พระเครื่อง
Home บทความ บทความพระเครื่อง นานาสาระพระเครื่อง ประวัติและวิธีการสร้าง พระสมเด็จเกศมงคล รุ่นแรก หลวงพ่อฑูรย์ วัดโพธินิมิตร
ค้นหาข่าว/บทความ:
  
ค้นหาพระเครื่อง/วัตถุมงคล:


ประวัติและวิธีการสร้าง พระสมเด็จเกศมงคล รุ่นแรก หลวงพ่อฑูรย์ วัดโพธินิมิตร PDF พิมพ์ อีเมล

ประวัติและวิธีการสร้าง พระสมเด็จเกศมงคล รุ่นแรก หลวงพ่อฑูรย์ วัดโพธินิมิตร

วัดโพธินิมิตรสถิตมหาสีมาราม ถนนเทอดไท แขวงบางยี่เรือ เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร เดิมเป็นที่ดินกรรมสิทธิ์ของบิดามารดาของ สมเด็จพระวันรัต (แดง สีลวัฑฒโน) อดีตเจ้าอาวาสวัดสุทัศนเทพ วราราม กรุงเทพมหานคร ต่อมาตกเป็นกรรมสิทธิ์ของสมเด็จพระวันรัต และได้อุทิศสร้างเป็นพระอาราม พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงรับไว้เป็นพระอารามหลวง เมื่อ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ทรงจัดชั้นและประเภทของพระอารามหลวง วัดโพธินิมิตรสถิตมหาสีมารามอยู่ในชั้นตรีประเภทสามัญ

วัดนี้มีพระเกจิอาจารย์ดังนาม "พระโพธิสังวรเถร" หรือ "หลวงพ่อฑูรย์ อัตตทีโป" ท่านเป็นศิษย์โปรดของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (นวม) วัดอนงคารามเขตคลองสาน กรุงเทพ มหานคร

เป็นพระเถระที่มีความสามารถทางด้านปฏิบัติภาวนา และมีอายุยืนรูปหนึ่งของเมืองกรุงในช่วงปีพ.ศ.2482-2483

นามเดิม "ฑูรย์ รัตนวราภรณ์" เกิดเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2453 ตรงกับวันอาทิตย์ เดือนแปด แรม 10 ค่ำ ณ บ้านหมู่ที่ 2 ตำบลตลิ่งชัน อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี บิดาชื่อ "นายเกีย" มารดาชื่อ "นางฉัตร" เมื่ออายุ 17 ปี ได้บรรพชา เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2470 ตรงกับวันศุกร์ ขึ้น 3 ค่ำ เดือนแปด ปีเถาะ ณ วัดสุวรรณภูมิ โดยมี พระอาจารย์ขวด วัดสุวรรณภูมิ ตำบลท่าพี่เลี้ยง อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นพระอุปัชฌาย์

อีก 3 ปีต่อมาจึงเข้าอุปสมบท เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2473 ตรงกับวันศุกร์ ขึ้น 2 ค่ำ เดือนแปด ปีมะเมีย ณ วัดอนงคาราม ตำบลสมเด็จเจ้าพระยา อำเภอคลองสาน จังหวัดธนบุรี (ในสมัยนั้น) โดยมี พระโพธิวงศาจารย์ (นวม) วัดอนงคาราม เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้ฉายาว่า "อัตตทีโป"

ด้านวิทยฐานะ ปีพ.ศ.2468 สำเร็จวิชาสามัญ ม.3 จากโรงเรียนประจำจังหวัดสุพรรณบุรี ตำบลท่าพี่เลี้ยง อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี และเมื่อปีพ.ศ.2473 สอบได้นักธรรมชั้นโท ณ สำนักเรียนวัดอนงคาราม ตำบลสมเด็จเจ้าพระยา อำเภอคลองสาน จังหวัดธนบุรี

ด้านงานปกครอง ปีพ.ศ.2493 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสพระอารามหลวง ปี พ.ศ.2522 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะแขวงตลาดพลู และเมื่อปีพ.ศ.2524 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะแขวงบางยี่เรือ

สมณศักดิ์ ปีพ.ศ.2494 เป็นพระครูเจ้าอาวาสพระอารามหลวงที่ "พระครูไพโรจน์วุฒิคุณ" ปีพ.ศ.2501 เป็นพระราชาคณะสามัญที่ "พระโพธิวรคุณ" และปีพ.ศ.2517 เป็นพระราชาคณะวิสามัญที่ "พระโพธิสังวรเถร"

วาระสุดท้ายท่านมรณภาพ เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2535 เวลา 17.59 น. สิริอายุ 82 ปี

"หลวงพ่อฑูรย์" ท่านสร้างพระเครื่องและวัตถุมงคลไว้หลายชนิดเช่นกัน ทั้งเนื้อผงและเนื้อโลหะประเภทเหรียญ แต่ที่น่าใช้มากที่สุดและราคาเช่าหาไม่แพงนั้น นักสะสมวัตถุมงคลรุ่นเก่าๆ ตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า "พระสมเด็จเกศมงคล รุ่นแรก"

หลวงพ่อฑูรย์ วัดโพธินิมิตรสถิตมหาสีมาราม ถนนเทอดไท แขวงบางยี่เรือ เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร ได้นำมวลสารเหล่านี้มาเข้าพิธีปลุกเสก โดยพระเกจิอาจารย์หลายท่านเป็นปฐมฤกษ์ และเมื่อได้ฤกษ์ที่ท่านกำหนดคือเมื่อปีพ.ศ.2484 จึงกำหนดให้มีการจัดปริมณฑลอย่างถูกต้องตามตำรา และเริ่มนำมวลสารทั้งหมดมาผสมกับน้ำในสระศักดิ์สิทธิ์คลุกเคล้าให้เข้ากันดี แล้วเริ่มลงมือกดพิมพ์พระ หากเป็นพระภิกษุและสามเณรจะต้องทำศีลให้สะอาดเสียก่อน และหากเป็นฆราวาสต้องสมาทานศีลห้า ขณะที่กดพิมพ์พระก็จะมีการบริกรรมภาวนาทำใจให้เป็นกุศลพร้อมๆ กันด้วย

พระเกจิอาจารย์ที่ร่วมปลุกเสกส่วนใหญ่จะเป็นสหธรรมิกที่สนิทชิดเชื้อกัน

อาทิ หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี, หลวงพ่อเส่ง วัดกัลยาณมิตร, หลวงพ่อสา วัดราชนัดดา, หลวงพ่อถิร วัดป่าเลไลย์ เป็นต้น

เนื่องด้วยจำนวนพระที่มีการจัดสร้างนั้นมีจำนวนมากประมาณ 3-4 หมื่นองค์ ประกอบกับฤกษ์อันเป็นมงคลในแต่ละปีมีไม่กี่ครั้ง ทำให้การกดพิมพ์พระนั้นใช้เวลายาวนานหลายปีจนกระทั่งเสร็จสิ้นเมื่อปีพ.ศ.2497 หลังจากนั้นสมเด็จพุฒาจารย์ (นวม) ได้สั่งให้หลวงพ่อฑูรย์เอาแม่พิมพ์ไปทิ้งลงในแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อเป็นการประกาศว่าจะไม่มีการทำเสริมขึ้นมาอีก แล้วจึงนำพระทั้งหมดที่กดพิมพ์เสร็จแล้วมอบให้สมเด็จพุฒาจารย์ (นวม) ปลุกเสกต่อไป

จากนั้นได้มีการนำออกมาแจกครั้งแรก ในงานทำบุญฉลองอายุครบ 90 ปีของสมเด็จพุฒาจารย์ (นวม) เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2497 จำนวนหนึ่ง เพื่อเป็นการแสดงมุทิตาจิตของ หลวงพ่อฑูรย์ที่มีต่อองค์อุปัชฌาย์ของท่านเอง

ส่วนที่เหลือจึงได้นำกลับไปวัดโพธินิมิตและเก็บไว้ในกุฏิของท่านเพื่อทำวัตรเช้า ทำวัตรเย็น และปลุกเสกเดี่ยว ทำเช่นนี้ทุกวันหลายเดือนแล้วจึงนำออกแจกให้แก่ผู้ที่นำปัจจัย ร่วมบุญกับท่าน

เรื่องพุทธคุณของพระสมเด็จเกศมงคลรุ่นแรกนี้ เป็นที่เลื่องลือมานานว่า พุทธคุณเป็นเลิศทางด้านเมตตามหานิยมและโชคลาภ ดังนั้น บรรดาลูกศิษย์ของท่านที่มีพระสมเด็จเกศมงคลรุ่นแรกไว้บูชาจึงหวงแหนนักหนา นอกจากนั้นประสบการณ์ที่มีการพูดถึงกันมากก็คือ ความเจริญก้าวหน้าในชีวิตและหน้าที่การงานด้วย ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้ไม่ใช่คำกล่าวอ้างหรือ คำชวนเชื่อที่มีมาแต่เดิม

แต่เป็นเพราะผู้ที่อาราธนาพระสมเด็จเกศมงคลรุ่นแรกไปนั้น ได้ปฏิบัติตามคำแนะนำของหลวงพ่อฑูรย์อย่างเคร่งครัด

อันประกอบด้วย 1.มงคลวัตถุที่สร้างด้วยวิทยาคมจะทรงประสิทธิภาพหรือไม่นั้น หาใช่เป็นสิ่งที่สร้างเก่าหรือใหม่แต่ประการใดไม่ ขึ้นอยู่กับพิธีกรรมในการสร้างว่าถูกต้องหรือไม่เพียงใด ผู้สร้างมีสมาธิหรือไม่ อันเป็นข้อสำคัญ พระเครื่องชุดนี้พระคณาจารย์ผู้ทรงคุณร่วม กันสร้างหลายรูป ก็น่าจะมีประสิทธิภาพตามสมควร

2.ผู้ที่มีพระวัดโพธินิมิตรควรปฏิบัติเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองคือ หาดอกไม้ ธูป เทียน มาสักการบูชา กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลที่ตนได้บริจาคทรัพย์ในการสร้างโบสถ์วิหาร ให้กล่าวคำอุทิศว่า "พุทโธ อะระหัง สุสุสิโท พุทโธ ภะคะวาติ พุทโธ นะโมพุทธายะ" (ว่า 3 จบหรือ 7 จบ)

3.ต้องมีจิตใจเชื่อมั่นนับถืออย่างแท้จริง จึงจะบังเกิดผล 4.ต้องปฏิบัติตนตั้งมั่นอยู่ในศีลธรรม 5.ควรหาโอกาสบำเพ็ญกุศลอย่างใดอย่างหนึ่งด้วยการใส่บาตร กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลถวายแด่พระอาจารย์ผู้ทรงคุณ แล้วตั้งจิตอธิษฐานตามความปรารถนา 6.ห้ามทดลองอย่างเด็ดขาด 7.เอาไว้กับตัวจะเป็นมงคลยิ่ง

8.เมื่อเกิดอุปสรรค หรือความทุกข์ใจ หรือโรคาพาธ ให้ทำน้ำมนต์อาบหรือดื่ม โดยตักน้ำสะอาดใส่ภาชนะ แล้วเอาพระแช่ลงในน้ำ จุดธูป เทียน สักการะ ควรมีดอกไม้ด้วย ตั้งนะโม 3 จบ แล้วว่า "พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ" แล้วน้อมจิตระลึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ จากนั้นให้อธิษฐานเอาตามความปรารถนา เสร็จแล้วบริกรรมคาถาในข้อ 2 ให้สำรวมจิตเพ่งเฉพาะเรื่องที่ปรารถนาเท่านั้น 9.ควรเจริญภาวนาคาถา "ชินบัญชรคาถา" เป็นประจำทุกวัน จะบังเกิดโชคลาภและพ้นภัยพิบัติทั้งปวง

ประเด็นที่น่าสนใจและนักศึกษาสะสมรุ่นใหม่น้อยคนนักจะทราบคือ พระสมเด็จเกศมงคลรุ่นแรกมีแม่พิมพ์ในการจัดสร้างอยู่ 2 พิมพ์ โดยนักสะสมรุ่นอาวุโสเขาเรียกว่า "บล็อกแรก" กับ "บล็อกสอง"

ความแตกต่างระหว่างบล็อกแรกกับบล็อกสองคือ 1.แม่พิมพ์ด้านหน้าและด้านหลังเป็นคนละตัวกัน 2.เนื้อหาของบล็อกแรกจะเข้มข้น เนื้อจัด ส่องแล้วจะซึ้ง 3.พิมพ์ทรงบล็อกแรกจะบิดงอตัวมากกว่า

ไม่ว่าจะบล็อกไหน เจอะเจอที่ใดเก็บไว้ดีแน่ เพราะมีแต่ของแท้ไม่มี "ของเทียม" แถมยอดเยี่ยมในเรื่องพุทธคุณ

อุ่นใจในยามพกพาราคาสบายกระเป๋า

มุมพระเก่า
อภิญญา

 
 

Main Menu

VirtueMart Login