พระเครื่อง 
Home บทความ บทความพระเครื่อง บทความ หลวงพ่อคูณ บุพการี (หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ วัดบ้านไร่)
ค้นหาข่าว/บทความ:
  
ค้นหาพระเครื่อง/วัตถุมงคล:


บุพการี (หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ วัดบ้านไร่) PDF พิมพ์ อีเมล

บุพการี (หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ วัดบ้านไร่)


 
สำหรับผู้ที่ไปกราบหลวงพ่อคูณเพื่อขอของดีคุ้มกาย “ของดี” ที่ว่านี้ได้แก่พระเครื่องและเครื่องรางของขลังอันหลากหลาย โดยเฉพาะการฝังตะกรุดโทนซึ่งทำจากทองคำ
ตะกรุดทองคำเหล่านี้หลวงพ่อได้บริกรรมคาถาปลุกเสกเป็นเวลาถึง ๓ เดือน มีพุทธาคมครบถ้วน ทั้งอยู่ยงคงกระพัน แคล้วคลาดและเมตตา มหานิยม

แต่ผู้ฝั่งตะกรุดทองจากหลวงพ่อไปแล้ว มีข้อห้ามอยู่ประการ คือ ห้ามด่าแม่ผู้อื่น และห้ามผิดลูกเมียเขา หากผิดข้อสัญญาทั้งสองของขลัง ก็จะเสื่อมลงทันที
เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไป หลวงพ่อคูณนั้นเป็นผู้ที่เคารพต่อพ่อแม่เป็น ที่สุด โดยเฉพาะผู้เป็นแม่ท่านยิ่งให้ความเคารพ ท่านมักจะกล่าวว่า

“แม่นั้นเปรียบเสมือนพระรูปแรกของพวกลูกๆ ใครมันเนรคุณแม่ บังเกิดเกล้าได้มันก็ขึ้นชื่อว่าบาปมหันต์”

ดังนั้น ใครที่ไปขอวัตถุมงคลจากท่านจะต้องยึดถือการเคารพแม่เป็น ฝนดับหนึ่ง วัตถุมงคลนั้นๆ จะเพิ่มความขลังยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ยังพบว่า ท่านมักจะสั่งสอนให้ผู้คนในประเทศนี้มีความ สัมพันธ์ที่ถูกต้องระหว่างคนในชาติเดียวกัน ด้วยการเลิก ลด ละ จากกิเลส สอนให้รู้จักแบ่งปันให้กันและกัน นับเป็นการบอกหนทางที่พึงปฏิบัติต่อกัน ในฐานะเป็นผู้ร่วมชาติเดียวกัน...

ท่าให้เกิดสัมมาสติในการติดต่อกันและกัน อาจจะบังเกิดผลเป็นการ กระทำที่ถูกต้องตรงตามหลักพุทธศาสนา

ถึงตรงนี้ผู้เขียนนึกถึงหนังสือที่เจ้าประคุณสมเด็จพระญาณสังวรได้ รจนาขึ้นเรื่อง “พระธรรมเทศนาในพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก พุทธศักราช ๒๕๓๑”
เจ้าประคุณสมเด็จฯ (สมณศักดิ์ขณะนั้น) ได้เทศนาถึงความสัมพันธ์ ระหว่างผู้ที่ให้ความอุปการะนั้น เช่น พ่อแม่มีคุณต่อผู้เป็นลูก

ผู้ที่ให้ความอุปการะเช่นนี้ เจ้าประคุณสมเด็จฯ ท่านเรียกว่า “บุพการี” ซึ่งท่านจำแนกไว้ว่า บุคคลผู้ให้และผู้รับมีอยู่ ๔ คู่ พ่อแม่กับ ลูกคู่หนึ่ง ครูบาอาจารย์กับศิษย์คู่หนึ่ง พระมหากษัตริย์กับพสกนิกรคู่หนึ่ง พระสัมมาส้มพุทธเจ้ากับพุทธคาสนิกชนคู่หนึ่ง

พ่อแม่เป็นผู้อุปการะก่อนแก่บุตรธิดา เพราะเป็นผู้ให้กำเนิดและเลี้ยง ดูต่างๆ จึงชื่อว่าเป็นบุพการีของบุตรธิดา ฝ่ายบุตรธิดาเมื่อระลึกรู้คุณของ พ่อแม่ชื่อว่าเป็นกตัญญูกตเวทีในพ่อแม่

ครูบาอาจารย์เป็นผู้อุปการะก่อนแก่ศิษย์ เพราะได้ประสาทวิทยาให้ และอบรมด้วยคุณงามความดีต่างๆ ครูบาอาจารย์จึงได้ชื่อว่าเป็นบุพการีของ ศิษย์ และศิษย์นั้นเมื่อระลึกรู้คุณ ไม่ลบหลู่ แต่แสดงคุณให้ปรากฏ เคารพ ครูบาอาจารย์ ก็ชื่อว่าเป็นผู้กตัญญูกตเวทีในครูอาจารย์

พระมหากษัตริย์ทรงทำอุปการะก่อนแก่พสกนิกร เพราะทรงบำเพ็ญ พระราชกรณียกิจโดยธรรม ยังให้เกิดความสุขความเจริญแก่พสกนิกร ก็ทรงเป็นบุพการีของพสกนิกร ฝ่ายพสกนิกรเมื่อระลึกรู้คุณพระมหากรุณา ไม่ลบหลู่ ประกาศให้ปรากฏ มีความจงรักภักดี ปฏิบัติตอบแทนพระมหา กรุณาตามฐานะ เช่น ปฏิบัติตามกฎหมาย เสียส่วยอากร ปฏิบัติตนอยู่ ในศีลธรรมอันดี ได้ชื่อว่าเป็นกตัญญูกตเวทีในพระมหากษัตริย์

พระสัมมาส้มพุทธเจ้าได้ทรงทำอุปการะก่อนแก่เวไนยนิกร เพราะได้ ทรงมีพระมหากรุณา แสดงธรรมสั่งสอนโปรดให้พ้นความทุกข์ ได้รับสุข ประโยชน์ตามภูมิชั้น จึงชื่อว่าทรงเป็นบุพการีแห่งเวไนยนิกรพุทธศาสนิกชน ทั่วไป ฝ่ายพุทธศาสนิกชนเมื่อระลึกรู้พระคุณ ไม่ลบหลู่พระพุทธศาสนา อุปถัมภ์พระพุทธศาสนาตามควรแก่กรณี บูชาด้วยอามิสบูชาและปฏิบัติบูชา ดำรงรักษาสืบต่อพระพุทธศาสนา ชื่อว่าเป็นกตัญญูกตเวทีในพระส้มมา ส้มพุทธเจ้า

ครับ...ที่เจ้าประคุณสมเด็จฯ เทศนามาทำให้เราจำแนกแยกแยะผู้ที่ เป็นบุพการีและผู้ที่เป็นกตัญญูกตเวทีออกเป็น ๔ คู่ และได้อธิบายอย่าง ชัดแจ้ง ง่ายต่อการจดจำและถือปฏิบัติต่อไป เพื่อความสัมพันธ์อันดีใน ในสังคม

 
 

Main Menu