ประวัติ พระหายโศก ศิลปะล้านนา กรุงเทพฯ พิมพ์

ประวัติ พระหายโศก ศิลปะล้านนา กรุงเทพฯ

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ได้เก็บรักษาพระพุทธรูปสำคัญ 9 องค์

หนึ่งในพระพุทธรูปสำคัญ คือ พระหายโศก เลขทะเบียน ช.ส.112 ศิลปะล้านนา พุทธศตวรรษที่ 21 สำริด ขนาดตักกว้าง 24 เซนติเมตร สูงพร้อมฐาน 49.5 เซนติเมตร กรมพระราชพิธีส่งมาจากพระที่นั่งจักรพรรดิพิมานในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2475 สถานที่เก็บรักษา ห้องศิลปะล้านนา อาคารประพาสพิพิธภัณฑ์

พระพุทธรูปซึ่งมีมงคลนามว่า "พระหายโศก" เป็นพระพุทธรูปของหลวงพระราชทานเก็บรักษาในพิพิธภัณฑสถานสำหรับพระนคร เมื่อปี พ.ศ.2474 เดิมไม่ทราบประวัติการสร้างชัดเจน จากพุทธลักษณะเป็นพระพุทธรูปสร้างขึ้นในดินแดนล้านนา มีรูปแบบอย่างที่เรียกกันว่า "พระสิงห์ 1" หรือพระพุทธรูปศิลปะล้านนารุ่นแรก กล่าวคือ พระรัศมีรูปดอกบัวตูม เม็ดพระศกขนาดใหญ่ พระพักตร์กลม พระปรางค์อิ่ม พระโอษฐ์แย้ม พระหนุเป็นปม พระวรกายอวบอ้วน ชายสังฆาฏิสั้นเหนือพระถัน ประทับขัดสมาธิเพชร (ประทับนั่งไข้วพระบาท แลเห็นฝ่าพระบาททั้งสองข้าง)

พระองค์หล่อติด กับฐาน ซึ่งทำเป็นฐานกลีบบัวหงายขนาดใหญ่ 4 กลีบ กลีบด้านข้าง 2 กลีบ ทำเป็นกลีบบัวยาวงอน ภายในกลีบบัวตกแต่งลวดลายพันธุ์พฤกษา เรียกว่าฐานบัวงอน นิยมสร้างขึ้นในศิลปะล้านนารุ่นหลังราวพุทธศตวรรษที่ 21 พระหายโศกจึงควรสร้างขึ้นในระยะเวลานั้น

จากหลักฐานจารึกฐานพระพุทธรูป กล่าวว่า พระหายโศก ส่ง (จากล้านนา) มาถึงกรุงเทพฯ เมื่อวันอาทิตย์ ขึ้น 11 ค่ำ เดือน 5 ปีมะเส็ง ยังเป็นอัฐศก ศักราช 1218 (พ.ศ.2399) ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ด้วยพระนามอันเป็นศุภมงคล เดิมจึงน่าจะใช้ในการพระราชพิธีต่างๆ

ต่อมากรมพระราชพิธีได้ส่งมา เก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑสถาน ปัจจุบันยังคงประดิษฐาน ณ ห้องศิลปะล้านนา อาคารประพาสพิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ตราบเท่าถึงทุกวันนี้

นอกจากนี้ ยังมีพระพุทธรูปสำคัญ พระทรงเครื่องพระมหาจักรพรรดิ เลขทะเบียนศิลปะอยุธยา พุทธศตวรรษที่ 23 สำริด สูงพร้อมฐาน 4 เซนติเมตร สถานที่เก็บรักษา ห้องศิลปะอยุธยา อาคารประพาสพิพิธภัณฑ์

พระพุทธรูปทรงเครื่องพระมหาจักรพรรดิ สร้างขึ้นสมัยอยุธยาตั้งแต่ราวปลายพุทธศตวรรษที่ 22 ตามคติเรื่อง "ชมพูบดีสูตร" ซึ่งกล่าวถึงสมัยหนึ่งพระพุทธเจ้าเสด็จประทับสำราญพระอิริยาบทอยู่ ณ พระเวฬุวันวิหาร

ครั้งนั้นพระเจ้าพิมพิสารพุทธอุบาสก ถูกพระยาชมพูบดีกษัตริย์ผู้ทรงอานุภาพเป็นที่ยำเกรงของกษัตริย์ทั้งหลายคุก คาม จึงไปเฝ้าพระพุทธเจ้าที่เวฬุวัน เพื่อขอถึงพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่ง

พระพุทธองค์ทรงเล็งเห็นด้วยพระญาณว่าจะโปรดพระยาชมพูบดีได้ จึงทรงเนรมิตพระเวฬุวันประดุจเมืองสวรรค์ และทรงเนรมิตพระองค์เป็นพระเจ้าจักรพรรดิราช ทรงเครื่องราชาภรณ์ทุกประการ แล้วตรัสให้พระอินทร์เป็นทูตไปเชิญพระพระยาชมพูบดีมาเฝ้า พระยาชมพูบดีแพ้แก่ฤทธิ์พระอินทร์จึงยอมเข้าเฝ้ายังเวฬุวันวิหาร

สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงทรมานพระยาชมพูบดีให้คลายจากความถือดีด้วยประการ ต่างๆ แล้ว ทรงบันดาลให้ทุกสิ่งกลับคืนสู่สภาพเดิมและทรงแสดงธรรมจนพระยาชมพูบดีสิ้น ทิฐิ มานะ ขอบรรพชาอุปสมบทเป็นพระพุทธสาวก

พระพุทธรูปทรงเครื่องพระมหาจักรพรรดิ จึงมีความหมายถึงความ ยิ่งใหญ่เหนือพระยามหากษัตริย์ทั้ง ปวง จึงนิยมสร้างเป็นพระพุทธรูปฉลองพระองค์พระเจ้าแผ่นดินและ พระบรมวงศานุวงศ์สืบมาจนถึงกรุงรัตนโกสินทร์