พระเครื่อง 
Home บทความ บทความพระเครื่อง บทความ หลวงพ่อคูณ บรมสุข (หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ วัดบ้านไร่)
ค้นหาข่าว/บทความ:
  
ค้นหาพระเครื่อง/วัตถุมงคล:


บรมสุข (หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ วัดบ้านไร่) PDF พิมพ์ อีเมล

บรมสุข (หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ วัดบ้านไร่)



วันหนึ่ง...มีลูกศิษย์ของท่าน ๓-๔ คนจับกลุ่มถกปัญหาว่า “เมื่อคนเราตายแล้วนั้นไปไหน” บางคนก็ว่าตายแล้วก็ต้องเกิด เพียง แต่ว่าจะเกิดเป็นอะไร
บางพวกก็ว่าตายแล้วก็ดับสูญสลายหายไปล้างกัน แต่ไม่ได้ข้อสรุป เพราะเถียงกันไม่เลิก

ขณะเดียวกันกับที่หลวงพ่อคูณซึ่งนั่งฟังอยู่ใกล้ๆ อย่างสงบ ลูกศิษย์ ทั้งหลายได้ถามความเห็นจากท่าน “ตาย” แล้วไปไหน หลวงพ่อกล่าวสั้นๆ “นิพพาน” แล้วท่านก็นึ่งเงียบไม่พูดกล่าวอะไร อีก และไม่มีใครกล้าถามต่อ...

แต่ถ้าจะตีความออกมาเป็นธรรมะ คงจะต้องขอพึ่งบทความของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ซึ่งเขียนลงในสยามรัฐรายวัน วันที่ ๒๓ เมษายน ปี พ.ศ. ๒๕๓๑ ดังนี้..
.
ความตายนั้นเป็นของน่ากลัวสำหรับทั้งมนุษย์และสัตว์ สัตว์นั้นเมื่อ กลัวแล้วก็ได้แต่วิ่งหนี อะไรที่มันนึกว่าจะมาท่าให้มันตายได้ เป็นการหลบ ชั่วครั้งชั่วคราวไปจนกว่ามันจะตายจริงๆ
แต่มนุษย์นั้นมีปัญญารูได้ว่าตัวเองนั้นจะต้องตายแน่ ถึงจะหนีไปทาง ไหนก็ต้องตายจนได้ในวันใดวันหนึ่ง ขณะเดียวกันมนุษย์ก็รู้ว่าชีวิตนั้นมีค่ามาก จะทำอะไรที่มีคุณค่าให้เกิดขึ้นได้ก็จะต้องมีชีวิตเป็นพื้นฐานอยู่ก่อน คนส่วน มากหวงและห่วงชีวิต ถึงจะเจ็บไข้พิการอย่างไรก็ขอให้มีชีวิตไว้

ความตายนั้นเป็นของน่ากลัว เพราะความหวงและห่วงชีวิตนี้ประการ หนึ่ง และด้วยความไม่รู้ว่า “ตายแล้วจะเป็นอย่างไร” นั้นอีกประการหนึ่ง
เรื่องตายแล้วจะเป็นอย่างไรนั้น ศาสนาทุกศาสนาตอบว่าขึ้นอยู่แก่ กรรมหรือการกระทำ หรือความประพฤติของแต่ละคน

บุญก็ดี บาปก็ดี เป็นสิ่งที่บุคคลทำกับตัวเอง ผลจะเกิดแก่ตนเอง โดยตรง ไม่ใช่ทั้งบำเหน็จและการลงโทษ

กุศลนั้นแปลได้อีกนัยหนึ่งว่ากิจของคนฉลาด กล่าวคือ เมื่อทำบุญ แล้วผู้จะได้รับส่วนบุญนั้น เป็นความสุขความเจริญและความสงบ

ส่วนบาปนั้นเกิดผลเป็นการทำลายตัวผู้ทำเอง เมื่อทำอกุศลกรรมแล้ว มีแต่ความวิบัติฉิบหายและความเดือดร้อนเป็นนิตย์ คนฉลาดย่อมจะไม่ทำ บุญและบาปในแง่นี้ ไม่แน่ว่าตายแล้วก็หมดกันไป หรือจะมีอะไร ต่อเนื่องกันอีก

ถ้าจะตามไปได้ ก็จะต้องมีอะไรเหลือหลังจากตายไปแล้ว เพื่อรับ บุญและบาป แต่ถ้าตายแล้วไม่มีอะไรเหลือก็หมดกันแค่นั้น อย่างไรก็ดี พระพุทธศาสนาได้สอนไว้ว่า การเชื่อถือว่าตายแล้วเกิด เป็นมิจฉาทิฐิ การเชื่อว่าตายแล้วสูญก็เป็นมิจฉาทิฐิ แล้วจะให้คิดอย่างไร ทฤษฎีที่ถูกหรือที่เรียกว่าสัมมาทิฐิที่พระพุทธเจ้าทรงค้นพบนั้นก็คือ อริยสัจ ได้แก่ เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นทุกข์

เกิดก็ทุกข์...ตายก็ทุกข์...แล้วจะไปคิดเรื่องตายแล้วไปไหนกันทำไมให้ เสียเวลา เมื่อตายแล้วยังมีที่ไป ก็แปลว่าตายแล้วต้องเกิดอีก เมื่อเกิดอีกก็ ทุกข์อีก

ควรจะลองนั่งคิดกันว่า ทำอย่างไรตายแล้วจะไม่เกิดจะไม่ดีกว่าหรือ ในพุทธศาสนามีคำตอบในเรื่องนี้ คำตอบนั้นก็คือนิพพาน เป็นสภาพ ที่ไม่มีทุกข์เพราะไม่เกิดอีก เป็นการดับสูญโดยสิ้นเชิง

พระนิพพานตามภาษาพระบาลีคือบรมสุขเพราะสิ้นความทุกข์ พระ นิพพานเป็นบรมสุขก็เพราะไม่มีตัวอะไรที่คอยรับบรมสุขนั้น

ถ้ามีตัวอะไรมาคอยรับ ตัวนั้นจะต้องทุกข์จนได้ พระนิพพานก็จะ ไม่เป็นบรมสุข นิพพานของพระพุทธเจ้า เป็นเครื่องพิสูจน์ในความคิดนี้ เพราะ ท่านเรียกว่า ดับขันธ์ ปรินิพพาน หมายความว่า เป็นนิพพานชั้นยอดที่ ขันธ์ ๕ ดับสิ้น ไม่มีอะไรเหลือ เมื่อไม่มีขันธ์ก็ไม่มีตัวอะไรที่จะรับสุข นั่นแหละคือบรมสุข ๏

 
 

Main Menu