พระเครื่อง 
Home บทความ บทความพระเครื่อง บทความเกี่ยวกับ หลวงปู่บุดดา ถาวโร ทองคำบริสุทธิ์ยังสู้กระแสจิต หลวงปู่บุดดา ถาวโร ไม่ได้
ค้นหาข่าว/บทความ:
  
ค้นหาพระเครื่อง/วัตถุมงคล:


ทองคำบริสุทธิ์ยังสู้กระแสจิต หลวงปู่บุดดา ถาวโร ไม่ได้ PDF พิมพ์ อีเมล

ทองคำบริสุทธิ์ยังสู้กระแสจิต หลวงปู่บุดดา ถาวโร ไม่ได้

 

ทองคำบริสุทธิ์ยังสู้กระแสจิต หลวงปู่บุดดา ถาวโร ไม่ได้
                                    


เกล้ากระผมพระภิกษุองค์หสนึ่งผู้เคยเป็นลูกศิษย์หลวงปู่บุดดามา เมื่อครั้งเป็นฆราวาสเนื่องจากพ่อแม่ตาแม่ยายเป็นผู้อุปัฏฐากหลวงปู่ ผมจึงได้มีโอกาสไปกราบนมัสการท่าน
    
หลวงปู่ท่านเป็นพระที่ไม่เคยปรารภถึงตนเอง ปฏิปทาของท่าน ไม่เอาอะไรทั้งนั้น ถาวรวัตถุไม่สร้างแต่ถ้ามีผู้ดำริสร้างถวายท่านอนุโมทนา ไม่ขัดศรัทธา ท่านอยู่แบบกายเดียว จิตเดียวมาตลอด วัตถุมลคลต่าง ๆ ก็เช่นกัน ท่านไม่ทำ ถ้าใครสร้างมาถวาย ขอให้ท่านอธิษฐานจิต ท่านก็เมตตาให้ทุกคนที่ขอมาถามข้อธรรมต่าง ๆ ท่านจะนำเอาธรรมะที่หลั่งไหลออกมาจากจิตอันบริสุทธิ์ของท่านหยิบยกมาพูดให้ฟัง เช่น

    ตัณหา อวิชชาดับได้ ดับที่ตัวต้นเหตุ
    ขน ผม เล็บ ฟัน หนัง ดับเขาไม่ได้
    แก้หลงตัวเดียว สัตว์ บุคคลหายไป
    มีแต่อริยมรรค ไม่มีหญิงมีชาย
    ตาเห็นนิโรธ จิตเห็นนิโรธ ธรรมะไม่หมด แต่กิเลสหมดได้

เมื่อคราวที่หลวงพ่อฤาษี (พระราชพรหมยาน) ได้จัดงานที่วัดท่าซุง จังหวัดอุทัยธานี (ในปี ๑๙-๒๐) ได้นิมนต์พระสุปฏิปันโนประมาณ ๑๐ องค์ และหลวงปู่ก็ได้รับนิมนต์ด้วย หลวงปู่ฤาษีได้นำลูกศิษย์ไปกราบหลวงปู่บุดดาที่สรรค์บุรี ท่านบอกกับลูกศิษย์ว่า รู้หรือเปล่า “ทองคำบริสุทธิ์ยังสู้กระแสพลังจิตหลวงปู่บุดดาไม่ได้ คอยดูไปก็แล้วกัน”

ครั้งหนึ่งผมกับเพื่อน ๆ นัดกันไปกราบหลวงปู่ที่วัดสองพี่น้อง จังหวัดชัยนาท เราออกเดินทางจากรุงเทพฯ บ่ายมากแล้ว จึงไปถึงวัดเกือบค่ำ หลวงปู่ท่านบอกให้ค้างคืนก่อน พรุ่งนี้ค่อยเดินทางกลับ เมื่ออาบน้ำทำกิจส่วนตัวเสร็จแล้วได้มากราบและสนทนาธรรมกับท่านถึงเวลาอันสมควร หลวงปู่ได้ให้เณรเตรียมที่พักให้ ส่วนตัวผมหลวงปู่ให้ไปพักในโบสถ์ สมัยนั้นไฟฟ้ายังไม่มีต้องจุดตะเกียงหรือเทียน ทางที่จะไปโบสถ์ก็มืด ต้องเดินลัดเลาะไปตามพุ่มไม้และต้นยางสูง ๆ ซ้ำร้ายไปกว่านั้น ยังต้องเดินผ่านที่เก็บศพของเจ้าอาวาสเดิมที่ตายไป ผมขาสั่นไปหมด เมื่อเข้าไปในโบสถ์แล้วจึงฉายไฟหาเทียนมาจุด เพื่อสำรวจดูภายในนั้น ผมเข้าไปกราบพระประทานในโบสถ์ ขอให้ท่านปกป้องคุ้มครอง เตรียมที่นอนเสร็จแล้วจึงสวดมนต์ภาวนาสักครู่ใหญ่ผมก็เข้ามุ้งนอนภาวนาพุทโธ ๆ ๆ เผลอหลับไป หยุดภาวนาลืมตาขึ้น เห็นตัวอะไรหัวยาวๆ มายืนอยู่ข้างหน้าต่าง โอ้ย! อะไนกันนี่ ผมกลัวอย่างบอกไม่ถูก คาถาที่ผมนึกได้ผมท่องสับสนไปหมด คืนนั้นจิตผมฟุ้งนอนไม่หลับทั้งคืน

รุ่งเช้าไปกราบหลวงปู่ ท่านนั่งรออยู่ก่อนแล้ว และพูดกับผมว่า “จิตนะมันหลับไม่เป็นหรอก กายมันหลับต่างหากละ” จิตจึงไม่อ่อนเพลีย ภาวนาไปอีกหน่อยก็ดีเอง แล้วหายสงสัย (ความจริงก่อนมาหาท่าน ผมตั้งใจจะถามท่านว่า ไม่ได้หลับทำไมไม่เพลีย หลวงปู่ท่านรู้จงได้บอกเสียก่อน)
    
เมื่อสนทนากับหลวงปู่แล้วได้เวลาฉันเช้า ชาวบ้านได้เอามังคุดมาถวาย หลวงปู่ฉันมังคุดไปได้ประมาณ ๗ ลูก ผมเห็นท่านฉันได้ดีจึงถามไปว่า หลวงปู่ชอบมังคุดหรือครับ เท่านั้นแหละ ท่านวางซ่อมที่จิ้มมังคุดลงทันที หยุด เช็ดปาก ล้างมือ (มาทราบทีหลังว่าจริยาของพระนั้น ต้องพิจารณาอาหารเรปฏิกูล อร่อยไม่อร่อยติดไม่ได้) ผมเข้าไปกราบขอขมาท่าน ท่านก็บอกว่าไม่รู้ไม่ผิดหรอก จำไว้นะ “พระนะฉันอร่อย ชอบไม่ชอบไม่มีหรอก อร่อยตรงไหนก็หยุดตรงนั้น ถ้ามันยังไม่อร่อยก็กินต่อไม่ได้” ผมจำใส่ใจไว้ไม่มีวันลืมปฏิปทาข้อนี้ของหลวงปู่ (เมื่อผมบวชแล้วก็ได้น้อมนำมาปฏิบัติตามคำสอนของท่านจนปัจจุบันนี้)
    
ในวาระที่พระเดชพระคุณหลวงปู่จะมีอายุ ๑๐๐ ปี ในวันที่ ๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๖ เกล้ากระผมขอน้อมมนัสการพระเดชพระคุณหลวงปู่ให้มีความเกษมสำราญในธรรม และธรรมใดที่พระคุณท่านพ้นแล้ว ขอให้เกล้ากระผมได้หลุดพ้นตามหลวงปู่ด้วยเทอญ.

 

ศิษย์ผู้ระลึกพระคุณ

 
 

Main Menu