู่ที่กระทรวงศึกษาฯ ให้กลับมา วางแผนแบ่งงานกันรับผิดชอบ ซึ่งถึงแม้ว่าข้าพเจ้าไม่อยู่ พวกเขาก็ สามารถเขียนข่าว ตีดัมมี่ จัดหน้ากันได้ทุกคน เพียงแต่มอบหมายว่า ใครจะเป็นคนดูแลในระหว่างที่ข้าพเจ้าไม่อยู่เท่านั้น

โอเค เมื่อประชุมกันเรียบร้อยแล้วก็ให้ตั๊กกับอ้วน น้องนักข่าว ไฟแรงช่วยกันปิดหน้า ช่วยกันทำ จากนั้นข้าพเจ้าก็กลับไปเก็บเสื้อผ้า เตรียมกระเป้าเตรียมกล้องถ่ายรูป และเบิกฟิล์มจากเจ๊ตุ่นเอาไปเต็ม อัตราศึก

ข้าพเจ้าบอกพี่เอี๋ยวว่าช่วยหาช่างภาพกับคนขับรถให้ข้าพเจ้าสอง คน พี่เอึ๋ยวก็จัดการให้ทุกอย่าง “อย่าลืมเบิกเงินสำรองจ่ายไปด้วย” พี่เอี่ยวเป็นห่วงข้าพเจ้า

จากนั้นข้าพเจ้าก็ไปเอาใบเบิกมาเขียนให้พี่เขาช่วยเซ็นให้ ไปเบิก จากเจ๊ตุ่น ก็ได้ไปตามธรรมเนียมติดกระเป้าไป  ๕,๐๐๐ บาท เพื่อเป็น ค่าน้ำมัน ค่าอาหาร ที่พัก ซึ่งก็มากพอสำหรับการทำข่าวต่างจังหวัด ในยุคนั้น

เราไปสมทบกับทีมข่าวโคราช ซึ่งนำทีมโดยพี่สุพจน์ คอยช่วย เหลืออำนวยความสะดวกให้ทุกอย่าง ไม่ว่าที่พัก หรอการประสานงาน ติดต่อกับราชการ ถ้าติดขัดตรงไหนก็บอกพี่สุพจน์เขาได้

นักข่าวจากส่วนกลางไปเยี่ยมเยียนนักข่าวต่างจังหวัด ก็ไม่ต่าง ไปกับตำรวจที่มีกองปราบฯ เข้าไปสืบสวน สอบสวน หรือจับกุมได้ทั่ว ราชอาณาจักรนั่นแหละ

ทีมข่าวโคราชให้การต้อนรับทีมข่าวเฉพาะกิจที่มีข้าพเจ้านำทีมไป เป็นอย่างดี แต่ข้าพเจ้าก็คือข้าพเจ้าที่ไม่ค่อยจะชอบพิธีให้มากเรื่อง พอ ขึ้นเวทีแล้ว ไม่ต้องดูเซิงให้เสียเวลา ถ้าน็อกได้แล้วน็อกไปเลย ไม่มีการ ไหว้ครูให้เสียเวลา ซึ่งเป็นที่รู้กันในหมู่นักข่าวที่ไปด้วยกันว่า ถ้าไปกับ พี่เริงศักดิ์แล้วไม่มีเลี้ยวให้เสียเวลา

ข้าพเจ้าขอให้พี่สุพจน์ช่วยส่งน้องนักข่าวมานำทางหนึ่งคน พี่เขา ก็จัดให้ จากนั้นข้าพเจ้าก็ตระเวนไปตามโรงพยาบาลต่างๆ มีการขนคน เจ็บมานอนรักษาพยาบาลกันจนเตียงไม่พอ ถึงกับต้องเสริม ให้นอนให้ น้ำเกลือ ให้เลือดกันนอกห้องก็มีให้เห็นกันดาษดื่น ส่วนที่ตายก็เอาไปไว้ วัดเพื่อทำการฌาปนกิจศพกันตามประเพณี และจากที่ได้สัมภาษณ์เก็บ เรื่องราวของแต่ละชีวิตที่กำลังแหวกว่ายอยู่ในทะเลน้ำตา ข้าพเจ้าได้ภาพ ได้เรื่องราวจากชีวิตพวกเขามาเรียงร้อยเป็นมาลัยอักษรให้ได้อ่านกันใน สกู๊ปพิเศษ เรื่อง ฟ้ากำหนด ตึกถล่มที่โคราช ที่คุณบรรเจิด ทวี เป็น ผู้ตั้งชื่อเรื่องให้ และจากที่ได้เข้าไปคลุกคลีกับเหตุการณ์โศกนาฏกรรม ตึกถล่มที่โคราชนี่เอง ที่ทำให้ข้าพเจ้าได้รับรู้ถึงความศักดิ์สิทธิ์ของหลวง พ่อคูณด้วยตนเองอีกครั้งหนึ่ง เมื่อไปสัมภาษณ์ผู้ที่รอดตายในครั้งนี้ หลายคนบอกว่า ที่รอดตายมาได้อย่างปาฏิหาริย์ก็เพราะตนเองได้แขวน หลวงพ่อคูณ

บางคนบอกว่า ในขณะที่ติดอยู่ใต้ซากตึกที่ถล่มลงมา มีคาน มีก้อนหินกดทับร่างอยู่นั้น เขานึกถึงแต่หลวงพ่อคูณ เทพเจ้าแห่งด่าน ขุนทด ให้ช่วยชีวิตเขาด้วย เขาจึงรอดตายมาได้อย่างปาฏิหาริย์

 
 

Main Menu