ประวัติ พระอาจารย์คัมภีร์ (แห้ง) จิตตสาโร วัดป่าเลไลย์ ศิษย์หลวงพ่อสมควร วัดถือน้ำ พิมพ์

ประวัติ พระอาจารย์คัมภีร์ (แห้ง) จิตตสาโร วัดป่าเลไลย์ ศิษย์หลวงพ่อสมควร วัดถือน้ำ



"พระอาจารย์คัมภีร์ จิตตสาโร" หรือที่ชาวบ้านทั่วไปรู้จักกันในนาม "พระอาจารย์แห้ง" แห่งวัดป่าเลไลย์ ต.หนอง ยายดา อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี เป็นพระเกจิอาจารย์ระดับแนวหน้าอีกรูป ที่ชาวบ้านให้ความเลื่อมใสศรัทธาทั้งในจังหวัดอุทัยธานี และจังหวัดใกล้เคียง ท่านเป็นศิษย์เอกสายตรงหลวงพ่อสมควร วิชชาวิสาโล วัดศรีสวรรค์สังฆาราม (วัดถือน้ำ) พระเกจิอาจารย์ชื่อดังในอดีต

ปัจจุบัน พระอาจารย์แห้ง อายุ 48 ปี พรรษา 24

มีนามเดิมว่า เลิศ เพ็ชรหมัด เชื้อสายไทยทรงดำ เกิดเมื่อวันจันทร์ที่ 20 ก.ย. 2508 ปีมะเส็ง ที่บ้านแหลมทอง ต.นคร สวรรค์ตก อ.เมือง จ.นครสวรรค์ เป็นบุตรคนสุดท้อง ในจำนวนพี่น้อง 3 คน บิดา-มารดา ชื่อ นายคง และ นางฮิต เพ็ชรหมัด ครอบครัวประกอบอาชีพเกษตรกรรม

ชีวิตวัยเยาว์ค่อนข้างลำบาก ศึกษาเล่าเรียนระดับประถมศึกษาที่โรงเรียนวัดเขาจอมคีรีนาคพรต อ.เมืองนครสวรรค์ จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4

อายุ 12 ปี บรรพชา เมื่อวันที่ 21 ส.ค.2520 ณ วัดศรีสวรรค์สังฆาราม (วัดถือน้ำ) อ.เมือง จ.นครสวรรค์ โดยมี พระครูวิศิษฐ์จริยาวัตร (หลวงพ่อวิศิษฐ์) วัดวรนารถบรรพต (เขากบ) เป็นพระอุปัชฌาย์

ศึกษาอยู่ที่วัดศรีสวรรค์สังฆาราม (วัดถือน้ำ) อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ติดตามรับใช้หลวงพ่อสมควร เรียนอักขระขอม บาลี และวิทยาคม พร้อมติดตามไปสร้างวัดเขาพระยาพายเรือ อ.ลานสัก และวัดเขาหินเทิน อ.สว่างอารมณ์ จ.อุทัยธานี

พออายุครบ 24 ปี เข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันที่ 26 ก.ค.2532 ณ พัทธสีมาวัดปากน้ำโพใต้ อ.เมือง จ.นครสวรรค์ โดยมีพระครูนิยุตวีรวัฒน์ เจ้าคณะตำบลแควใหญ่ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำโพใต้ เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายาว่า "จิตตสาโร"

เมื่ออุปสมบทแล้วอยู่จำพรรษาที่วัดปากน้ำโพใต้ 3 พรรษา ศึกษาพระธรรมวินัย สามารถสอบได้นักธรรมชั้นตรี-โท-เอก ตามลำดับ ณ สำนักเรียนวัดปากน้ำโพใต้

ต่อมาท่านย้ายไปจำพรรษาอยู่ที่วัดศรีสวรรค์สังฆาราม (วัดถือน้ำ) อุปัฏฐากรับใช้หลวงพ่อสมควร รวมทั้งศึกษาวิทยาคมเพิ่มเติม จนสำเร็จวิชาหลายแขนง และยังร่ำเรียนวิชาจากตำราไทยทรงดำของโยมพ่อ พร้อมเรียนวิชาด้านเมตตาจากอาจารย์เอี้ยง ซึ่งเป็นอาจารย์ชาวเขมรอีกคนหนึ่ง ตลอดจนครูบาอาจารย์ที่ไปกราบนมัสการอีกหลายท่าน

จากนั้น หลวงพ่อสมควรได้ส่งพระอาจารย์แห้ง ไปจำพรรษาอยู่ที่วัดเขาหินเทิน อ.สว่างอารมณ์ จ.อุทัยธานี ซึ่งท่านก็ไปมาหาสู่ คอยรับใช้หลวงพ่อสมควร อยู่เสมอ มิได้ขาด

กระทั่งวันที่ 3 ต.ค.2547 หลวงพ่อสมควร มรณภาพอย่างสงบ พระอาจารย์แห้ง ได้ร่วมกับคณะศิษย์หลวงพ่อจัดงานศพ โดยบรรจุศพไว้ในโลงแก้ว ประดิษฐาน ณ มหาเจดีย์วัดศรีสวรรค์สังฆาราม (วัดถือน้ำ)

พ.ศ.2550 พระอาจารย์แห้ง เดินทางมานมัสการ พระอธิการอุดม เขมทัสสี เจ้าอาวาสวัดป่าเลไลย์ ต.หนองยายดา อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี เพื่อขออยู่จำพรรษา ซึ่งเจ้าอาวาสวัดอนุญาต

ภายหลังพระอาจารย์แห้ง ย้ายมาจำพรรษาที่วัดป่าเลไลย์ ท่านได้มุ่งมั่นพัฒนาวัดด้วยการจัดสร้างกุฏิสงฆ์ 5 หลัง, ศาลาปฏิบัติธรรม 1 หลัง, กำแพงวัด, ซุ้มประตูวัด และห้องน้ำ พร้อมเทศนาอบรมญาติโยมที่มาทำบุญ ทุกวันพระและวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา โดยเน้นความสามัคคี หากไม่แตกแยกกันทำอะไรก็สำเร็จ ตลอดจนเป็นที่พึ่งญาติโยมที่เดือดร้อน

ท่านใช้หลักธรรม "ให้คิดดี พูดดี ทำดี" ไม่สนใจหรือยึดติดในตำแหน่ง มุ่งมั่นเพียงให้พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองสืบไป

พระอาจารย์แห้ง จัดสร้างวัตถุมงคลออกมาหลายรุ่น แต่ละรุ่นเป็นที่สนใจของพุทธศาสนิกชนทั่วไป วัตถุมงคลที่เด่นดัง อาทิ ตะกรุดโทน, ตะกรุดสาลิกาหลงรัง, เหรียญเสาร์ห้า รุ่นแรก, รูปหล่อเหมือนปั๊ม รุ่นแรก เป็นต้น

พระอาจารย์แห้ง ยังให้ความสำคัญทางด้านการศึกษาสงฆ์ ให้การสนับสนุนการเรียนการสอนโดยบริจาคปัจจัยให้แก่พระภิกษุ-สามเณร และให้การอุปการะเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษา ด้านอาหารและปัจจัย

พระอาจารย์คัมภีร์ ถือเป็นพระเกจินักพัฒนารุ่นใหม่ ทำหน้าที่สืบสานพระพุทธศาสนาให้เจริญสถาพรสืบไป