พระเครื่อง
Home บทความ บทความพระเครื่อง ประวัติพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ประวัติ พระพุทธไสยาสน์ วัดมหาพฤฒารามวรวิหาร กทม
ค้นหาข่าว/บทความ:
  
ค้นหาพระเครื่อง/วัตถุมงคล:


ประวัติ พระพุทธไสยาสน์ วัดมหาพฤฒารามวรวิหาร กทม PDF พิมพ์ อีเมล

ประวัติ พระพุทธไสยาสน์ วัดมหาพฤฒารามวรวิหาร กทม

พระพุทธไสยาสน์ วัดมหาพฤฒารามวรวิหาร" เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ตั้งอยู่บนถนนมหาพฤฒาราม แขวง มหาพฤฒาราม เขตบางรัก กรุงเทพฯ

วัดมหาพฤฒาราม เป็นวัดโบราณที่สร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยายังเป็นราชธานี ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของคลองผดุงกรุงเกษม แต่เดิมในช่วงสมัยกรุงธนบุรีและรัตนโกสินทร์ตอนต้น วัดนี้ แต่เดิมชื่อว่า "วัดท่าเกวียน" เนื่องจากเคยเป็นที่พักแรมของกองเกวียน ที่เดินทางเข้ามาค้าขายในกรุงเทพฯ

แต่ต่อมาชาวบ้านพากันเรียกชื่อวัดนี้ว่า "วัดตะเคียน" สันนิษฐานว่า เรียกชื่อวัดตามต้นตะเคียนที่ขึ้นหนาแน่นอยู่รอบบริเวณวัดที่มีอาณาบริเวณถึง 14 ไร่

ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์เคยอยู่ในเพศบรรพชิตได้เสด็จพระราชดำเนินมาพระราชทานผ้าป่าที่วัดนี้

ในคราวนั้น พระอธิการแก้ว เจ้าอาวาสได้ทูลถวายพยากรณ์ว่า "จะได้เป็นเจ้าชีวิตในเร็วๆ นี้" พระองค์จึงรับสั่งว่า "ถ้าได้ครองแผ่นดินจริงจะมาสร้างวัดให้อยู่ใหม่" หลังจากนั้น เมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์จึงโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาวัดขึ้นใหม่ ในเวลาต่อมาจึงโปรดให้พระราช ทานสมณศักดิ์ พระอธิการแก้วเป็น "พระมหาพฤฒาจารย์" และโปรดให้สร้างพระอารามใหม่ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2397 จนถึง พ.ศ.2409 โดยโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จ เจ้าพระยาบรมมหาพิชัยญาติ (ทัต บุน นาค) เป็นแม่กองในการสถาปนา

ครั้นเมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ จึงโปรดให้สถาปนาขึ้นเป็นพระอารามหลวง พระ ราชทานนามว่า "วัดมหาพฤฒาราม" พระอุโบสถของวัดมหาพฤฒาราม สร้างเป็นรูปโถงตลอด หลังคาลด 2 ชั้น ประดับช่อฟ้า ใบระกา หน้าจั่วเป็นสัญลักษณ์พระมงกุฎวางอยู่บนพานสองชั้นในบุษบก ซึ่งตั้งอยู่บนช้างสามเศียร หมายถึง เจ้าฟ้ามงกุฎ (รัชกาลที่ 4) ผู้ครองสยามประเทศ ทรงเป็นผู้สร้างพระอุโบสถหลังนี้

บานประตูและหน้าต่างของพระอุโบสถ เป็นรูปวัวลาก หมายถึง ชื่อเดิมของวัดท่าเกวียน รูปช้างหมายถึง เจ้าอาวาสพระอธิการแก้ว อายุ 107 ปี รูปเทวดาทูนพานสองชั้น ซึ่งมีพระมงกุฎวางอยู่ข้างบน หมายถึง เจ้าฟ้ามงกุฎ (รัชกาลที่ 4)

จิตรกรรมฝาผนังที่วัดมหาพฤฒาราม แตกต่างจากวัดอื่นตรงที่เขียนเรื่องธุดงควัตร 13 และการไปสืบพระพุทธศาสนาที่ลังกา แทนการเขียนเรื่องทศชาติชาดกหรือพุทธประวัติของวัดอื่น โดยนำเอาศิลปะทางตะวันตกมา นำเอาวิธีการเขียนภาพแบบ 3 มิติ ตามวิธีการเขียนภาพจิตรกรรมตะวันตกเข้ามาใช้ในการเขียนภาพทิวทัศน์ มีการจัดองค์ประกอบภาพให้มีความลึก เหมือนจริงตามธรรมชาติ และรับเอารูปแบบสถาปัตยกรรมตะวันตกเข้ามาใช้ในการวาดภาพตกแต่งประดับอาคาร

สำหรับพระปรางค์ 4 องค์ สร้างขึ้นเพื่ออุทิศถวายแด่พระพุทธเจ้าทั้ง 4 พระองค์ที่ปรินิพพานไปแล้ว โดยมีขนาดใหญ่เล็กเรียงกัน ตั้งอยู่ระหว่างอุโบสถกับวิหารเหนือ"พระพุทธไสยาสน์" (พระนอน) วัดมหาพฤฒารามวรวิหาร เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นลงรักปิดทอง ศิลปกรรมสมัยรัตนโกสินทร์

พระพุทธไสยาสน์ของวัดพระมหาพฤฒารามใหญ่โต เป็นรองแค่พระพุทธไสยาสน์ที่วัดพระเชตุพนฯ (วัดโพธิ์) เท่านั้น เป็นพระพุทธไสยาสน์ที่มีมาแต่ครั้งยังเป็นวัดท่าเกวียนและวัดตะเคียน แต่เดิมไม่ได้ใหญ่ยาวดังในปัจจุบัน

แต่รัชกาลที่ 4 ทรงปฏิสังขรณ์พระพุทธรูปให้ใหญ่ขึ้น เป็นขนาดความยาวจากพระบาทถึงพระเกตุมาลา 19.25 เมตร และพระอุระกว้าง 3.25 เมตร พระนาภีกว้าง 2 เมตร จากนั้นจึงทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระวิหารไว้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางไสยาสน์ ทำให้แลดูมีลักษณะใหญ่โตดังที่เห็น

พระพุทธไสยาสน์องค์นี้ เป็นที่เคารพเลื่อมใสของชาวบ้านทั่วไป สำหรับผู้ที่เกิดวันอังคาร ควรหาโอกาสมากราบนมัสการเพื่อความเป็นสิริมงคล เนื่องจากพระพุทธไสยาสน์ เป็นพระพุทธรูปบูชาสำหรับผู้ที่เกิดวันอังคาร

 
 

Main Menu

VirtueMart Login