พระเครื่อง 
Home บทความ บทความพระเครื่อง ตำนานเทพเจ้า ทำไมพระอินทร์ จึงมีสีเขียว (ประวัติความเป็นมาของพระอินทร์)
ค้นหาข่าว/บทความ:
  
ค้นหาพระเครื่อง/วัตถุมงคล:


ทำไมพระอินทร์ จึงมีสีเขียว (ประวัติความเป็นมาของพระอินทร์) PDF พิมพ์ อีเมล

ทำไมพระอินทร์ จึงมีสีเขียว (ประวัติความเป็นมาของพระอินทร์)


"พระอินทร์" เป็นเทพที่รู้จักกันดีในบ้านเรา เพราะทรงโปรดที่จะมาช่วยเหลือและเกี่ยวข้องกับมนุษยโลกอยู่เนืองๆ เป็นที่ทราบกันว่าทรงประทับอยู่บนสวรรค์ชั้นที่สองของ "ฉกามาพจร (สวรรค์ 6 ชั้น)" ชื่อ "ดาวดึงส์" หรือ "ไตรตรึงษ์" แปลว่า สามสิบสาม หมายถึง หมู่เทพที่ชาติก่อนเป็นเพื่อนร่วมทำบุญด้วยกันมา 33 องค์ ประทับนั่งอยู่บนเศียรช้างเอราวัณ 33 เศียร มีพระอินทร์เป็นประธาน

เรารู้จักพระอินทร์ในหลายชื่อ เช่น สักกะเทวราช โกสีย์ พระมัฆวาน เป็นต้น และบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์นี้จะมีสิ่งมหัศจรรย์มากมาย เช่น แท่นบัณฑุกัมพลซึ่งปกติจะอ่อนนุ่ม แต่หากมีคนดีเดือดร้อนก็จะ "แข็งดั่งศิลา" ทำให้พระอินทร์ต้องลงมาช่วย หรือต้นปาริชาตที่ใครได้กลิ่นก็จะระลึกชาติได้ เป็นต้น

สาเหตุที่เขียนเรื่อง "ทำไมพระอินทร์มีร่างกายผิวพรรณเป็นสีเขียว" นั้น เนื่องจากมีผู้อยากรู้ถามเข้ามามาก และยังไม่ได้ลองตั้งใจตอบจริงๆ จังๆ สักที อาจเป็นเพราะว่าตัวเองก็ยังงงๆ อยู่ว่า เวลานึกถึงเทพองค์อื่นก็จะไม่มีสีสันวรรณะพิเศษอย่างพระอินทร์

เกริ่นกันเรื่อง "พระอินทร์" ก่อน การที่จะเกิดเป็นพระอินทร์ได้นั้นจะต้องกระทำกุศลที่เรียกว่า "วัตตบท 7 ประการ" อันได้แก่ 1.เลี้ยงมารดาบิดาตลอดชีวิต 2.ประพฤติอ่อนน้อมถ่อมตนต่อผู้ใหญ่ในตระกูลตลอดชีวิต 3.มีวาจานุ่มนวลสุภาพตลอดชีวิต 4.มีวาจาไม่ส่อเสียดตลอดชีวิต 5.มีใจปราศจากความตระหนี่ ยินดีในการแจกทาน ครองเรือนตลอดชีวิต 6.มีวาจาสัตย์จริงตลอดชีวิต และ 7.ไม่โกรธ แม้ว่าถ้าโกรธก็ระงับได้ทันทีตลอดชีวิต

ในยุคแรกๆ ก็ไม่ได้กำหนดชัดเจนว่า "พระอินทร์" จะมีสีอะไร เข้าใจว่าคงจะเริ่มกำหนดเมื่อมีการวาดภาพจิตรกรรมฝาผนัง โดยเฉพาะจิตรกรรมประเภทแบบแผนประเพณี ซึ่งจะกำหนดสีสันวรรณะต่างๆ ของพระพุทธเจ้า เทวดา กษัตริย์ อสูร (ตัวกาก) ให้ชัดเจน และอิทธิพลดังกล่าวก็เผยแพร่เข้ามาในการทำหัวโขน หรือหุ่นกระบอกที่ให้สีสันด้วย

ความเป็นจริงแล้ว พระอินทร์ เป็นเทพชั้นสูงมากมาตั้งแต่ก่อนยุคพระเวทในอินเดีย หรืออาจกล่าวได้ว่าช่วงอารยธรรมลุ่มแม่น้ำสินธุของชาว Dravidian หรือพวกมิลักขะที่พ่ายแพ้ให้กับ อารยัน (Aryan) ก็มีการนับถือพระอินทร์กันมาแล้ว ยิ่งยุคพระเวทต้นๆ พวกพราหมณ์นับถือว่าพระองค์เป็นเทพสูงสุด ก่อนจะหันมานับถือ เทพตรีมูรติ ได้แก่ พระพรหม พระวิษณุ และพระอิศวร เสียอีก

อนึ่ง อาจเป็นเพราะว่าท่านเป็นเทพเจ้าประจำธรรมชาติ บรรดาผู้คนสมัยโบราณเขาจะเริ่มต้นนับถืออำนาจของธรรมชาติ หรืออำนาจที่เกี่ยวกับธรรมชาติก่อนอย่างอื่น เช่น ฝนตก ฟ้าร้อง ฟ้าผ่า อะไรทำนองนั้น ดังนั้น เทพในระยะแรกๆ ก็จะผูกพันอยู่กับธรรมชาติ ตัวอย่างเช่น นับถือพระวรุณ หรือพระพิรุณได้แก่เทพแห่งสายฝน นับถือพระอัคนี ได้แก่เพลิงหรือไฟ นับถือพระพายหรือวายุเทพซึ่งก็คือลม นับถือสุริยเทพหรือพระอาทิตย์ เป็นต้น

ส่วนพระอินทร์นั้นได้รับการยกย่องเป็นเทพอันดับหนึ่งเนื่องจากพระองค์มีอาวุธเป็น "วชิระ" (แผลงเป็น พชร หรือเพชร) ใน "ตำรานพรัตน์โบราณ" กล่าวว่าเป็นแก้ววิเชียรมีน้ำใสงดงามทอประกายสะท้อนแสงเราเลยเรียกวัตถุที่สะท้อนแสงใสงดงามว่าเพชรด้วย ซึ่ง วชิราวุธ ขององค์อินทร์นั้นมีอิทธิปาฏิหาริย์มาก ขว้างไปเมื่อใดก็จะก่อให้เกิดฟ้าร้อง ฟ้าผ่า ขยับในหัตถ์ก็เกิดฟ้าแลบ และจะทำให้ฝนฟ้าตก เมื่อฝนตกพืชพันธุ์ธัญญาหารก็อุบัติเจริญงอกงามมีสีเขียวชอุ่มปกคลุมผืนโลกไปทั่ว

บางคนอาจสงสัยว่า อ้าวแล้วทำไมไม่ให้พระพิรุณซึ่งเป็นฝนโดยตรงมีสีเขียว อันนี้ก็เพราะว่าพระอินทร์ท่านเป็นเทพสูงสุด จึงนำท่านมาเป็นสัญลักษณ์แห่งความเจริญงอกงามของต้นไม้ใบหญ้า และท่านก็มักมาปรากฏตัวช่วยคนนั้นคนนี้บ่อยๆ เลยใส่สีเขียวให้เป็นจุดสังเกตแห่งความเป็นเทพประจำธรรมชาติ แล้วก็วาดเป็นสีเขียวสืบต่อกันมาโดยออกจะเลือนๆ ที่มาที่ไปกัน เพราะความจริงสีเขียวของวรกายท่านนั้นไม่ใช่เขียวสดใสแต่เป็นเขียวที่เราเรียกว่า "อินทนิล" คือบวกดำเข้าไปจนออกจะเขียวอื๋อ เหตุก็เพราะท่านไม่ใช่เทพของพราหมณ์เท่านั้น แต่พวกดราวิเดียนที่มีร่างสีดำนับถือมาก่อน

ต่อมาภายหลังพระอินทร์จึงลดบทบาทลงมา แต่ก็นับได้ว่าท่านเป็นเทพประจำพระพุทธศาสนา ซึ่งมักจะมาปรากฏกายในพุทธประวัติอยู่เสมอ นอกจากนั้นในงานวรรณคดี รวมทั้งตำนานบ้านเราก็นิยมให้ท่านมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือคนดี และสร้างบ้านแปงเมืองอยู่เสมอ

และท่านก็จะพัวพันกับสีเขียวมาเรื่อยๆ อย่างเช่น เป็นผู้ให้ท้าววิษณุกรรมสร้างพระแก้วมรกต จนเรียกกันว่า "รัตนโกสินทร์" ซึ่ง "รัตน" แปลว่าแก้ว โกสินทร์ คือ โกสีย์ หมายถึงพระอินทร์ ครับผม

พันธุ์แท้พระเครื่อง

ราม วัชรประดิษฐ์

 
 

Main Menu