ประวัติ พระพุทธรูปหินอ่อน วัดตรังคภูมิพุทธาวาส จ.ตรัง พิมพ์

ประวัติ พระพุทธรูปหินอ่อน วัดตรังคภูมิพุทธาวาส จ.ตรัง

พระพุทธรูปหินอ่อนวัดตรังคภูมิพุทธาวาส ถือเป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งในอำเภอกันตัง อยู่ห่างจากตัวเมืองตรังไปตามถนนสายตรัง-กันตัง ระยะทาง 28 กิโลเมตร สร้าง ขึ้นเมื่อปี 2436 ในรัชกาลที่ 5 โดย มหาอำมาตย์โท พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี (คอซิมบี้ ณ ระนอง) สมุหเทศาภิบาลมณฑลภูเก็ต เมื่อครั้งเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง

หลังจากท่านได้ย้ายเมืองจากตำบลควนธานีไปอยู่ที่ตำบลกันตังแล้ว จึงสร้างวัดแห่ง นี้ขึ้นบริเวณ ที่ทำการชุมสายกันตัง (บริเวณคอกวัว) และขนานว่า วัดกันตัง

เจ้าอาวาสรูปแรก ได้แก่ พระครูบริสุทธิศีลาจาร สังฆปาโมกข์ (ลบ ทวิสุวรรณ) โดยที่ตั้งเดิมของวัดในอดีตตั้งอยู่ที่โรงกักสัตว์ส่งต่างประเทศในปัจจุบัน ซึ่งแต่ก่อนมีลักษณะเป็นควน (เนินสูง) หลังโรงพัก หรือหลังที่ว่าการอำเภอกันตัง แต่มาได้ย้ายมาตั้งอยู่ริมถนนสถลสถานพิทักษ์ ในเขตเทศบาลเมืองกันตัง เมื่อปี 2442

วัดตรังคภูมิพุทธาวาส มีเนื้อที่ประมาณ 35 ไร่ ทั้งนี้ สภาพของวัดตั้งอยู่บนที่ราบ สูง แต่ไม่มีคูน้ำล้อมรอบ ต่อมาชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงได้เข้ามาใช้พื้นที่วัด ทั้งในการเพาะปลูกและการสร้างบ้านพักอาศัย จนปัจจุบันเนื้อที่ของวัดเหลืออยู่เพียงแค่ 21 ไร่

กระทั่งเมื่อปี 2455 สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส เสด็จตรวจราชการคณะสงฆ์ส่วนภูมิภาค และได้มาประทับที่วัดกันตัง ทรงเห็นว่าที่ตั้งวัดมีภูมิประเทศดีมาก จึงได้พระราชทานนามใหม่ว่า วัดตรังคภูมิพุทธาวาส

สำหรับปูชนียวัตถุภายในวัด ซึ่งเป็นที่สนใจของบรรดาพุทธบริษัททั้งหลาย คือ พระประธานในอุโบสถ ปางมารวิชัย ขนาดพระเพลา กว้าง 43 นิ้ว พร้อมด้วยพระอัครสาวก ซ้ายขวา อีก 2 องค์ ซึ่งล้วนแต่สร้างด้วยหินอ่อนทั้งสิ้น

ตามหลักฐานพระประธาน ดังกล่าว มีข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับความเป็นมาหลายประการ บ้างก็ว่าเป็นพระพุทธรูปที่ได้นำมาจากพม่า บ้างก็เชื่อว่า พระยารัษฎานุประดิษฐ์ นำมาจากเมืองปีนัง ประเทศมาเลเซีย โดยทางเรือ เมื่อสมัย 100 กว่าปีมาแล้ว

อย่างไรก็ตาม พระพุทธรูปหินอ่อนทั้ง 3 องค์ในอุโบสถ ต่อมาได้มีการต่อเติมพระ เกตุเมาลี และพระกรรณให้ยานยาว แล้วใช้สีทองทาทับองค์พระเพื่ออำพราง เพื่อเป็นการป้องกันการโจรกรรม

ด้วยในอดีตเคยถูกขโมยไปจากวัดมาแล้วครั้งหนึ่ง สาเหตุเพราะคนร้ายหวังทองคำในพระเศียร หากแต่ไม่สามารถนำไปได้ตลอดรอดฝั่ง พระพุทธรูปหินอ่อน จึงยังประดิษ ฐานอยู่ในพระอุโบสถดังเดิม

ศิลปกรรม โบราณที่คู่วัด และคู่กับพระประธาน ที่บริเวณหน้าอุโบสถ คือ สิงโต และช้าง ที่แกะสลักจากหินอ่อนอย่างละ 1 คู่ สันนิษฐานว่าน่าจะมาจากสถานที่เดียว กัน และเป็นยุคสมัยเดียวกัน คือ ประมาณปี 2436

ในขณะที่อุโบสถของวัด แห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อปี 2476 มีลักษณะเด่น คือ หลังคามุงด้วยกระเบื้อง ส่วนบริเวณร่องลม มีลวด ลายฉลุเก่าแก่ จนกระทั่งต่อมาได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานโดยกรมศิลปากรไปแล้ว

นอกจากนั้น ธรรมาสน์ ในอุโบสถ ซึ่งเขียนด้วยลายไทยงดงาม ยังเป็นของ หลวงปู่ลบ เจ้าอาวาสรูปแรก ซึ่งได้รับพระราชทานมาจากรัชกาลที่ 5

สำหรับ สมบัติดั้งเดิมของวัดอีกอย่างหนึ่ง คือ ตู้พระธรรม ที่ได้รับพระราชทานจากรัชกาลที่ 5 เช่นเดียวกัน แต่ปัจจุบันได้หายไปจากวัดแล้ว โดยไม่ทราบว่าตกไปอยู่ในความครอบครองของผู้ใด พร้อมกันนั้น ยังมีพระพุทธรูปของรัชกาลที่ 5 ซึ่งเป็นพระพุทธรูปนูน ทำจากแผ่นทองเหลือง โดยที่เจ้าอาวาสรูปปัจจุบันได้เก็บรักษาไว้ในกุฏิของท่านเป็นอย่างดี

วัดตรังคภูมิพุทธาวาส ถือเป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองกันตังอย่างแท้จริง นอกเหนือจากเป็นสถานที่ให้สาธุชนได้เข้าไปทำบุญ เมื่อถึงคราวเกิดเหตุการณ์ไม่สงบ วัดแห่งนี้ก็ถูกใช้เป็นที่ดับทุกข์ของชาวบ้านหลายต่อหลายครั้ง

ดัง เช่นครั้งที่มีเหตุการณ์จลาจลเผาที่ว่าการอำเภอกันตัง เมื่อปี 2538 ชาวบ้านที่เดือดร้อนเนื่องจากไม่สามารถติดต่อกับราชการได้ ก็ได้ใช้วัดแห่งนี้เป็นที่ว่าการอำเภอชั่วคราว