พระเครื่อง
Home บทความ บทความพระเครื่อง ประวัติพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ประวัติ พระพุทธเทวปฏิมากร วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม กทม.
ค้นหาข่าว/บทความ:
  
ค้นหาพระเครื่อง/วัตถุมงคล:


ประวัติ พระพุทธเทวปฏิมากร วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม กทม. PDF พิมพ์ อีเมล

ประวัติ พระพุทธเทวปฏิมากร วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม กทม.

พระพุทธเทวปฏิมากรวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือที่ชาวบ้านเรียกกันโดยทั่วไปว่าวัดโพธิ์ ถือเป็นวัดประจำรัชกาลในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงสถาปนาวัดนี้ขึ้นใหม่จากวัดที่มีอยู่เดิม โดยนับเป็นวัดที่สร้างขึ้นพร้อมกับการสร้างราชธานี

เป็นวัดสำคัญแห่ง หนึ่งของประเทศไทย จัดเป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรมหาวิหาร และเป็นวัดประจำรัชกาลในรัชกาลที่ 1 ทั้งยังเปรียบเสมือนเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศด้วย เนื่องจากเป็นที่รวมจารึกสรรพวิชาหลายแขนง และทางยูเนสโก ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกความทรงจำโลก เมื่อเดือนมีนาคม 2551

วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ถือได้ว่าเป็นวัดที่มีพระเจดีย์มากที่สุดในประเทศไทย โดยมีจำนวนประมาณ 99 องค์ พระเจดีย์ที่สำคัญ คือ พระมหาเจดีย์สี่รัชกาล ซึ่งเป็นพระมหาเจดีย์ประจำพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม นับเป็นวัดสำคัญของกรุงรัตนโกสินทร์วัดหนึ่ง พระพุทธเทวปฏิมากรก็เช่นเดียวกัน "พระพุทธเทวปฏิมากร" เป็นพระพุทธรูปโบราณ เป็นพระประธานในอุโบสถวัดพระเชตุ พนวิมลมังคลาราม ปางสมาธิ หน้าตักกว้าง 5 ศอก คืบ 4 นิ้ว

มีพุทธลักษณะอันงดงาม ส่วนใครเป็นผู้สร้างและได้สร้างขึ้นเมื่อใดนั้น ไม่มีข้อมูลปรากฏ แต่มีปรากฏในศิลาจารึกวัดพระเชตุพนฯ ว่า เดิมประดิษฐานอยู่ ณ วัดศาลาสี่หน้า คือ วัดคูหาสวรรค์

เมื่อ สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงสร้างวัดโพธาราม ให้เป็นวัดใหญ่สำหรับพระนคร และได้ทรงขนานนามใหม่ว่า วัดพระ เชตุพนวิมลมังคลาราม พระองค์ได้ทรงเลือกหาพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะงามสมควรเป็นพระประธานในพระ อุโบสถของวัด จึงได้พบและเลือกพระพุทธรูปองค์นี้จากวัดศาลาสี่หน้า ดังกล่าว

ครั้งนั้น จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญมาประดิษฐานเป็นพระประธานในพระอุโบสถ ถวายพระนามว่า "พระพุทธเทวปฏิมากร"

ต่อมาในรัชกาลที่ 3 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงปฏิสังขรณ์วัดพระเชตุพนฯ เป็นการใหญ่อีกครั้งหนึ่ง เมื่อ พ.ศ.2375 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รื้อพระอุโบสถเก่าซึ่งสร้างไว้ตั้งแต่ครั้งรัชกาลที่ 1 ลงทั้งสิ้น แล้วทรงสร้างขึ้นใหม่ให้ใหญ่โตกว่าเก่า

ส่วนฐานพระพุทธเทวปฏิมากรนั้นรื้อของเก่าทำขึ้นใหม่ขยายเป็น 3 ชั้น พระสาวกเดิมมี 2 องค์ ทรงสร้างขึ้นใหม่อีก 8 องค์ รวมเป็นพระสาวก 10 องค์ ดังที่ปรากฏอยู่ทุกวันนี้

ครั้นถึงรัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำริถึงพระบรมอัฐิพระ บาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ซึ่งพระเจ้าลูกเธอในรัชกาลนั้นได้รับพระราชทานไปกระทำสักการบูชา เมื่อเจ้านายพระองค์นั้นๆ สิ้นพระชนม์ไปแล้ว ไม่มีใครพิทักษ์รักษาได้เชิญมาเป็นของหลวงมีอยู่ ควรจะประดิษฐานไว้ให้มหาชนได้กระทำสักการบูชาโดยสะดวก จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้บรรจุพระบรมอัฐิในกล่องศิลา แล้วเชิญมาบรรจุไว้ในพุทธอาสน์พระ พุทธเทวปฏิมากร และยังมีคำที่เล่าสืบกันมาว่าถึงพระอุณาโลมพระพุทธเทวปฏิมากรนั้น พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างถวายในครั้งนั้นด้วย

อนึ่ง พระพุทธเทวปฏิมากรพระองค์นี้ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จะทรงเคารพนับถือว่าเป็นเจดีย์สถานสำคัญแห่งหนึ่งมาช้านาน ด้วยปรากฏในจดหมายเหตุว่า เมื่อได้ทรงรับพระบรมราชาภิเษกเสร็จแล้ว ได้เสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยสถลมารค เมื่อ ณ วันอังคาร เดือน 6 แรม 5 ค่ำ ปีกุน พ.ศ.2379

ครั้งนั้น จึงได้เสด็จประทับพระอุโบสถ ทรงสักการบูชาพระพุทธเทวปฏิมากรเป็นปฐม เรื่องนี้เลยเป็นพระราชประเพณีตั้งแต่นั้นสืบมา คือ เมื่อเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยสถลมารคนั้น จะเสด็จประทับ ณ พระอุโบสถ ทรงสักการบูชาพระพุทธเทวปฏิมากรสืบมาทุกรัชกาล ในวันขึ้นปีใหม่นี้ ขอเชิญไปนมัสการพระพุทธเทวปฏิมากรเพื่อความเป็นสิริมงคล

 
 

Main Menu

VirtueMart Login