พระเครื่อง
Home บทความ บทความพระพุทธศาสนา ประวัติความเป็นมาของนาคหลวง
ค้นหาข่าว/บทความ:
  
ค้นหาพระเครื่อง/วัตถุมงคล:


ประวัติความเป็นมาของนาคหลวง PDF พิมพ์ อีเมล

ประวัติความเป็นมาของนาคหลวง



นาคหลวงเป็นคำเรียกสามเณรหรือบุคคลที่อุปสมบทโดยได้รับมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในแต่ละรัชกาลรับไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ในการบำเพ็ญพระราชกุศลอุปสมบทภายในพระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม

นาคหลวงมี 2 ประเภท คือ 1.นาคในพระบรมราชานุเคราะห์ หมายถึง พระบรมวงศานุวงศ์หรือข้าราชการที่ปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและได้ทำเรื่องกราบบังคมทูลขอเป็นนาคหลวง แยกเป็นนาคหลวงที่เป็นพระราชวงศ์ ราชสกุล ราชนิกุล ประกอบพิธีสมโภชในพระที่นั่งแล้วแห่ไปอุปสมบทในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม, นาคหลวงประเภทข้าราชการชั้นสัญญาบัตร จะไม่มีพิธีสมโภช เว้นแต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เป็นพิเศษ และนาคหลวงประเภทข้าราชการต่ำกว่าชั้นสัญญาบัตร จะได้รับพระราชทานเครื่องอัฐบริขารไปอุปสมบทตามวัดที่ติดต่อไว้เอง เรียกนาคหลวงประเภทนี้ว่า นาคในพระบรมราชานุเคราะห์ และ 2.นาคหลวงสายเปรียญธรรม คือผู้สอบภาษาบาลีได้เปรียญธรรม 9 ประโยค ขณะยังเป็นสามเณร อายุไม่เกิน 21 ปี

การอุปสมบทในพระพุทธศาสนาเพื่อศึกษาและปฏิบัติตามพระธรรมวินัย เป็นประเพณีของพุทธศาสนิกชนชาวไทยมาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย สมัยกรุงศรีอยุธยา มาถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อบ้านเมืองสงบเรียบร้อยขึ้น พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร (พระบาทสมเด็จพระ พุทธเลิศหล้านภาลัย) ทรงผนวชที่พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อปีพ.ศ.2331 นับว่าเป็น "นาคหลวงองค์แรก" ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ และตั้งแต่นั้นมาจึงเป็นราชประเพณีที่พระบรมราชวงศ์หากจะทรงผนวชจะต้องทรงผนวชในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยโปรดเกล้าฯให้เป็น นาคหลวง

สำหรับนาคหลวงสายเปรียญธรรม สามเณรนาคหลวงรูปแรก แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ คือ สามเณรสา สอบไล่ได้เมื่ออายุ 18 ปี แผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว วัดราชาธิวาสวิหาร ก่อนย้ายไปจำพรรษา ณ วัดบวรนิเวศวิหาร ท่านได้รับยกย่องเป็นสามเณรอัจฉริยะแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ต่อมาในปีพ.ศ.2434 ได้รับพระมหากรุณาธิคุณทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาเป็นสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (สา ปุสฺสเทโว) เป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 9 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สถิต ณ วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

สามเณรนาคหลวงรูปที่ 2 ของกรุงรัตน โกสินทร์คือ สามเณรปลด เกตุทัต สอบไล่ได้เมื่ออายุ 20 ปี (แผ่นดินรัชกาลที่ 5) วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ซึ่งต่อมาในปีพ.ศ.2503 รัชกาลปัจจุบัน ได้รับพระมหา กรุณาธิคุณทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช (ปลด กิตฺติโสภณ) เป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ 14 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สถิต ณ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ส่วนผู้สอบไล่ได้เปรียญ 9 ประโยค ขณะเป็นสามเณรเป็นท่านแรกในสมัยที่เปลี่ยนวิธีสอบจากสอบปากเปล่าสดๆ มาเป็นข้อเขียน คือ สามเณรเสฐียรพงษ์ วรรณปก วัดทองนพคุณ สอบไล่ได้เมื่ออายุ 21 ปี เป็น สามเณรนาคหลวงรูปที่ 3 ของกรุงรัตนโกสินทร์

นาคหลวงสายเปรียญธรรมถือเป็นจุดหมายสูงสุดของการศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกบาลีของสามเณรในวัดต่างๆ ทั่วราชอาณาจักร ในการนี้วัดจะได้จัดฉลองเพื่อแสดงมุทิตาให้แก่สามเณร เพื่อให้สังคมรู้จักกัน อย่างกว้างขวาง อันเป็นเกียรติแก่สามเณรและครอบครัว ซึ่งสนับสนุน ศาสนทายาทที่มีคุณภาพ

สำหรับพระราชพิธีอุปสมบทนาคหลวง แต่ก่อนมีระเบียบปฏิบัติเริ่มจากทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นาคหลวงนำดอกไม้ธูปเทียนแพเข้าเฝ้าฯ กราบถวายบังคมทูลลาผนวช ลาอุปสมบท ก่อนมีพระราชพิธีสมโภช คือ พราหมณ์เบิกแว่นเวียนเทียน ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานน้ำพระมหาสังข์ ทรงเจิมพระราชทาน แล้วจึงมีการทำขวัญนาคหลวง

สำหรับปัจจุบันทรงให้ปรับเปลี่ยนระเบียบพิธีให้คงมีแต่ขั้นตอนการทรงผนวช การอุปสมบทไว้ และจะเสด็จฯ ไปพระราชทานเครื่องอัฐบริขาร เครื่องไทยธรรมแด่พระภิกษุนาคหลวง และทรงหลั่งทักษิโณทก อุทิศพระราชกุศลตามพระราชศรัทธา หรือโปรดเกล้าฯ ให้พระบรมวงศานุวงศ์เสด็จฯ แทนพระองค์

คอลัมน์ รู้ไปโม้ด

น้าชาติ ประชาชื่น