พระเครื่อง 
Home บทความ บทความพระเครื่อง บทความเกี่ยวกับ หลวงปู่บุดดา ถาวโร ปฏิปทาของหลวงปู่บุดดา ถาวโร ในความทรงจำของข้าพเจ้า พระอธิการเปล่ง จนฺทโชโต
ค้นหาข่าว/บทความ:
  
ค้นหาพระเครื่อง/วัตถุมงคล:


ปฏิปทาของหลวงปู่บุดดา ถาวโร ในความทรงจำของข้าพเจ้า พระอธิการเปล่ง จนฺทโชโต PDF พิมพ์ อีเมล

ปฏิปทาของหลวงปู่บุดดา ถาวโร  ในความทรงจำของข้าพเจ้า พระอธิการเปล่ง จนฺทโชโต

ปฏิปทาของหลวงปู่บุดดา ถาวโร ในความทรงจำของข้าพเจ้า พระอธิการเปล่ง จนฺทโชโต
    
ข้าพเจ้าได้รับอุปัฏฐากพรุคุณหลวงปู่บุดดา ถาวโร ในปี ๒๕๒๗-๒๕๒๘ พระคุณหลวงปู่พูดเสมอว่าปฏิบัติธรรมอย่างไปมุ่งแต่จะสำเร็จบรรลุนั่นบรรลุนี่ให้พิจารณาปัจจุบันทุกอิริยาบถ ยืน เดิน นั่ง นอน กินอาหาร คู้ เหยียด ถ่ายมูตร ถ่ายคูถ เรียกว่าให้พิจารณาอาการ ๙ อย่าง เหมือนกับดูฟุตบอลในสนาม โดยไม่ต้องไปเล่นเอง ให้ตั้งสติพิจารณาอยู่เรียกว่า สติปฎฐาน ๔ ถ้าถึงเวลาบารมีเต็มเปี่ยม มันถึงของมันเอง เมื่ออวิชชาหมด วิชชาก็มาเอง พระคุณหลวงปู่พูดเสมอว่าถ้าใครไม่ได้สนใจธรรมะจะไม่รู้ความหมายเลยเพราะเป็นธรรมะขั้น ปฏิเวธ คือผลของธรรมขั้นปฏิบัติ หลวงปู่บอกว่า ศีล ๕ โลกุตตรเป็นพระโสดาบัน เป็นพระอรหันต์ได้ เช่น สามเณรอรหันต์ในพุทธกาลทั้ง ๗ องค์ เป็นต้น

ครั้งหนึ่งข้าพเจ้าเคยเห็นหลวงปู่รับประเคนของจากคุณโยมผู้หญิงคนหนึ่ง ข้าพเจ้านึกตำหนิในใจว่าทำไมหลวงปู่จึงใช้มือรับโดยตรง ทันใดนั้นหลวงปู่รับถ้วยกาแหที่คุณโยมถวายแล้วและจ้องมองข้าพเจ้าแล้วพูดว่า มันหมดเชื้อแล้วไม่มีอะไร แล้วหัวเราะ
    
ข้าพเจ้าเคยคิดจะถามเรื่องนรก สวรรค์ ว่ามีจริงหรือไม่ และพิสูจน์ได้หรือเปล่า ก็ได้แต่คิดอยู่ในใจจะไม่กล้าถามเป็นอยู่เช่นนี้หลายครั้ง วันหนึ่งบังเอิญไม่มีคนมา ข้าพเจ้าจึงเข้าไปเพื่อจะถามท่าน แต่หลวงปู่พูดออกมาเลยโดยที่ยังไม่ได้ถามว่า นรก สวรรค์ พรหม นิพพาน มีจริงพิสูจน์ได้ โดยกระทำฌานให้เกิด แล้วไปดูได้ อยู่ที่จิตก็มี อยู่ภายนอกเป็นที่ตั้งก็มี อจินไตย ๔ มีอยู่อย่างหนึ่งคือฌาณวิสัย ที่สามารถรู้ได้เท่ากัน อย่างเช่นพระโมคคัลลานะ ลงจากเขาคิชฌกูฎ และเห็นเปรตตนหนึ่งร่างกายมีแต่โครงกระดูกลอยอยู่บนอากาศใกล้ทางลงจากเขาส่งเสียงร้องโหยหวน เมื่อกลับจากบิณฑบาตแล้ว เข้าไปเฝ้ากราบทูลพระพุทธเจ้าถึงเรื่องที่ได้เห็นมา พระพุทธเจ้าจรัสว่าโมคคัลลาเห็นแล้วหรือ เมือตถาคตตรัสรู้ใหม่ ๆ เขาก็อยู่ตรงนั้นแล้ว แต่เราไม่บอกใคร เพราะกลัวเขาไม่เชื่อแล้วกล่าวติเตียน จะทำให้เป็นบาปกับเขา หลวงปู่ยกเรื่องนี้มาเล่าให้ฟัง ทำให้ข้าพเจ้าแปลกใจเป็นอย่างมากที่หลวงปู่รู้ใจเรา
    
บางครั้งข้าพเจ้าสงสัยว่า เรื่องหมอดูทำนายทายทัก เป็นเรื่องอะไรกัน มีอะไรเป็นเป้าหมายและมีที่สุดเช่นไร หลวงปู่ตอบว่า มันเป็นเรื่องปุญญาภิสังขารอปุญญาภิสังขาน มันวนอยู่ใน ๓ โลกนี้แหละไม่ทะลุออกนอกโลกไปได้ วนอยู่ในวัฏฏสงสารเป็นเรื่องบุญเรื่องกรรมที่ตามให้ผลอยู่ตลอดไป สรุปว่าหลวงปู่นั้น เป็นพระที่พอดี ไม่ขาดไม่เกิน ถามหลวงปู่ว่าหนาวไหมหลวงปู่ตอบว่าหนาวพอดี ถามหลวงปู่ร้อนไหม หลวงปู่ตอบว่า ร้อนพอดี ถามหลวงปู่เมื่อปวดไหม หลวงปู่ตอบว่าพอดี บางครั้งหลวงปู่ไอจนตัวโยนเพราะโรคปอดชื้น ข้าพเจ้าก็ไม่รู้จะช่วยอย่างไร นอกจากคอยหยิบกระดาษและกระโถนไปให้ท่านบ้วนปากบ้าง ให้ยาตามกำหนดบ้าง หลวงปู่เห็นลูกศิษย์กังวลใจ และสงสารหลวงปู่ท่าน ท่านก็พูดว่าเป็นกรรมของรูปมัน นามมัน ไม่มีกรรมแล้ว

วาระที่หลวงปู่มีอายุ ๑๐๐ ปี ในปีนี้ ข้าพเจ้าขออาราธนาพระคุณหลวงปู่ขอให้อยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของลูกหลาน และพุทธบริษัท ตลอดกาลนานเทอญ.

 
 

Main Menu