พระเครื่อง 
Home บทความ บทความพระเครื่อง ความรู้เกี่ยวกับพระกรุ ประวัติการขุดค้นพบ พระปทุมมาศ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.สุพรรณบุรี
ค้นหาข่าว/บทความ:
  
ค้นหาพระเครื่อง/วัตถุมงคล:


ประวัติการขุดค้นพบ พระปทุมมาศ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.สุพรรณบุรี PDF พิมพ์ อีเมล

ประวัติการขุดค้นพบ พระปทุมมาศ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.สุพรรณบุรี



"พระปทุมมาศจะมีลักษณะแตกต่างจากพระอื่นๆ กล่าวคือ มีสัณฐานคล้ายดอกบัวบาน องค์พระประทับนั่งปางสมาธิ กรอบที่เป็นดอกบัว และรอบนอกขอบเป็นรอยหยัก พบเป็นเนื้อชินเงินเฉกเดียวกับ "พระมเหศวร" พระพักตร์องค์พระพุทธรูปออกไปทางศิลปะขอม"

ค้นพบที่กรุปรางค์ประธาน วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.สุพรรณบุรี กรุพระขึ้นชื่อลือชากรุหนึ่งของไทย

อาจารย์มนัส โอภากุล ผู้เชี่ยวชาญทางโบราณคดีเมืองสุพรรณบุรี ได้ให้ความหมายไว้ว่า "ปทุม" แปลว่า ดอกบัว ส่วน "มาศ" แปลว่า ทองคำ ซึ่ง "พระปทุมมาศ" จะมีลักษณะแตกต่างจากพระอื่นๆ กล่าวคือ มีสัณฐานคล้ายดอกบัวบาน องค์พระประทับนั่งปางสมาธิ กรอบที่เป็นดอกบัวกว้างรวม 3.5x5.4 ซ.ม. และรอบนอกขอบเป็นรอยหยัก พบเป็นเนื้อชินเงินเฉกเดียวกับ "พระมเหศวร" พระพักตร์องค์พระพุทธรูปออกไปทางศิลปะขอม ตอนพบผู้เฒ่าผู้แก่เล่าว่า เจอไม่เกิน 10 องค์ จึงเป็นพระที่หาได้ยากยิ่งปัจจุบัน องค์เห็นหน้าเห็นตาต้องมีหลายหลายแสนขึ้นไป

สำหรับองค์พระที่ประทับนั่งปางสมาธินี้ มีข้อพึงสังเกตคือ ท่านประทับนั่งอยู่เหนือเส้นอาสนะในลักษณาการ "ขัดสมาธิราบ" พระเกศเป็นลักษณะสวมหมวกชีโบ ตามอย่างศิลปะขอมที่ปะปนเข้ามาในศิลปะอู่ทอง ปลียอดพระเกศจิ่มสั้น พระ นลาฏมีรอยเว้าลึกคล้ายๆ ศิลปะ "พระผงสุพรรณ" พระพักตร์มีลักษณะกลมป้อม พระอังสานูนเกือบปรากฏอยู่กึ่งกลางองค์พระ พระศอสั้นแทบติดกับพระอังสะ พระอุระด้านบนผายกว้างด้านล่างค่อยสอบแคบลงมา เฉกเช่น "พระผงสุพรรณ" แต่ยังไม่ชัดเจนเท่า พระกรเรียวเล็กและหักมุมทำให้องค์พระดูผึ่งผาย และที่น่าแปลกใจ คือ รอยหยักรอบนอก ที่เป็น "จุดเด่น" ของดอกบัวนั้น มิได้ทำให้องค์พระดูด้อยลงเลย แต่กลับเสริมกันและกันให้องค์พระดูสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ยากจะหาพระที่มีรูปลักษณะแปลกตาและสมบูรณ์ได้เทียบเท่า

 

 

พระปทุมมาศนี้ องค์พระจะมีขนาดเขื่อง และพบเพียงเนื้อเดียวเท่านั้น คือ เนื้อชินเงินผสมตะกั่ว บางองค์หากแก่ตะกั่วจะมี "สนิมสีแดง" แทรกขึ้นมาบ้าง ส่วนในองค์ที่แก่ชินเงินจะเห็นเป็น "สนิมตีนกา" กระจายอยู่ทั่วไปสมตามอายุที่มีมากว่า 600 ปี

ต่อข้อถามว่าทำไมคนโบราณจึงสร้าง "พระขนาดเขื่อง" (เมื่อเทียบกับพระอื่นทั่วไป) และสร้างเป็นจำนวนน้อย และที่สำคัญพุทธลักษณะดูแปลกหูแปลกตา ซึ่งอาจสันนิษฐานได้ว่า การนำพระพุทธรูปจากเมือง อื่นๆ มาร่วมบุญ เมื่อเมืองที่เป็นสัมพันธไมตรีก่อสร้างศาสนสถานนั้น เป็นธรรมเนียมที่ถือปฏิบัติกันมาแต่โบราณ และพระพุทธที่ส่งมาร่วมบรรจุกรุก็มักจะมีความงามเป็นเลิศ แสดงถึงศิลปะเชิงช่างชั้นสูง และที่เหนืออื่นใดบางองค์ยังพบลักษณะการเป็นตัวแทนขององค์พระมหากษัตริย์หรือเจ้าผู้ครองแคว้น เช่น กรณีพระชัยวรมันที่ 7 ซึ่งทรงส่ง "พระมหาชัยพุทธมหานาท" มาประดิษฐานตามปราสาทหิน ที่พระองค์ก่อสร้าง เป็นการแสดงพระราชอำนาจหรือสัมพันธไมตรีเหนืออาณาเขต นั้นๆ

กรณี "พระปทุมมาศ" ศิลปะองค์พระที่ประทับกึ่งกลางมีอิทธิพลของขอมปรากฏอยู่ชัดเจน และการสร้างปทุมมาศเป็นพื้นหลังนั้น เป็นการกล่าวถึง "พระเจ้าปทุมสุริยวงศ์" ซึ่งในตำนานขอมหลายฉบับกล่าวตรงกันว่า เป็นบรรพบุรุษผู้สร้างเมืองขอม และที่สำคัญคือทรงมีความสัมพันธ์กับ "พญานาค" อันเป็นบรรพบุรุษฝ่ายสตรีของขอมอย่างแน่นแฟ้น ในขณะที่อาณาจักรสุโขทัยได้ส่ง "พระลีลากำแพงศอก" อันงดงามอย่างที่สุดมาร่วมบรรจุกรุที่ "พระปรางค์วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.สุพรรณบุรี" ดังนี้ การชิงความได้เปรียบจึงมิใช่หมายถึงการต่อสู้ทางแสนยานุภาพของกองทัพเพียงอย่างเดียว หากแต่ล่วงเลยไปถึงการแสดงออกทางด้านศิลปะด้วย แสดงให้เห็นว่าทั้งขอมและสุโขทัย ยังมีอิทธิพลในบริเวณสุพรรณบุรีอย่างต่อเนื่องมาจนถึงสมัยกรุงศรีอยุธยา

ด้วยความนิยมใน "พระปทุมมาศ" นี้เอง ทำให้บรรดาเกจิอาจารย์ผู้ขมังเวทพากันจัดสร้างพระปทุมมาศกันแพร่หลายสืบต่อมา

ที่มาจาก ข่าวสด บมความโดย พันธุ์แท้พระเครื่อง : ราม วัชรประดิษฐ์

 
 

Main Menu

VirtueMart Login