พระเครื่อง
Home บทความ บทความพระเครื่อง ความรู้เกี่ยวกับพระกรุ ประวัติการค้นพบ พระกรุวัดสุดสวาท (พระเครื่องกรุวัดสุดสวาท) จังหวัดพิษณุโลก
ค้นหาข่าว/บทความ:
  
ค้นหาพระเครื่อง/วัตถุมงคล:


ประวัติการค้นพบ พระกรุวัดสุดสวาท (พระเครื่องกรุวัดสุดสวาท) จังหวัดพิษณุโลก PDF พิมพ์ อีเมล

ประวัติการค้นพบ พระกรุวัดสุดสวาท (พระเครื่องกรุวัดสุดสวาท) จังหวัดพิษณุโลก

สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านที่รักทุกท่าน พระกรุวัดสุดสวาท จังหวัดพิษณุโลก เป็นพระเครื่องกรุหนึ่งที่มีการพบจำนวนน้อยมาก จนทำให้ไม่ค่อยได้มีการพูดถึงกันนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวโบราณสถานของวัดนี้ก็ปรักหักพังไปจนแทบไม่มีอะไรหลงเหลือให้เห็น เหลือเพียงเนินดินที่เป็นส่วนฐานขององค์พระเจดีย์เท่านั้น เมื่อก่อนก็ไม่มีใครสนใจเนินดินนี้เลย จนกระทั่งมีการพบพระเครื่องที่ขึ้นมาจากกรุนี้ แต่ก็มีจำนวนไม่มากนัก เข้าใจว่าด้วยการเสื่อมสภาพลงไปของตัวองค์พระเจดีย์มานมนานมากแล้ว จึงทำให้พระเครื่องที่บรรจุในกรุนี้กระจัดกระจายไปและเสื่อมสภาพ จนหลงเหลืออยู่จำนวนไม่มากนัก ในปัจจุบันกรมศิลปากรได้บูรณะให้พอเห็นเป็นรูปร่างของฐานพระเจดีย์ และมีป้ายปักไว้เขียนว่า "วัดสุดสวาท" เท่านั้น

วัดสุดสวาท วัดนี้เป็นวัดร้างตั้งอยู่ ต.พลายชุมพล อ.เมือง จ.พิษณุโลก วัดนี้ไม่พบหลักฐานเกี่ยวกับการสร้าง การบูรณะ จนกลายสภาพเหลือเพียงเนินดิน ร่องรอยแห่งซากเจดีย์เก่า สันนิษฐานว่าเป็นวัดเล็กๆ วัดหนึ่งที่มีอายุการสร้างใกล้เคียงกับวัดนางพญา วัดนี้ถ้าไม่มีผู้พบพระเครื่องของกรุนี้ ผู้คนก็อาจลืมเลือนกันไปอย่างน่าเสียดาย

เนินดินที่เป็นกรุพระนั้น ในสมัยก่อนยังมีไก่เถื่อนอาศัยคุ้ยเขี่ยหาอาหารตรงบริเวณนั้น และเกิดมีผู้ไปพบพระเครื่อง เนื้อชินตะกั่วสนิมแดง เป็นพระลีลาศิลปะสวยงามมาก จึงเรียกกันว่า พระลีลาไก่เขี่ย ต่อมาประมาณปี พ.ศ.2465 จึงมีผู้คนไปขุดหาพระเครื่องกัน พระที่พบมีทั้งพระบูชาและพระเครื่อง พระบูชาเป็นพระศิลปะอยุธยาทั้งสิ้น เช่น พระยืนปางห้ามสมุทร พระนั่งปางสมาธิ และปางมารวิชัย พระเครื่องก็มีพระลีลา พระนางพญา ซึ่งพระทั้งหมดพบประมาณ 400 องค์ พระนางพญาพบทั้งที่เป็นพระพิมพ์ใหญ่ พิมพ์กลางและพิมพ์เล็ก ที่เป็นพิมพ์ใหญ่ก็มีพุทธลักษณะคล้ายๆ กับพระนางพญาพิมพ์เข่าตรง กรุวัดนางฯ แต่องค์พระและกรอบพิมพ์จะชะลูดกว่า พระพิมพ์กลางก็จะคล้ายกับพระพิมพ์สังฆาฏิ บางท่านเรียกว่าพิมพ์หูห่าง ส่วนพิมพ์เล็กในสมัยก่อนก็เรียกเป็นพิมพ์เทวดาก็มี พระนางพญาที่พบเป็นพระเนื้อดินเผา เนื้อค่อนข้างละเอียด หนึกนุ่ม พระที่พบมีทั้งสีแดงหม้อใหม่ สีเหลือง ใบตองแห้งและสีสวาด

หลังจากพระแตกออกจากกรุแล้วก็หายวับไปในเวลาไม่นานนัก ผู้ที่นำไปบูชาติดตัวมักจะเล่าขานกันว่า ในด้านเมตตามหานิยมนั้นเป็นเลิศ สมดังชื่อของวัดคือ "วัดสุดสวาท" ซึ่งเป็นชื่อที่ไพเราะน่ารัก ส่วนพระลีลาก็เป็นพระเนื้อชินตะกั่วเป็นส่วนใหญ่ ที่เป็นเนื้อชินเงินก็มีบ้างเป็นส่วนน้อย พุทธลักษณะ อ่อนช้อยงดงาม การตัดกรอบเข้ารูปตามองค์พระ ในส่วนของพระเครื่องเนื้อชินปางลีลานั้น ศิลปะเป็นแบบสุโขทัย ซึ่งพุทธลักษณะการเยื้องย่างที่พลิ้วไหวงดงามมาก ซึ่งก็แปลกจากพระนางพญาซึ่งเป็นศิลปะแบบอยุธยา จึงทำให้สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นพระที่สร้างต่างวาระกัน ซึ่งวัดสุดสวาทอาจจะสร้างมาตั้งแต่ครั้งกรุงสุโขทัยตอนปลายก็เป็นได้ และมีการสร้างพระเครื่องบรรจุไว้ในองค์พระเจดีย์ ซึ่งต่อมาในสมัยกรุงศรีอยุธยาก็ได้มีการบูรณปฏิสังขรณ์วัดแห่งนี้และได้สร้างพระบรรจุไว้ด้วยเช่นกัน จึงได้มีการพบพระศิลปะที่แตกต่างกัน ในส่วนของพระลีลาวัดสุดสวาทนั้น พระที่พบเป็นเนื้อชินตะกั่วสนิมแดงจะมีผิวสนิมแดงที่งดงามมาก สนิมจับทั่วทั้งองค์พระ งดงามทั้งสีสนิมและพุทธลีลา แต่ก็หาชม พระแท้ๆ ยากยิ่งครับ โดยเฉพาะพระลีลา เนื้อชินสนิมแดง

ปัจจุบันหาดูได้ยากมากทุกพิมพ์ ไม่ว่าจะเป็นพระนางพญา หรือพระลีลา ของวัดสุดสวาท ในส่วนตัวผมนั้นชอบพระเครื่องของกรุนี้มาก ไม่ว่าจะเป็นพระลีลาหรือพระนางพญาครับ ทั้งศิลปะและเนื้อหาสวยซึ้งมาก อีกทั้งนามวัดก็ไพเราะน่าฟังครับ "สุดสวาท"

ครับวันนี้ผมก็ได้นำรูปพระปางลีลา เนื้อชินสนิมแดง องค์สวยของกรุวัดสุดสวาท มาให้ชมกัน

ชมรมพระเครื่อง
แทน ท่าพระจันทร์

 
 

Main Menu

VirtueMart Login