พระเครื่อง
Home บทความ บทความพระเครื่อง ประวัติพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ประวัติ พระพุทธไสยาสน์ฯ วัดภูเขาทอง จ.ตรัง
ค้นหาข่าว/บทความ:
  
ค้นหาพระเครื่อง/วัตถุมงคล:


ประวัติ พระพุทธไสยาสน์ฯ วัดภูเขาทอง จ.ตรัง PDF พิมพ์ อีเมล

ประวัติ พระพุทธไสยาสน์ฯ วัดภูเขาทอง จ.ตรัง

"วัดภูเขาทอง" ต.น้ำผุด อ.เมือง จ.ตรัง นับเป็นวัดที่มีอายุมายาวนานนับพันปีแล้ว วัดแห่งนี้มี "พระพุทธไสยาสน์ทรงเทริดมโนราห์" แห่งเดียวในประเทศไทย หากมองย้อนไปดูประวัติกันจริงๆ แล้ว "พระพุทธไสยาสน์ฯ" องค์นี้ ถือได้ว่ามีมาก่อนที่จะตั้งวัดขึ้นเสียอีก

เมื่อ ศึกษาประวัติ วัดภูเขาทอง พบว่า ไม่มีผู้ใดถวายที่ดินให้วัด แต่อาศัยที่มีพระพุทธไสยาสน์เกิดขึ้นก่อน จึงทำให้บริเวณนี้ไม่อาจสร้างสถานที่อย่างอื่นได้ ตามหลักฐานทะเบียนโบราณวัตถุโบราณสถานจังหวัดตรัง ที่มีบันทึกไว้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 52 ตอนที่ 35 วันที่ 8 มีนาคม 2478

ส่วนสาเหตุที่ต้องเปลี่ยนชื่อจาก "วัดเขาชุมทอง" มาเป็น "วัดภูเขาทอง" ด้วยเป็นชื่อซ้ำกับวัดอื่น จึงอาจจะทำให้สับสนกันได้

วัดภูเขาทอง ได้รับการตั้งเป็นวัดเมื่อปี พ.ศ.2465 จดทะเบียนเป็นวัดสมบูรณ์ตาม พ.ร.บ.ลักษณะปกครองคณะสงฆ์ ร.ศ.121 เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2535 และได้รับพระราชทาน วิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2544 ขนาดกว้าง 25 เมตร ยาว 40 เมตร ประกาศในราชกิจจานุเบกษาฉบับประกาศทั่วไป เล่ม 118 ตอนที่ 50 ง.

ตามประวัติที่เล่าสืบกันมาในท้องถิ่น มีตำนานเก่าแก่ที่เล่าขานกันมานานว่า วัดแห่งนี้ตั้งขึ้นมาได้จากอดีตเจ้าเมืองพัทลุง ที่ชื่อว่า "ขุนศรีศรัทธา" (เจ้าหน่อ) และพระชายาผู้มีนามว่า พระนางเลือดขาว โดยเมื่อ พ.ศ.1493 ทั้ง 2 องค์ได้รับข่าวว่า พระเจ้าศรีธรรมาโศกราชที่ 2 เจ้าเมืองนครศรีธรรมราช เตรียมบูรณะองค์พระบรมธาตุ เมืองนครศรีธรรมราช เพื่อให้เป็นไปตามอย่างที่ประเทศศรีลังกาสร้างเอาไว้

อดีตเจ้าเมือง พัทลุง พยายามช่วยเหลือการบูรณะครั้งนี้ ด้วยการนำทรัพย์สินเงินทองไปร่วมถวายเป็นพุทธบูชา แต่เนื่องจากมีระยะทางยาวไกลมาก จำเป็นที่จะต้องพักค้างแรมยังสถานที่ต่างๆ ดังนั้น การบูรณะองค์พระบรมธาตุ เสร็จสิ้นลงเสียก่อน จึงตัดสินใจนำทรัพย์สินเงินทองทั้งหลายบรรจุไว้ในถ้ำเขาชุมทอง (วัดภูเขาทอง) และถ้ำเขาหลักจันทร์ (เขาโหรง)

พร้อมทั้งยังอธิษฐาน ให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยพิทักษ์รักษา เพื่อจะได้นำทรัพย์สินเงินทองที่เก็บไว้นี้ ไปสร้างวัดวาอารามตามความตั้งใจเดิม

หลังจากนั้น ได้สร้างพระพุทธไสยาสน์ทรงเทริดมโนราห์ ไว้หน้าปากถ้ำ แล้วผูก 2 คำกลอนปริศนาธรรมตามแบบฉบับครูมโนราห์ไว้เพื่อคุ้มครองว่า "ลำแตนมีแลนครอบศพ ผู้ใดแก้จบ ทำกินไม่รู้สิ้น" และมีอีกบทหนึ่งว่า "หนองหัดมีพัดเสมา มีทุ่งหญ้าคา มีป่าเรียง"

ต่อมาได้มีชาวต่างชาติ ที่มาทำเหมืองแร่ในบริเวณใกล้เคียง สามารถไขปริศนาธรรมที่ถ้ำเขาหลักจันทร์ จึงได้นำสมบัติต่างๆ กลับไปยังบ้านเมืองของตน

อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่อดีตเจ้าเมืองพัทลุง เดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ได้นำทรัพย์สินเงินทองส่วนหนึ่งไปสร้างวัดต่างๆ โดยเฉพาะที่จังหวัดตรัง ก็มีถึง 7 วัดด้วยกัน คือ วัดพระนอน, วัดพระงาม, วัดพระพุทธสิหิงค์, วัดกรุยยืด, วัดพระบรรทม, วัดถ้ำพระพุทธ และวัดภูเขาทอง ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเผยแผ่พระพุทธศาสนา และเพื่อใช้เป็นที่พักในระหว่างเดินทาง ซึ่งพระพุทธรูปที่นางสร้างขึ้นนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นทรงเทริดมโนราห์

พระพุทธไสยาสน์ทรงเทริดมโนราห์ ที่วัดภูเขาทอง นับเป็นพระพุทธรูปที่เก่าแก่มากองค์หนึ่ง กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนไว้เรียบร้อยแล้ว

สำหรับสาเหตุที่ได้มีการสร้างพระพุทธรูป เป็นพระนอนทรงเทริดมโนราห์ สันนิษฐานว่า มาจากบริเวณปากถ้ำที่มีลักษณะกว้าง จึงจำเป็นต้องสร้างเป็นพระนอนเพื่อปิดเอาไว้ โดยเชื่อว่าภายในถ้ำน่าจะมีสมบัติของมีค่าเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะทองคำ

ทั้ง นี้ เมื่อถึงวันสงกรานต์ของทุกปี หรือตอน 8 ค่ำ เดือน 5 จะต้องมีคณะมโนราห์ มารำถวายต่อหน้าองค์พระนอนเป็นประจำ ถือเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมายาวนาน โดยจะต้องมีการรำด้วยท่วงท่าของมโนราห์ชั้นสูงเท่านั้น ถือเป็นการรำไหว้ครูของครูหมอมโนราห์ชื่อดังในแต่คณะ

แต่คณะที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในช่วงที่ผ่านมา คือ คณะหลานมโนราห์เติม อดีตมโนราห์ชื่อดังของปักษ์ใต้ พระพุทธไสยาสน์ทรงเทริดมโนราห์ แต่เดิมสร้างด้วยไม้ แต่ด้วยระยะเวลาที่ยาวนานทำให้เกิดการผุพังไปมาก ดังนั้น จึงต้องบูรณะด้วยการสร้างรูปใหม่ทับรูปเก่า

 
 

Main Menu

VirtueMart Login