พระเครื่อง
Home บทความ บทความพระเครื่อง บทความ หลวงพ่อคูณ ต้องรู้จักพอเพียง (หลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่)
ค้นหาข่าว/บทความ:
  
ค้นหาพระเครื่อง/วัตถุมงคล:


ต้องรู้จักพอเพียง (หลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่) PDF พิมพ์ อีเมล

ต้องรู้จักพอเพียง (หลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่)



ปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นแล้วแตกสลาย สร้างความทุกข์ยาก เดือดร้อนแก่ประชาชน เป็นภาพความล่มสลายทางเศรษฐกิจ ของประเทศอย่างสิ้นเชิง และยังสะท้อนให้เห็นความล้มเหลวในการบริหาร ของรัฐบาลชุดต่างๆ ที่ผ่านมา

ก่อนปี พ.ศ. ๒๕๓๐ ไทยเป็นแหล่งจูงใจการลงทุนจากต่างประเทศ เป็นอย่างมาก ปี พ.ศ. ๒๕๓๕ ไทยเปิดนโยบายเสรีทางการเงิน เงินลงทุน จากต่างประเทศจึงหลั่งไหลเข้ามาไม่น้อยกว่า ๓๐๐ ล้านเหรียญดอลลาร์ เป็น ลักษณะพิเศษของเงินกู้อัตราต่ำกว่าดอกเบี้ยในประเทศ ๖-๗ เปอร์เซ็นต์

คิดเฉพาะส่วนต่างของดอกเบี้ย กลุ่มลงทุนขนาดใหญ่ที่มีสิทธิ์กู้เงิน เหล่านี้ก็สามารถได้ประโยชน์ถึง ๖-๗ แสนบาท โดยไม่ต้องทำอะไรเลย

เงินลงทุนราคาถูกนี้ทำให้เศรษฐกิจไทยบิดเบี้ยวและผิดทิศทาง เพราะรายได้ได้มาง่าย จึงมีการบริโภคฟุ่มเฟือย มีรถยนต์หลายคัน มีคอนโดมิเนียมเป็นบ้านหลังที่ ๒ นิยมเดินทางไปช้อปปิ้งต่างประเทศ สร้างหนี้สิน เกินตัว

รายได้ของชนชั้นกลางสูงเกินความจริง โดยปันสูงขึ้นอย่างไม่สมเหตุ สมผล จากประมาณ ๑๕๐๐๐ - ๒๕,๐๐๐ บาท เป็น ๑๕๐, ๐๐๐-๒๕๐,๐๐๐ บาท ทั้งที่ประสิทธิภาพการทำงานไม่ได้สงขึ้น

ขณะเดียวกันรายได้กรรมกรเพิ่มขึ้นจากวันละ ๗๓ บาทในปี พ.ศ. ๒๕๓๐ ขึ้นมาที่ ๑๖๒ บาทในปัจจุบัน

นอกจากนี้ยังพบว่าธุรกิจไฟแนนซ์เฟืองฟู ทำกำไรง่ายๆ ธุรกิจ อสังหาริมทรัพย์ล้นตลาด ตลาดหุ้นขยายตัวเกินเหตุ การลงทุนอุตสาหกรรม จำนวนมากไม่มีประสิทธิภาพ เศรษฐกิจที่ผิดพลาด และการใช้จ่ายเกินตัว ดังกล่าว ทำให้เจ้าหนี้ที่ไม่วางใจ เรียกหนี้สินและดึงเงินลงทุนคืน ธุรกิจ อสังหาริมทรัพย์และไฟแนนซ์ถูกกระทบก่อนแล้วลามไปทั้งระบบ...

จนต้องลดค่าเงินบาท (ประกาศลอยตัว) นั่นก็หมายถึงการลดราคา ประเทศไทยและตอนนี้ที่เราเคยบอกว่าไทยจะเป็นเสือตัวที่ ๕ ของเอเชียนั้นคง ไม่ได้แล้ว หากจะเป็นก็คงเป็นแค่แมวผอมๆ การขอความช่วยเหลือจาก ไอ.เอม.เอฟ. (กองทุนการเงินระหว่างประเทศ) ทำให้เครดิตของประเทศไทย เสียไป เพราะฉะนั้นการหวังเป็นศูนย์กลางทางการเงินของเอเชียตะวันออก เฉียงใต้ต้องคิดกันอีกนาน ผลเสียที่ตามมาคือประชาชน...!

เพราะคนกู้เงินในระบบไฟแนนช์เดือดร้อน และคนที่ฝากเงินกับ ไฟแนนซ์ได้รับความกระทบกระเทือนอย่างน้อย ๓ แสนคน

ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนเรื่องภาษี ต้องแบกรับภาระมากขึ้น เพราะภาษีมูลค่าเพิ่มเก็บโดยตรงจากผู้บริโภค จริงอยู่ภาษีอาจจะเก็บจาก บริษัทผู้ผลิตสินค้า แต่มันก็ต้องผลักภาระให้กับประชาชนอยู่ดี

ในที่สุด รัฐบาลเรียกร้องให้ประชาชนช่วยกันประหยัด กินของไทย ใช้ของไทย ซึ่งเรื่องนี้หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ได้ให้ความเห็นว่า

“ไม่ต้องไปบอกมันดอก เพราะทุกวันนี้คนมันไม่มีจะกิน จะเอาอะไร ไปประหยัด จะมีปัญญาไปกินไปเที่ยวที่ไหน แค่ค่ารถเข้ากรุงเทพฯ ยัง ต้องไปหยิบยืมคนอื่น”

หลวงพ่อคูณ ยังชี้ให้เห็นถึงต้นเหตุเศรษฐกิจถดถอยเช่นนี้ว่า...

“เหตุที่เป็นอย่างนี้ บ้านเมืองล่มจมฉิบหายวายปวงหลายอย่าง เพราะ ใครละทำ ก็คนนี่แหละมันทำ พวกมึงมีมันสมองอยู่ในหัวก็คิดเอาเองว่ากู หมายถึงใคร

“คนนี่แหละทำให้เจริญก็ได้ ทำให้ฉิบหายยิ่งง่ายในพริบตาเดียว” ใช่แล้ว...คนนี่แหละทำดีก็ได้ ทำเลวก็ได้ อยู่ที่ว่าเขาจะเป็นผู้สร้าง หรือทำลายเท่านั้น

หากคิดแล้วตีความของหลวงพ่อคูณเป็นธรรมะจะพบว่า “คน” นั้นมีทั้งคนดีและคนไม่ดี คนดีไม่ต้องพูดถึง เพราะเขาดีอยู่แล้ว

แต่สำหรับคนไม่ดีนั้นมีทั้งกล้าทำผิดกฎหมาย กล้าทุศีลลักขโมยคดโกงผู้อื่น ผิดลูกผิดเมียเขา เพราะมัวเมาในกาม ร่ำสุราเฮฮาไม่มีสติยับยั้ง เป็นความเสื่อมของคนและสังคม

หากถามต่อไปว่าแล้วมีอะไรที่จะแกไขคนและสังคมได้ คงมีได้อย่างเดียวคือ “ศีล” อันเป็นพื้นฐานของภูมิรู้ ภูมิธรรมะ

ศีลทำให้คนเป็นคนเต็มคน หากบกพร่องในศีลข้อหนึ่งข้อใด ความ เป็นคนก็ลดลงไปตามนั้น

ผู้ใดไม่มีศีล ๕ ข้อ กำกับใจ กาย อีกทั้งยังละเมิดศีลทุกข้อ ก็ เท่ากับผู้นั้นเป็นคนแต่สังขารร่างกาย

ผู้ไม่มีศีลก็เท่ากับสิ้นธรรมะ เขาผู้นั้นย่อมสร้างความเดือดร้อนให้แก่ ผู้อื่น ท่าให้สังคมไม่ปกติสุข และเท่ากับท่าให้ตัวเองเดือดร้อนไปด้วย

ความเร่าร้อนทุรนทุรายของผู้ละเมิดศีลก็ปรากฏให้เห็นเป็นความสลด เศร้าหมอง ซึ่งอาจจะเกิดขั้นทุกเวลานาทีก็ได้ หากมีศีลกำกับกายและใจ ความสงบสุขจะเกิดขั้นทันที ๏

 
 

Main Menu