ประวัติ พระพุทธมงคลธรรมศรีไทย วัดธรรมมงคล กรุงเทพฯ พิมพ์

ประวัติ พระพุทธมงคลธรรมศรีไทย วัดธรรมมงคล กรุงเทพฯ

พระพุทธมงคลธรรมศรีไทย         "พระพุทธมงคลธรรมศรีไทย" เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ประดิษฐานบนศาลาหยก ภายในวัดธรรมมงคล ถนนสุขุมวิท 101 ซอยปุณณวิถี 20 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพฯ เป็นพระพุทธรูปหยกเขียว ใหญ่ที่สุดในโลก หน้าตักกว้าง 1.66 เมตร สูง 2.2 เมตร

         พระเทพเจติยาจารย์ หรือ หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินธโร เจ้าอาวาสวัดธรรมมงคล ไปพบเห็นหยกสีเขียวบริสุทธิ์ก้อนใหญ่ที่สุดในโลก น้ำหนัก 32 ตัน ที่เมืองแวนคูเวอร์ รัฐบริติช โคลัมเบีย ประเทศแคนาดา เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2534 ขุดค้นพบโดย นายจอห์น สกุสเลอร์ ที่เหมืองทอง แต่สันนิษฐานว่าถิ่นกำเนิดหยกก้อนนี้คือยอดเขาคิงส์เมาน์เท่น ซึ่งเคลื่อนตัวมาที่บ่อทองคำ คำนวณการเดินทางโดยประมาณ 8,000 ถึง 10,000 ปี มาเป็นกรรมสิทธิ์

         ขนส่งลงเรือเพื่อนำมาประเทศไทยในเดือนมกราคม 2535 ถึงวัดธรรมมงคล เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2535 หยกก้อนนี้ แบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนที่ 1 นำมาแกะสลักเป็นองค์พระพุทธรูป และส่วนที่ 2 นำมาแกะสลักเป็นเจ้าแม่กวนอิม ส่วนที่เหลือจากการแกะสลักองค์ใหญ่ นำมาแกะสลักเป็นองค์เล็กๆ เพื่อให้เช่าบูชา ดำเนินการแกะสลักโดยช่างผู้เชี่ยว ชาญจากประเทศอิตาลี

         เนื่องจากหยกเป็นหยกเนื้อดีมีความแข็งมาก ต้องใช้เวลานานถึง 12 เดือน ในการแกะสลัก จึงสำเร็จเป็นพระพุทธรูป ปางสมาธิสูง 2.2 เมตร มูล ค่าก้อนหยกและค่าใช้จ่ายรวมทั้งสิ้น 29,528,200 บาท กลายเป็นประติมากรรมที่ทำด้วยหยกสีเขียวบริสุทธิ์และใหญ่ที่สุดในโลก งดงามล้ำค่าหาประมาณมิได้ มีอยู่เพียงองค์เดียว จัดเป็นสิ่งมหัศจรรย์ ชิ้นหนึ่งของโลก วัดธรรมมงคลมีชื่อเต็มว่า "วัดธรรมมงคลเถาบุญญนนทวิหาร" สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2506 เดิมพื้นที่เป็นป่าสะแก

         ต่อมา พระเทพเจติยาจารย์ ใช้เป็นที่พักธุดงค์ในระหว่างเดินทางเข้ากรุง เทพฯ นายเถา-นางบุญมา อยู่ประเทศ มีศรัทธาจึงมอบที่ดินและได้สร้างเป็นวัดขึ้น เมื่อพ.ศ.2506 ปัจจุบันมีเนื้อที่ทั้งสิ้น 32 ไร่ มีพระภิกษุ-สามเณร จำพรรษากว่า 300 รูป

         ภายในวัดธรรมมงคลแห่งนี้ มีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย อาทิ พระวิริยะมงคลมหาเจดีย์ฯ เป็นเจดีย์ที่สูงสุดในประเทศไทย สามารถแลเห็นได้แต่ไกล ชั้นบนสุดบรรจุพระเกศา พระอุรังค ธาตุ พระบรมสารีริกธาตุ ที่ได้รับจากประเทศบังกลาเทศ

         ฐานเจดีย์ เป็นทรง 4 เหลี่ยม สูง 94.78 เมตร มี 14 ชั้น ประกอบด้วย ห้องแสดงพิพิธภัณฑ์ ห้องสมุด ห้องคอมพิวเตอร์ โรงเรียนพระปริยัติธรรม สถาบันราชภัฏ ส่วนฐานเจดีย์เป็นสถาบันพลังจิตตานุภาพ ประกอบด้วย ห้องเรียนขนาดใหญ่ รองรับนักศึกษาครั้งละประมาณ 500 คน ได้อย่างสบาย

         มีห้องเดินจงกรม ห้องนั่งสมาธิ ถ้ำวิปัสสนา ห้องอาหาร และห้องประชุม ที่มีทั้งความสวยงาม และประโยชน์ใช้สอย ศาลาหลวงพ่อหยก เป็นศาลากระจก หลังคาแบบโดมแก้ว มีสระน้ำล้อมรอบประดับด้วยไม้ดอกรอบขอบสระ เป็นพุทธบูชา ออกแบบตามสถาปัตยกรรมทันสมัย ลักษณะเป็นวงกลมโดยยึดหลักปฏิจจสมุปบาท 12 ประการ และมีการจารึกพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

         ศาลาแห่งนี้ สาธุชนนิยมมาเดินสวดมนต์ เจริญจิตตภาวนารอบหลวงพ่อหยก จำนวน 3 รอบ เพื่อความเป็นสิริมงคล ถัดไปที่พระมหาเจดีย์ เป็นที่ประดิษ ฐาน "หลวงพ่อองค์ดำ" หรือ "พระพุทธรูป ภ.ป.ร." พระประธานในวิหารของพระมหาเจดีย์ ประดิษฐาน ณ ชั้นที่ 2 ของพระมหาเจดีย์ ด้านหน้าวิหารหลวงพ่อองค์ดำ เป็นที่ฝึกเดินจงกรมของบรรดาผู้ที่เข้าเรียนหลักสูตรครูสมาธิ

         ส่วนบริเวณสวนของวัด เป็นถ้ำวิปัสสนา มีเนื้อที่ 4 ไร่ จำลองบรรยา กาศการปฏิบัติในป่า เพื่อเข้าไปนั่งสมาธิและฟังธรรมในถ้ำได้ มีประตูมุ้งลวด จุคนได้กว่า 200 คน ล้อมรอบด้วยสวนป่า มีไม้ดอกไม้ใบ สระน้ำและเนินเขา ให้บรรยากาศร่มรื่น สมเป็นป่ากลางกรุงเลยทีเดียว

         นอกจากนี้ ที่ใกล้พระมหาเจดีย์ วัดธรรมมงคลได้จัดสถานสมาธิเป็นบริเวณ 600 ตารางวา เป็นอาคารเพื่อบำเพ็ญสมาธิเพียบพร้อมทุกประการ เช่น ห้องบรรยาย ห้องนั่งสมาธิเป็นคณะ ห้องพักแรม ห้องสุขา ห้องครัว ห้องสนทนาธรรม มีที่จอดรถ และมีครูบาอาจารย์ คอยแนะนำวิธีการ พร้อมทั้งโปรแกรมประจำวัน