พระเครื่อง 
Home บทความ บทความพระเครื่อง ความรู้เกี่ยวกับพระกรุ ประวัติการขุดค้นพบ พระกำแพงเชยคางข้างเม็ด ลานทุ่งเศรษฐี จังหวัดกำแพงเพชร
ค้นหาข่าว/บทความ:
  
ค้นหาพระเครื่อง/วัตถุมงคล:


ประวัติการขุดค้นพบ พระกำแพงเชยคางข้างเม็ด ลานทุ่งเศรษฐี จังหวัดกำแพงเพชร PDF พิมพ์ อีเมล

ประวัติการขุดค้นพบ พระกำแพงเชยคางข้างเม็ด ลานทุ่งเศรษฐี จังหวัดกำแพงเพชร

การเรียกชื่อพระกรุเก่าแก่ที่ค้นพบในสมัยก่อน มักจะนำชื่อของจังหวัดที่ค้นพบเป็นครั้งแรกมาเป็นชื่อนำ แล้วจึงต่อท้ายด้วยเอกลักษณ์เฉพาะของแต่ละพิมพ์ไป และเมื่อพบพระลักษณะเดียวกันที่จังหวัดอื่นๆ ก็จะใช้ชื่อเรียกขานเดียวกัน

พระพิมพ์ปางลีลาก็เช่นกัน มีการค้นพบครั้งแรกที่จังหวัดกำแพงเพชร ใช้ชื่อเรียกขานแต่โบราณว่า "พระกำแพงเขย่ง" หรือ "พระกำแพงลีลา" เนื่องจากอากัปกิริยาในการเยื้องย่างของพระประธาน

ต่อมาเรียกให้สั้นเข้าก็เหลือแต่คำว่า "พระกำแพง" แล้วต่อท้ายของเอกลักษณ์ของพิมพ์ ซึ่งจะมีอยู่ด้วยกันหลายพิมพ์ มีอาทิ พระกำแพง เม็ดขนุน พระกำแพงกลีบจำปา พระกำแพงเชยคางข้างเม็ด และพระกำแพงพลูจีบ เป็นต้น

ด้วยประติมากรรมที่มีเอกลักษณ์พิเศษเฉพาะตัวของพระเครื่องเมืองกำแพงเพชร ความงดงามทางพุทธศิลปะ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศิลปะเชิงช่างของสกุลช่างชั้นสูง และความเยี่ยมยอดทางพุทธคุณครบเครื่องครบครัน

โดยเฉพาะพระพิมพ์ที่ค้นพบในบริเวณลานทุ่งเศรษฐีหรือเมืองนครชุม ซึ่งมีทั้งพระเนื้อดินเผา พระเนื้อชิน พระเนื้อสัมฤทธิ์ และพระเนื้อว่านบุเงินบุทอง จึงล้วนเป็นที่นิยมสะสมของบรรดาพุทธศาสนิกชนและนักนิยมสะสมพระเครื่องทั้งหลาย

"พระกำแพงเชยคางข้างเม็ด" หนึ่งในพระพิมพ์ที่พบในบริเวณลานทุ่งเศรษฐี จากกรุวัดบรมธาตุ วัดอาวาสน้อย และวัดสี่อิริยาบถ นับได้ว่าเป็นพระกรุเก่าแก่ที่มีพุทธลักษณะอันอ่อนช้อยงดงาม ลายเส้นต่างๆ มีความประสานกลม กลืน โดยฝีมือสกุลช่างยุคสุโขทัยบริสุทธิ์ อันถือ เป็นผลงานพุทธประติมากรรมชั้นสูงชิ้นหนึ่ง

ชื่อ "พระกำแพงเชยคางข้างเม็ด" นั้น คำว่า "กำแพง" มาจากเมืองกำแพง เพชรดังกล่าวแล้ว ส่วนคำว่า "เชยคาง" นั้น มาจากพุทธลักษณะที่พระกรด้านซ้ายยกขึ้นพาดพระอังสาแลดูคล้ายการเชยคาง และ "ข้างเม็ด" มาจากพุทธศิลปะเม็ดไข่ปลาที่ปรากฏโดยรอบซุ้มเรือนแก้วนั่นเอง

พระกำแพงเชยคางข้างเม็ด เป็นพระพิมพ์แบบเทหล่อแบบครึ่งซีก สัณฐานรูปสี่เหลี่ยมยาว ด้านบนโค้งมน ยอดแหลม ส่วนด้านล่างตัดตรง องค์พระประธานประทับยืน แสดงปางลีลา เหนืออาสนะเส้นตรง 2 ชั้น อยู่ภายในซุ้มเรือนแก้ว รอบซุ้มเรือนแก้วและฐานประดับด้วยเม็ดไข่ปลา พระเกศเป็นมุ่นเมาลี 2 ชั้น บนสุดมีลักษณะคล้ายดอกบัวตูม พระศกเป็นเม็ดงายาวรีโดยรอบ พระพักตร์เอียงไปด้านซ้าย กลมกลืนกับพระอิริยาบถก้าวย่างพระบาท ปรากฏพระเนตร พระนาสิก และพระโอษฐ์ชัดเจน ลำพระศอไม่เด่นชัด แต่สร้อยพระศอปรากฏชัดเจน พระอังสากว้าง พระอุระอวบอูมล่ำสัน แต่แฝงความอ่อนช้อยงามสง่าในที

ลำพระองค์วาดเว้ากลมกลืนอย่างมีทรงและทอดต่อลงมาจนถึงพระบาท เส้นพระอังสะและชายจีวรอ่อนช้อยแลดูไหวพลิ้ว พระกรข้างซ้ายขององค์พระยกพาดเหนือพระอังสา พระกรข้างขวาทอดแอ่นไปตามลำพระองค์ ส่วนด้านหลังเป็นหลังแบนเรียบปรากฏลายผ้าหยาบๆ

พระกำแพงเชยคางข้างเม็ด นี้มีการขุดพบกันมานานมากแล้ว และพบกันต่อมาในราวปี พ.ศ.2495 โดยพบครั้งแรกที่กรุวัดพระบรมธาตุ ฝั่งนครชุม และยังพบพระตามที่ต่างๆ ในลานทุ่งเศรษฐีอีกด้วย

ต่อมาก็พบที่กรุวัดอาวาสน้อยและวัดสี่อิริยาบถอีก พระที่พบส่วนมากเป็นพระเนื้อชินเงิน มีเนื้อตะกั่วสนิมแดงบ้างเล็กน้อย และแบ่งออกได้เป็น 3 พิมพ์ โดยแต่ละพิมพ์จะมีพุทธลักษณะเหมือนๆ กัน ต่างกันที่ขนาดขององค์พระ คือ พิมพ์ใหญ่ มีขนาดประมาณ 2.2X5.6 ซ.ม. พบเห็นน้อยมาก พิมพ์กลางประมาณ 2X5 ซ.ม. พบมากกว่าพิมพ์อื่นๆ และเช่าหาเป็น "พิมพ์มาตรฐาน" และพิมพ์เล็ก ขนาดประมาณ 1.7X4.6 ซ.ม.

การสังเกตผิวขององค์พระในแต่ละกรุ จะมีลักษณะแตกต่างกันไป ถ้าเป็นของ "กรุวัดบรมธาตุและกรุบริเวณทุ่งเศรษฐี" จะมีผิวสนิมตีนกาเป็นสีดำๆ เป็นส่วนใหญ่ ส่วนที่พบที่ "กรุวัดอาวาสน้อยและวัดสี่อิริยาบถ" มักจะมีผิวปรอทหลงเหลืออยู่ ผิวมักจะออกขาวซีดๆ ที่พบเป็นชินแก่ตะกั่ว มีไขขาวและสนิมแดงก็พบบ้าง แต่น้อยมาก

ด้วยพุทธศิลปะที่อ่อนช้อยงดงามอย่าง มีเอกลักษณ์ "พระกำแพงเชยคางข้างเม็ด" จึงนับเป็นพระกรุที่น่าสะสมมากพิมพ์หนึ่งในแวดวงนักนิยมสะสมพระเครื่อง

แต่ปัจจุบันค่อนข้างหาดูได้ยากและของทำเทียมเลียนแบบก็เยอะครับผม

 
 

Main Menu

VirtueMart Login