พระเครื่อง 
Home บทความ บทความพระเครื่อง ประวัติพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ประวัติ พระพุทธไสยาสน์ วัดป่าโมกวรวิหาร จ.อ่างทอง
ค้นหาข่าว/บทความ:
  
ค้นหาพระเครื่อง/วัตถุมงคล:


ประวัติ พระพุทธไสยาสน์ วัดป่าโมกวรวิหาร จ.อ่างทอง PDF พิมพ์ อีเมล

ประวัติ พระพุทธไสยาสน์ วัดป่าโมกวรวิหาร จ.อ่างทอง

"พระพุทธไสยาสน์ วัดป่าโมก" เป็นพระพุทธไสยาสน์ศิลปะสุโขทัย ประดิษฐานที่วัดป่าโมกวรวิหาร (ปัจจุบันวัดแห่งนี้มีฐานะเป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรวิหาร) ที่ ต.ป่าโมก อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง

ไม่ปรากฏหลักฐานว่าใครเป็นผู้สร้าง ทราบแต่เพียงว่าสมเด็จพระนเรศวรมหาราชพากองทัพมากราบไหว้พระพุทธไสยาสน์ก่อนยกทัพไปสู้รบกับพม่า

องค์พระพุทธไสยาสน์มีความยาว 24 เมตร ที่ฝ่าพระบาททั้ง 2 ข้างมีการจารึกโคลงชะลอพระพุทธไสยาสน์ ซึ่งแต่งเพื่อบันทึกเหตุการณ์เมื่อครั้งชะลอพระพุทธไสยาสน์ในสมัยพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระแห่งกรุงศรีอยุธยา โดยชะลอจากที่ตั้งเดิมที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยามาไว้ยังที่ตั้งปัจจุบัน เพื่อป้องกันกระแสน้ำพัดตลิ่งพัง และอาจทำให้องค์พระถล่มลงในแม่น้ำได้

เมื่อชะลอองค์พระไว้ในที่ตั้งปัจจุบันเสร็จแล้ว พระเจ้าอยู่หัวท้ายสระจึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างวิหารหลวงเพื่อครอบองค์พระนอน แต่พระเจ้าอยู่หัวท้ายสระเสด็จสวรรคตเสียก่อนที่วิหารหลวงจะสร้าง แล้วเสร็จ

การจัดมหรสพเพื่อฉลององค์พระพุทธไสยาสน์และวิหารหลวงจึงได้จัดขึ้นในสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศแห่งกรุงศรีอยุธยา

ตำนานเรื่องพระนอนพูดได้ที่วัดป่าโมก เกิดขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งเกิดเหตุการณ์โรคห่า (อหิวาตกโรค) ระบาดในบ้านป่าโมก ตามลิขิตของพระครูปาโมกขมุนี เจ้าอาวาสวัดป่าโมกวรวิหารในสมัยนั้นได้บันทึกไว้ พอสรุปได้ว่า ....

เมื่อปี พ.ศ.2448 พระโต พระในวัดป่าโมกป่วยหนักด้วยโรคอหิวาต์ หมอที่ไหนก็รักษาไม่หาย ขณะนั้นอุบาสิกาเหลียน หลานสาวของพระโต ซึ่งอยู่ที่บ้านเอกราช แขวงป่าโมก ก็จนปัญญาจะไปหาหมอยามารักษาพระโต ซึ่งมีศักดิ์เป็นลุงของสีกาเหลียน สีกาเหลียนจึงมาตั้งสัตยาธิษฐานต่อพระพุทธไสยาสน์ และมีเสียงออกมาจากพระอุระของพระพุทธไสยาสน์บอกตำรายาแก่สีกาเหลียน แล้วจึงนำใบไม้ต่างๆ ที่ว่าเป็นยามาต้มให้พระโตที่อาพาธฉัน พระโตก็หายเป็นปกติ

จากนั้นสีกาเหลียนจึงนำเหตุอัศจรรย์มาแจ้งต่อพระครูปาโมกขมุนีและพระที่วัดป่าโมก แต่พระครูป่าโมกขมุนียังไม่เชื่อ จึงได้ให้พระสงฆ์ โยมวัด และศิษย์วัดรวม 30 คน โดยมีสีกาเหลียนไปด้วย พระครูปาโมกขมุนีให้จุดไฟรอบวิหารพระนอน เพื่อดูว่ามีใครมาทำโพรงหลังพระนอนแล้วแอบซ่อนมาพูดกับสีกาเหลียนหรือไม่ แต่พระสงฆ์และโยมวัดก็ไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ ทั้งสิ้น

วันต่อมา สีกาเหลียน พระครูปาโมกขมุนี พระสงฆ์และโยมวัดรวม 30 คน พากันเข้ามาในวิหารพระนอน สีกาเหลียนจุดธูปเทียน และถวายหมากพลูแก่พระพุทธไสยาสน์

เกิดเหตุอัศจรรย์ คือ หมากพลูที่สีกาเหลียนถวายหายไปในเวลา 2 นาที

พระครูปาโมกขมุนีและพยานทั้งหลายประสบเหตุอัศจรรย์ แต่ก็ยังไม่เชื่อ สีกาเหลียนจึงได้อาราธนาพระพุทธไสยาสน์ให้พูดคุยกับพระครูปาโมกขมุนี ปรากฏว่า ก็เกิดเสียงจากพระอุระของพระพุทธไสยาสน์อีก โดยในวันนั้นพระครูปาโมกขมุนีได้ไต่ถามพระพุทธไสยาสน์เกี่ยวกับสารทุกข์สุกดิบ และเครื่องยาที่รักษาผู้ป่วยโรคอหิวาต์ พระพุทธไสยาสน์ก็ตอบคำถามที่พระครูปาโมกขมุนีถามทุกประการ

ในวันที่ 16 ธันวาคม 2448 เมื่อเวลา 4 ทุ่ม สีกาเหลียน พระครูปาโมกขมุนี พระสงฆ์และโยมวัด ได้เข้าไปตรวจดูในวิหารพระนอนอีกครั้ง แต่ไม่พบพิรุธใดๆ

คราวนี้พระครูปาโมกขมุนีได้ถามพระพุทธไสยาสน์ว่าจะบูรณปฏิสังขรณ์องค์พระและวิหารขึ้นใหม่ ก็บังเกิดเสียงตอบรับมาจากพระอุระของพระนอนอีก โดยพระพุทธไสยาสน์เกิดความยินดีที่พระครูปาโมกขมุนีจะบูรณปฏิสังขรณ์องค์พระนอนและวิหาร

ตำนานเรื่องพระนอนพูดได้ที่วัดป่าโมกยังเป็นต้นเค้าในนวนิยายเรื่อง "ไผ่แดง" ผลงานของพลตรี ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช อดีตนายกรัฐมนตรี และศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ในเนื้อเรื่องที่สมภารกร่าง เจ้าอาวาสวัดที่เข้าไปกราบพระประธาน แล้วพระประธานก็พูดกับสมภารกร่างได้

 
 

Main Menu

VirtueMart Login