พระเครื่อง
Home บทความ บทความพระเครื่อง ประวัติพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ประวัติ พระศากยสิงห์ หรือ สักยสิงห์ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม
ค้นหาข่าว/บทความ:
  
ค้นหาพระเครื่อง/วัตถุมงคล:


ประวัติ พระศากยสิงห์ หรือ สักยสิงห์ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม PDF พิมพ์ อีเมล

ประวัติ พระศากยสิงห์ หรือ สักยสิงห์ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม

"วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม" เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราช วรวิหาร ที่มีความสวยงามเลื่องชื่อเป็นอันดับต้นของเมืองไทย จนเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั่วโลกว่า "The Marble Temple"

พระศากยสิงห์ หรือ สักยสิงห์ด้วยความงดงามของพระอุโบสถ พระระเบียง ประดับด้วยหินอ่อนที่ดีที่สุดจากประเทศอิตาลี รังสรรค์ให้วัดเบญจมบพิตรฯ กลายเป็นอารามที่มีความวิจิตรงดงาม ด้วยศิลปะสถาปัตย กรรมไทยโบราณ มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศให้ความสนใจเข้าเยี่ยมชมจำนวนมาก ทุกวัน

วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ตั้งอยู่เลขที่ 69 ถ.พระราม 5 แขวงจิตรลดา เขตดุสิต กรุงเทพฯ มีเนื้อที่ทั้งสิ้น 10,566 ตารางวา 14 ตารางศอก เดิมวัดแห่งนี้เป็นวัดโบราณ มีชื่อว่า "วัดแหลม" หรือ "วัดไทรทอง" ไม่ปรากฏหลักฐานว่าสร้างในสมัยใด

ในสมัยรัชกาลที่ 4 ปรากฏความในพระราชพงศาวดารว่า พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานนามวัดแห่งนี้ใหม่ว่า "วัดเบญจบพิตร" อันมีความหมายว่าเป็นวัดของเจ้านาย 5 พระองค์ หรือวัดที่เจ้านาย 5 พระองค์ทรงปฏิสังขรณ์ขึ้น

ครั้นต่อมา รัชกาลที่ 5 ทรงสร้างพระราชวังสวนดุสิต ได้ทรงใช้พื้นที่วัด 2 แห่ง เป็นที่สร้างพลับพลาและตัดถนน ซึ่งตามประเพณีจะต้องสร้างวัดขึ้นทดแทน แต่พระองค์ทรงมีพระราชดำริว่าการสร้างวัดใหม่หลายแห่ง ยากต่อการบำรุงรักษา แต่ถ้าทำวัดใหญ่เพียงแห่งเดียว ด้วย ฝีมือประเพณีนั้นจะดีกว่า จึงทรงเลือกสถาปนาวัดเบญจบพิตรและโปรดเกล้าฯ ให้ "สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์" ออกแบบ โปรดให้แก้ชื่อเป็น "วัดเบญจม- บพิตร" แปลว่า "วัดของพระเจ้าแผ่นดินรัชกาลที่ 5"

อาณาเขตที่ดินตั้งวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ตั้งอยู่ใจกลางสถานที่สำคัญมาก มาย อาทิ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ทำเนียบรัฐบาล พระบรมราชานุสาวรีย์ ร.5 ราชตฤณมัยสมาคมฯ เป็นต้น

สำหรับการเดินทางไปเยี่ยมชมวัดเบญจมบพิตรฯ เมื่อเดินเข้ามาภายในวัดเบญจมบพิตรฯ สิ่งแรกที่ได้สัมผัส คือ ความร่มรื่นสะอาดสวยงาม สิ่งที่เราจะพบเห็นต่อมา คือ มีพุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยว กำลังถ่ายภาพคู่กับพระอุโบสถหินอ่อนที่มีความงดงามน่าชม พร้อมไปกับการฟังบรรยายเรื่องราวของวัดจากไกด์นำเที่ยว

ด้วยศิลปะสถาปัตยกรรมไทยโบราณ และวางแบบแปลนแผนผังแยกสัดส่วนเป็นเขตพุทธาวาสสังฆาวาส และที่ธรณีสงฆ์ สำหรับผู้อุปัฏฐากภิกษุสามเณรอยู่อาศัย ในเขตพุทธาวาสและสังฆาวาส มีสนามหญ้าและปลูกต้นไม้ให้ร่มรื่น กุฏิที่อยู่ของภิกษุสามเณรเป็นระเบียบ ปลอดโปร่ง ถือว่าเป็นวัดที่มีการวางแปลนแผนผังที่ดีที่สุดวัดหนึ่ง

จุดแรกที่ขอแนะนำให้เดินเข้าไปชม คือพระอุโบสถ ถือเป็นสถาปัตยกรรมที่สมบูรณ์แบบของศิลปะไทย สร้างด้วยหินอ่อนจากประเทศอิตาลี เป็นทรงจัตุรมุข หลังคาซ้อน 4 ชั้น ประดิษฐานพระพุทธชินราชจำลอง เป็นพระประธานในพระอุโบสถ ใต้รัตนบัลลังก์บรรจุพระสรีรางคารรัชกาลที่ 5

เดินออกมาผ่านพระระเบียงรอบด้านหลัง เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางต่างๆ จำนวน 52 องค์ ส่วนใหญ่เป็นพระพุทธรูปสำริด มีทั้งพระพุทธรูปโบราณ และหล่อขยายหรือย่อส่วนจากพระพุทธรูปโบราณจากต่างประเทศ อาทิ อินเดีย ญี่ปุ่น พม่า ลังกา เป็นต้น

แต่ที่สะดุดตาเป็นพิเศษ คือ "พระศากยสิงห์" พระศากยสิงห์ เป็นพระพุทธปฏิมากร ปางมารวิชัย ขัดสมาธิเพชร วัสดุสำริด ขนาดหน้าตักกว้าง 30 นิ้ว สูง 39 นิ้ว ศิลปะสมัยเชียงแสน กระทรวงศึกษาธิการ ได้ประกาศเป็นพระพุทธรูปสำคัญ พ.ศ. 2520 มีพระพุทธลักษณะที่งดงาม ประดิษ ฐานเป็นองค์แรกที่พระระเบียงวัดเบญจม-บพิตรดุสิตวนาราม

เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงสร้างวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ครั้งนั้นทรงมีพระราชดำริให้สร้างพระระเบียงเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูป ฝีมือช่างยุคต่างๆ และได้โปรดให้สืบหาพระพุทธรูปโบราณตามหัวเมืองต่างๆ โดยมีหลักเกณฑ์ ดังนี้ ต้องมีความงดงามด้วยฝีมือช่าง พุทธลักษณะแตกต่างจากที่เคยปรากฏและมีขนาดไล่เลี่ยกับที่จัดแสดง

ดังนั้น สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ จึงได้อัญเชิญพระศากยสิงห์ หรือ สักยสิงห์ จากวิหารหลวงเมืองเชียงแสน ล่องแพตามลำน้ำโขงเข้ามาแม่น้ำกก ขึ้นบกที่เชียงราย แล้วหามเข้าภูเขามาลงที่เมืองพะเยา จึงอัญเชิญลงแม่น้ำยมออกแม่น้ำเจ้าพระยา ส่งลงมากรุงเทพฯ หากมีโอกาสได้มาเยี่ยมเยือนเดินชมวัดแห่งนี้ ลองเข้าไปกราบไหว้ขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล
 

 
 

Main Menu

VirtueMart Login