พระเครื่อง
Home กระดานพระเครื่อง
ค้นหาข่าว/บทความ:
  
ค้นหาพระเครื่อง/วัตถุมงคล:


กระดานพระเครื่อง
ยินดีต้อนรับ, ผู้เยี่ยมชม
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน.    ลืมรหัสผ่าน?
ประวัติพระเกจิอาจารย์-ประวัติพระอริยะสงฆ์ ใครมีประวัติครูบาอาจารย์ ประวัติพระเกจิอาจารย์ ประวัติพระอริยะสงฆ์ อยากจะเผยแผ่ เกียรติคุณ ก็มาเล่าสู่กันฟังเลยครับ
Go to bottom ตอบกลับกระทู้นี้ รายการถูกบันทึก: 0
หัวข้อ: พระอาจารย์สุรศักดิ์ วัดมเหยงคณ์
#65
มรดกพระเครื่อง (สมาชิก)
Junior Boarder
กระทู้: 21
graphgraph
สมาชิกที่ไม่ได้ออนไลน์ Click here to see the profile of this user
พระอาจารย์สุรศักดิ์ วัดมเหยงคณ์ 11 ปี, 2 เดือน ก่อน กรรม: 0  
พระอาจารย์สุรศักดิ์ เขมรสี วัดมเหยงคณ์



ท่านพระครูเกษมธรรมทัต (สุรศักดิ์ เขมรํสี) วัดมเหยงคณ์ จ.พระนครศรีอยุธยา

ประวัติ

ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่งในเขต ตำบลนครหลวง อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำป่าสัก ผู้คนในถิ่นนั้น จะคุ้นเคยเป็นอย่างดี กับเรือนแพหลังหนึ่งซึ่งจอดอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ เป็นที่ทราบกันว่า เจ้าของเรือนแพหลังนี้ คือ สามี-ภรรยา ผู้ใจบุญ นามว่า "นายบัวขาว-นางมณี เพ็งอาทิตย์" ผู้ให้กำเนิด เด็กชายสุรศักดิ์ หรือ "พระอาจารย์สุรศักดิ์ เขมรสี " ประทีปธรรมนำจิตใจ ของคณะศิษย์ สุปฏิปันโน ในปัจจุบัน

เมื่อเด็กชายสุรศักดิ์ เพ็งอาทิตย์ เจริญวัยขึ้นก็ได้เข้ารับการศึกษา ทั้งในระดับประถม และมัธยมศึกษาที่โรงเรียนนครหลวงวิทยาคาร โรงเรียนนครหลวงพิบูลย์ประเสริฐวิทย์ และโรงเรียนอุดมรัชวิทยา ในเขตอำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเด็กชายสุรศักดิ์เป็นนักเรียนที่เอาใจใส่การเล่าเรียนเป็นอย่างดี มักได้รับคำชมเชยจากครูที่ทำการสอนอยู่เสมอ แต่จะด้วยวิบากกรรม หรือมหากุศลบันดาลให้เป็นไป ก็สุดจะคาดเดาได้ จึงทำให้เด็กชายสุรศักดิ์ เกิดประสบอุบัติเหตุบาดเจ็บร้ายแรงถึงขั้นต้องหยุดพักการเรียนไปช่วงหนึ่ง

สู่ร่มกาสาวพัสตร์

เมื่อได้ตัดสินใจเข้าสู่ ร่มกาสาวพัสตร์ แล้ว โยมบิดา-โยมมารดา จึงได้จัดพิธีอุปสมบทให้ เมื่อวันที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๑๘ ณ วัดพร้าวโสภณาราม ตำบลนครหลวง อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมี ท่านพระครูอดุลธรรมประกาศเป็นพระอุปัชฌาจารย์ พระอธิการป่วน โสภโณ เป็นพระกรรมวาจารย์ พระครูสำเริง เป็นพระอนุสาวณาจารย์ ได้รับฉายาว่า เขมรสี (ประทีปธรรมนำความสงบ และหลุดพ้น)

ต่อมาท่านได้ลองไปปฏิบัติกรรมฐาน ณ สำนักวิปัสสนานครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยการแนะนำจากญาติฝ่ายโยมบิดา ทำให้ท่านได้ประจักษ์ถึงพุทธดำรัส ที่ว่า สพฺพรสํ ธมฺมรโส ชินาติ รสพระธรรมย่อมชนะรสทั้งปวง

ในช่วงเวลานั้นท่านได้พบกับความสงบร่มเย็นแท้จริงของชีวิต และรู้สึกลึกซึ้งในคุณค่าของพระธรรมมากยิ่งขึ้น จนทำให้เปลี่ยนความตั้งใจจากเดิม ที่คิดว่าจะบวชเพียงพรรษาเดียว เพื่อทดแทนคุณบิดามารดา เป็นตั้งมั่นที่จะอยู่ในร่มกาสาวพัสตร์ต่อไป เพื่อค้นคว้าศึกษาหลักธรรมให้แตกฉานยิ่งขึ้น

กาลต่อมาท่านได้มีโอกาสเข้ากราบนมัสการ พระอาจารย์ใหญ่ฝ่ายวิปัสสนากรรมฐาน แห่งวัดเพลงวิปัสสนา เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ท่านรู้สึกเลื่อมใสศรัทธาในปฏิปทาของท่านพระครู รูปนี้ยิ่งนัก

ศึกษาพระอภิธรรมนำชีวิต

ท่านพระครูสังวรสมาธิวัตร ได้เมตตารับพระภิกษุสุรศักดิ์ไว้เป็นศิษย์ ทั้งยังได้แนะนำให้เข้ารับการอบรมในสำนักปฏิบัติกรรมฐาน ณ สำนักวัดเพลงวิปัสสนา จนมีศรัทธาแรงกล้าใคร่ที่จะศึกษาในพระอภิธรรมคัมภีร์ จึงได้ไปสมัครเรียนที่อภิธรรมโชติกวิทยาลัย ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณวัดมหาธาตุยุวราช-รังสฤษดิ์ กรุงเทพมหานคร โดยเรียนที่ระเบียงวิหารคต และ ณ ที่นี้เอง พระภิกษุสุรศักดิ์ ก็ได้ใช้ความเพียรในการศึกษาพระอภิธรรมคัมภีร์จนมีความรู้แตกฉาน สามารถสอบได้คะแนนสูงสุดเป็นที่หนึ่งของประเทศ จึงได้รับความไว้วางใจ แต่งตั้งให้เป็นครูสอนพระอภิธรรม ซึ่งในขณะนั้นท่านมีอายุพรรษาเพียง ๓ พรรษาเท่านั้น แต่ต้องเป็นทั้งครูสอน และนักเรียนศึกษาในชั้นสูงต่อไปด้วย

สำหรับครูที่ถ่ายทอดวิชาพระอภิธรรม ที่พระภิกษุสุรศักดิ์ มีความประทับใจในวิธีการสอนเป็นอันมากก็คือ ท่านพระครูธรรมสุมนต์นนฺทิโก เจ้าอาวาสวัดจากแดง จังหวัดสมุทรปราการ พระภิกษุสุรศักดิ์ได้ศึกษาหาความรู้จากครูบาอาจารย์ต่างๆ และค้นคว้าศึกษาในคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนา พร้อมทั้งหาโอกาสออกไปสู่ความวิเวกตามป่าเขาลำเนาไพร ฝึกฝนปฏิบัติในพระธรรมกรรมฐานอยู่เสมอเป็นนิจ และนั่นคือการสั่งสมปัญญาบารมีไว้เป็นปัจจัย ในการเผยแพร่พระพุทธธรรม เป็นผลให้กาลต่อมาได้บังเกิดพระสุปฏิปันโน ผู้บำเพ็ญคุณประโยชน์ยิ่ง อีกรูปหนึ่งในพระพุทธศาสนาซึ่งฉายานามว่า "เขมรสี ภิกขุ"

เขมรํสี ประทีปธรรมนำจิตใจ

ณ ที่นี้ คือจุดเริ่มต้นของ สำนักปฏิบัติกรรมฐาน วัดมเหยงคณ์ ซึ่งแต่เดิมเป็นอาณาบริเวณของวัดที่สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๒ หรือเจ้าสามพระยาได้ทรงสร้างไว้เมื่อปี พ.ศ.๑๙๘๑ ซึ่งในปัจจุบันวัดนี้เป็นวัดร้างตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลหันตรา (ทุ่งทหารกล้า) อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัด พระนครศรีอยุธยา ได้มีสภาพเสื่อมโทรม ลงเป็นอันมาก กรมศิลปากรได้ขึ้นบัญชีไว้ เป็นโบราณสถานแห่งชาติ และเป็นมรดกโลกที่ล้ำค่าอีกแห่งหนึ่ง

ด้วยปณิธานอันแน่วแน่ของท่านพระอาจารย์สุรศักดิ์ ที่มุ่งหวังจะมีส่วนช่วยในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ผสมผสานกับแรงศรัทธาของญาติโยมพุทธบริษัททั้งหลาย จึงทำให้บริเวณโดยรอบโบราณสถานวัดมเหยงคณ์ ที่เคยเป็นป่าเปลี่ยว รกร้างมานาน ได้กลับกลายเป็นสำนักปฏิบัติกรรมฐานที่สงบร่มรื่นในระยะเวลาไม่กี่ปี

ยิ่งนานวัน ก็ยิ่งมีผู้เลื่อมใสศรัทธาเข้ามาบำเพ็ญทาน รักษาศีล และปฏิบัติสมาธิภาวนาเพิ่มมากขึ้น จนทำให้ศาลาปฏิบัติธรรมเดิม ที่สร้างด้วย ไม้ไผ่หลังคามุงจาก คับแคบลงไปมาก จำเป็นต้องสร้างศาลาหลังใหม่ที่ถาวรและ กว้างขวางเพื่อรองรับญาติโยม ศาลาปฏิบัติธรรมหลังใหม่นี้ก็คือ"ศาลา เขมรังสี"

ด้วยปฏิปทาอันดีงามของท่านพระอาจารย์สุรศักดิ์ จึงทำให้พระอาจารย์ของท่านคือท่านพระครูสังวรสมาธิวัตรได้มีบัญชา ให้ไปดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส วัดคูบางหลวงอนุกิจวิธูร ตำบลคูบางหลวง อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี ในปี พ.ศ.๒๕๒๙ โดยทำหน้าที่ควบคู่ไปกับการเป็นผู้อำนวยการสำนักปฏิบัติกรรมฐาน วัดมเหยงคณ์ นับเป็นภาระรับผิดชอบที่หนักไม่น้อย

แต่ด้วยผลงานที่ปรากฏชัดจึงทำให้ท่านพระอาจารย์ได้รับเกียรติคุณยิ่งนานัปการ คือ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ได้โปรดประทาน ปสาทนียบัตร สาขาผู้มีศรัทธาบำเพ็ญประโยชน์ ส่งเสริม การปฏิบัติธรรมแก่เยาวชน เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๓๓ ในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพล อดุลยเดช ๕ ธันวาคม ๒๕๓๔ ท่านพระอาจารย์ ก็ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ เป็นพระครูสัญญาบัตร ชั้นโท โดยได้รับพระราชทินนามว่า" พระครูเกษมธรรมทัต " และในวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๐ ได้รับพระราชทาน เลื่อนสมณศักดิ์เป็น พระครูสัญญาบัตรชั้นเอก

"ร่ายสุภาพ"

พระครูเกษมธรรมทัต กิจวัตรอบรมธรรม กรรมฐานภาวนา แก่พุทธศาสนิกชน เพื่อหลุดพ้นวัฏฏะ ชำระจิตแจ่มใส ไร้ตัณหาอุปาทาน พระอาจารย์เมตตา น้อมนำพาปฏิบัติ ข้อวัตรเนกขัมม์ จริยธรรมอบรม บ่มนิสัยเยาวชน จนเป็นที่ศรัทธา หลายสถาบันมาเข้าค่าย จำต้องขยายอาคาร ให้พอแก่การพำนัก เป็นที่พักอาศัย ทั้งใช้ประโยชน์นานา จึงทอดผ้าป่าสามัคคี ท่านผู้มีใจกุศล หวังผลทานยิ่งใหญ่ บริจาคทรัพย์ให้เหลือคณา นำปัจจัยมาก่อสร้าง อาคารกว้างแลตระการ มีสำนักงานบุญนิธิ ชื่อสุปฏิปันโน ค่าอักโขห้องสมุด พิเศษสุดห้องรับรอง ของพระสงฆ์ อาคันตุกะ ทั้งห้องปฏิสันถาร เป็นอาคารเอนกประสงค์ เจาะจงใช้เป็นที่พัก ให้แก่นักปฏิบัติ แจ้งชัดอุบาสก เลิศดิลกนักเรียนชาย ผู้หมายรับการอบรม สมเป็นกุลบุตร อาคารสุดงดงาม คงซึ่งความเป็นไท แลวิไลหยดย้อย ช่อฟ้าช้อยเสียดฟ้า ใบระกาหางหงส์ ผจงไว้นาคสะดุ้ง หวังผดุงศิลปะไทย เฉิดไฉไลก่อสร้าง งามสง่าอย่ารู้ร้าง คู่ฟ้าคงดินอยู่นา

ในปัจจุบันแม้จะมีศาลาปฏิบัติธรรม เขมรสี ที่ใหญ่โต กว้างขวางและแข็งแรงแล้วก็ตาม แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อการรับรองญาติโยมสาธุชน ที่หลั่งไหลเข้ามาปฏิบัติธรรมในโอกาสอันสำคัญต่างๆ เพราะบางพื้นที่ในศาลาเขมรสีนั้น ยังต้องจัดเป็นส่วนของ สำนักงานบุญนิธิ สุปฏิปันโน ห้องสมุด และที่พักรับรองแด่พระอาคันตุกะ จึงสมควรที่จะขยับขยายส่วนเหล่านี้ไปไว้ในที่เหมาะสม ท่าน พระอาจารย์จึงมีดำริให้จัดสร้างอาคารใหม่เพิ่มขึ้น โดยใช้บริเวณศาลามุงจากเดิม เป็นสถานที่ใช้ในการก่อสร้าง อาคารหลังใหม่นี้

ในที่สุด ด้วยพลังแห่งความมานะพากเพียรที่เปี่ยมล้น ด้วยความศรัทธาจาก สาธุชน จึงทำให้อาคารดังกล่าวเสร็จสมบูรณ์งดงาม และกอปรประโยชน์ยิ่ง อาคารหลังใหม่นี้คือ " อาคารเกษมธรรมทัต"
 
รายงานถึง moderator   การบันทึก การบันทึก  
  The administrator has disabled public write access.
      หัวข้อ โดย วันที่
    thread link
พระอาจารย์สุรศักดิ์ วัดมเหยงคณ์
มรดกพระเครื่อง 2009/01/28 20:06
Go to top ตอบกลับกระทู้นี้
ขอขอบคุณ FireBoardget the latest posts directly to your desktop

Tags Clouds วัตถุมงคล

กุมารดูดรก  กุมารทองคะนองฤทธิ์  ดอก  ตะกรุด  ต่อทอง  ต่อเงิน  นารี  ฝังตะกรุด  ฝังตะกรุดหัวใจเศรษฐี  ฝังมุกน้ำค้าง  พระขุนแผนแสนเสน่ห์  พระอาจารย์จิ  พระอาจารย์ปราโมท  มหาเฮี้ยนนางอกแตก  วัดคลองตะเคียน  วัดบ้านกรวด  วัดป่าดงศิลาราม  วัดป่าแดง  วัดหนองหว้า  วัดหนองเม็ก  วัดเขาชะงุ้ม  วัดเขาดินใต้  วัดเขาเล็กรางสะเดา  วัดโพธิ์ศรีถาวร  สวนปฏิบัติธรรมโพธิเศรษฐี  หลวงปู่ดี  หลวงปู่ผาด  หลวงปู่สอน  หลวงปู่อิน  หลวงพ่อกอย  หลวงพ่อจืด  หลวงพ่อมัก  หลวงพ่อโกย  หลวงพ่อโป่ย  เนื้อทองฝาบาตร  เนื้อพิเศษ  เนื้อมหาว่านดำ  เนื้อเกสร  เนื้อโลหะอาถรรพณ์  แบบนอน