พระเครื่อง
Home บทความ บทความพระเครื่อง ความรู้เกี่ยวกับพระกรุ ประวัติ พระผงสุพรรณ วัดพระศรีมหาธาตุ - ประวัติพระผงสุพรรณ 2
ค้นหาข่าว/บทความ:
  
ค้นหาพระเครื่อง/วัตถุมงคล:


ประวัติ พระผงสุพรรณ วัดพระศรีมหาธาตุ - ประวัติพระผงสุพรรณ 2 PDF พิมพ์ อีเมล
ดัชนีบทความ
ประวัติ พระผงสุพรรณ วัดพระศรีมหาธาตุ
ประวัติพระผงสุพรรณ 2
ทุกหน้า

การเผาเนื้อดินของพระผงสุพรรณ เป็นการเผาที่ควบคุมอุณหภูมิอย่างสม่ำเสมอและเผาในอุณหภูมิสูงโดย  ใช้เทคโนโลยีในการเผาเช่นเดียวกัน การทำเครื่องปั้นดินเผา  โดยเฉพาะในบริเวณแถบสุพรรณบุรี-สิงห์บุรี  ปรากฏแหล่งเตาเผาที่แสดงถึงเทคโนโลยีชั้นสูงที่บ้านบางปูน สุพรรณบุรีและเตาแม่น้ำน้อยฝั่งตะวันตกของแม่น้ำน้อยวัดพระปรางค์  อ.ชันสูตร  สิงห์บุรี  ซึ่งมีอายุในช่วงสมัยอยุธยาตอนต้น  จนถึงรัชสมัยพระนครินทราชา

    การเผาโดยวิธีควบคุมอุณหภูมิส่งผลให้พระผงสุพรรณมีสภาพความแกร่งคมชัด  ไม่หักเปราะง่าย  แม้จะผ่านกาลเวลาเป็นนาน คนโบราณ  จะใช้วิธีสังเกตสีของเปลวไฟที่ลุกไหม้  เป็นหลักในการควบคุมอุณหภูมิการเผาจากการวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์พบว่า
    -  ไฟที่มีสีแดงจัดจ้า อุณหภูมิประมาณ  ๘๐๐  องศาเซนเซียส
    -  ไฟที่มีสีแดงธรรมดา  อุณหภูมิประมาณ  ๘๘๐  องศาเซนเซียส
    -  ไฟสีส้ม อุณหภูมิประมาณ  ๙๕๐ - ๑๑๐๐  องศาเซนเซียส
    -  ไฟสีนวล  อุณหภูมิประมาณ ๑,๓๐๐  องศาเซนเซียส
    -  ไฟสีเขียว  อุณหภูมิประมาณ  ๑,๓๐๐ - ๑,๔๐๐  องศาเซนเซียส

    พระผงสุพรรณ  จะใช้วิธีการเผา  โดยควบคุมอุณหภูมิที่  ๑๑๐๐ - ๑๓๐๐ องศาเซนเซียส  องพระจะแกร่งส่วนใหญ่จะมีสีแดง  ส่วนสีอื่น ๆ ขึ้นอยู่กับการถูกความร้อนมาก - น้อย ต่าง ๆ กัน ดังนั้นพระผงสุพรรณจึงเป็นพุทธปฏิมากรดินเผาที่แสดงให้เห็นถึงเทคโนโลยีหรือภูมิปัญญาท้องถิ่นในการเผาพระพิมพ์อย่างมีคุณภาพ

    เอกลักษณ์ประการหนึ่งของพระผงสุพรรณก็คือ  ด้านหลังองค์พระจะมีลอยลายนิ้วมือซึ่งเป็นการกดเมื่อนำดินใส่ลงในแม่พิมพ์ในจารึกลานทองกล่าวไว้ว่า “ให้เอาว่านทำเป็นผงก้อน  พิมพ์ด้วยลายมือของมหาเถระปิยะทัสสะสี  ศรีสารีบุตร  คือ  เป็นใหญ่เป็นประธานในที่นั่น”  ลายมือที่ปรากฏจะเป็นลายนิ้วมือ หัวแม่โป้งแบบ “ก้นหอย”  ขนาดใหญ่  ซึ่งเป็นลักษณะลายมือของคนโบราณ ส่วนการตัดขอบ  นั้นมักจะตัดเป็นรูปตามองค์พระด้านฐานผายกว้าง  ด้านบนสอบเข้า  โดยเฉพาะขอบข้างพระเศียรอาจตัดเป็นเหลี่ยม  มุมทำให้กรอบพระผงสุพรรณมีห้าเหลี่ยมบ้าง  สี่เหลี่ยมบ้าง  ไม่สู้จะเสมอเหมือนกัน

เอกลักษณ์ในแม่พิมพ์
 
         แม่พิมพ์มีความสำคัญในการพิจารณาพระเครื่องเป็นอย่างยิ่ง  พุทธเอกลักษณ์ของแม่พิมพ์  นอกจากจะแสดงถึงศิลปะของสกุลช่างที่ปรากฏยังเป็นสิ่งพิสูจน์ความแท้-เทียมขององค์พระ  การแกะสลักแม่พิมพ์ไม่ว่าจะเป็นหินสบู่  หินชนวน  หรือแม่พิมพ์ดินเผา  จะเป็น “ต้นแบบ”  ที่ยากจะทำเลียนแบบได้  หากนำองค์พระไปถอดพิมพ์เพื่อทำพิมพ์ใหม่  องค์พระจะมีขนาดเล็กลง  ซึ่งในสายตาผู้ชำนาญการจะสังเกตได้ จุดสังเกตที่ภาษานักสะสมพระเรียกว่า “จุดตาย”  นั้นก็คือเอกลักษณ์หรือตำหนิในแม่พิมพ์  โดยเฉพาะส่วนลึกที่สุดขององค์พระ จะเป็นส่วนสูงที่สุดของแม่พิมพ์ซึ่งไม่คลาดเคลื่อนไม่ว่าพระองค์นั้นจะกดลึกหรือกดตื้น  แต่ตำหนิสำคัญก็จะคงอยู่ สำหรับพระผงสุพรรณนั้น  สามารถแยกแม่พิมพ์ออกเป็น  ๓  แบบด้วยกันคือ  พิมพ์หน้าแก่  พิมพ์หน้ากลาง  และพิมพ์หน้าหนุ่ม

    พระผงสุพรรณพิมพ์หน้าแก่ นั้นเป็นพระพิมพ์เนื้อดินเผาศิลปะอู่ทอง ประทับนั่งปางมารวิชัย  บานฐานเชียง  พระพักตร์มีเค้าความเหี่ยวย่น  คล้ายคนชราภาพ  เป็นที่มาของชื่อ  “พิมพ์หน้าแก่”  ซึ่งมีจุดสังเกตดังนี้
    -  พระผงสุพรรณ  พิมพ์หน้าแก่  มีเพียงแม่พิมพ์เดียว  สาเหตุที่ดูเผิน ๆ  แตกต่างกันนั้น  เนื่องมาจากการผ่านการเผา  ทำให้ได้รับความร้อนไม่เท่ากัน  ส่งผลให้ขนาด  สีสัน วรรณะ  การหดตัวไม่เท่ากัน นอกจากนี้การตัด  การบรรจุกรุ  สภาพการใช้ยังส่งผลต่อการพิจารณาพระผงสุพรรณด้วย
    -  พระเนตรด้านซ้ายขององค์พระยาวรีลึก  ปลายพระเนตรตวัดขึ้นสูงกว่าพระเนตรด้านขวา
    -  พระนาสิกหนาใหญ่  สองข้างมีร่องลึกลงมารับพระโอษฐ์ ซึ่งแย้มเล็กน้อย
    -  พระกรรณขวาขององค์พระจะขมวดคล้ายมุ่นมวยผม  ไรพระศกทอดยาวลงมามากกว่าพระกรรณด้านซ้าย
    -  เกือบบนสุดของพระกรรณขวามีร่องลึก เหมือนร่องหู และพระกรรณด้านบนเหนือร่องจะหนาใหญ่โค้งคล้ายใบหูมนุษย์
    -  ด้านในของพระกรรณซ้ายจะมีเม็ดผดคล้ายเมล็ดข้าวสารวางสลับไปสลับมาเรื่อยมาถึงปลายพระกรรณ
    -  พระอุระใหญ่ก่อนจะคอดกิ่วมาทางพระนาภีคล้ายหัวช้าง
    -  ระหว่างพระอุระกับพระอังสะซ้ายขององค์พระเว้าลึกปรากฏเป็นรอยสามเหลี่ยม
    -  มีเส้นบาง ๆ ลากผ่านเหนือพระอังสะซ้ายไปจรดขอบนอกพระอุระด้านซ้ายปลายเส้นปรากฏเม็ดผดเล็ก ๆ ขึ้นเรียงรายได้ราวนมซ้าย
    -  พระหัตถ์ซ้ายหนาใหญ่อยู่กึ่งกลางลำพระองค์  ปลายพระหัตถ์ไม่จรดพระกรขวา  เหมือนพิมพ์หน้ากลาง  มองเห็นร่องพระหัตถ์ชัดเจน
    -  ข้อพระกรขวาขององค์พระด้านในเว้าลึก

    พระผงสุพรรณพิมพ์หน้ากลาง  มีพุทธลักษณะเนื้อหาทรวดทรงสัณฐานเช่นเดียวกับพระผงสุพรรณ  พิมพ์หน้าแก่แต่เค้าพระพักตร์จะไม่เคร่งขรึมเหี่ยวย่นเหมือนพิมพ์หน้าแก่  ดูอิ่มเอิบสดใส  คล้ายหน้าหนุ่มที่ไม่สูงวัยมาก  และจะมีแม่พิมพ์เพียงพิมพ์เดียว  มีลักษณะที่น่าสังเกตดังนี้
    -  พระพักตร์อิ่มเอิบ  ไม่เหี่ยวย่นชราภาพเหมือนพิมพ์หน้าแก่
    -  พระเนตรทั้งสองข้างไม่จมลึกเท่าพิมพ์หน้าแก่  ปลายพระเนตรด้านซ้ายขององค์พระตวัดเฉียงขึ้นเล็กน้อย  หากพิจารณาให้ดีจะเห็นได้ว่ารูปพระพักตร์ระหว่างพระเนตรทั้งสองข้างวางได้ระดับเท่ากันทั้งสองข้างไม่เอียงเหมือนพิมพ์หน้าแก่
    -  พระกรรณทั้งสองข้างจะเป็นเส้นเอียงลงตามเค้าพระพักตร์และมีความยาวเกือบเท่ากันทั้งสองข้าง
    -ในองค์ที่ติดพิมพ์ชัด  ปลายพระกรรณขวาขององค์พระจะเรียวยาวคล้ายจงอยที่ปลายงอเข้าหาด้านในเล็กน้อย  ส่วนปลายพระกรรณซ้ายขององค์พระจะแตกเป็นหางแซงแซว
    -  พระอุระผายกว้างและสอบเพรียวตรงพระนาภีดูคล้ายหัวช้าง
    -  พระหัตถ์ซ้ายวางที่หน้าตัก  แต่ให้สังเกตปลายพระหัตถ์ก็จะยาวยื่นไปเกือบชนลำพระกรขวาขององค์พระ  ซึ่งจะแตกต่างจากพิมพ์หน้าแก่และพิมพ์หน้าหนุ่ม
    -  ข้อพระกรขวาเว้าลึกอย่างเห็นได้ชัด
    -  ในองค์ที่ติดชัดข้างฝ่าพระหัตถ์ขวามีติ่ง  เนื้อเกินเล็ก ๆ วิ่งจากโคนนิ้วขึ้นด้านบน

    พระผงสุพรรณพิมพ์หน้าหนุ่ม เป็นพิมพ์ที่มีความลึก  คมชัดเป็นอย่างยิ่ง  ดูจากสภาพองค์พระที่ปรากฏจะเห็นลักษณะการถอดออกจากแม่พิมพ์ค่อนข้างยากกว่าพระผงสุพรรณพิมพ์อื่น  เหตุเพราะแม่พิมพ์มีความลึกมากเป็นพิเศษ ดังนั้น  จึงพบองค์สภาพสมบูรณ์น้อยมาก  พระพักตร์จะดูอ่อนเยาว์  สดใสและเรียวเล็กกว่าพิมพ์อื่น สมัยโบราณเรียกว่า “พิมพ์หน้าหนู”  ซึ่งพระผงสุพรรณ  พิมพ์หน้าหนุ่มนี้มีแม่พิมพ์เดียว มีข้อสังเกตดังนี้
    -  พระพักตร์ดูอ่อนเยาว์  สดใส  แตกต่างจากพิมพ์หน้าแก่และพิมพ์หน้ากลางอย่างเห็นได้ชัด
    -  พระเนตรทั้งสอข้างอยู่ในระนาบเดียวกัน  ปลายพระเนตรซ้ายขององค์พระ  ยกเฉียงขึ้นเล็กน้อย
    -  พระนาสิกหนาใหญ่ตั้งเป็นสัน
    -  ริมพระโอษฐ์หนา
    -  พระกรรณจะแตกต่างจากพิมพ์หน้าแก่และพิมพ์หน้ากลาง  กล่าวคือ  ตั้งขึ้นเป็นสันแนบชิดกับพระพักตร์และยาวลงมาเกือบจรดพระอังสะทั้งสองข้าง



 
 

Main Menu

VirtueMart Login