พระเครื่อง
Home บทความ บทความพระเครื่อง ประวัติพระคณาจารย์ ประวัติ พ่อท่านหีต ปภังกโร วัดคีรีรัตนาราม (วัดเผียน)
ค้นหาข่าว/บทความ:
  
ค้นหาพระเครื่อง/วัตถุมงคล:


ประวัติ พ่อท่านหีต ปภังกโร วัดคีรีรัตนาราม (วัดเผียน) PDF พิมพ์ อีเมล

ประวัติ พ่อท่านหีต ปภังกโร วัดคีรีรัตนาราม (วัดเผียน)

พ่อท่านหีต ปภังกโร วัดคีรีรัตนาราพ่อท่านหีต ปภังกโร วัดคีรีรัตนาราม (วัดเผียน) อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช พระเกจิชื่อดังแห่งขุนเขาแดง ที่ชาวนครศรีฯ ให้ความเลื่อมใสศรัทธา และรู้จักชื่อเสียงเป็นอย่างดี

อัตโนประวัติ เกิดในสกุล "บุญมา" เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 18 มกราคม 2459 ที่ ต.ถ้ำทอง อ.ทับปุด จ.พังงา โยมบิดา-มารดา ชื่อ นายนอง และนางเหลื่อม บุญมา

ด้วยความที่เป็นบุตรชายคนเดียว จึงเป็นกำลังหลักของครอบครัว ที่ต้องช่วยพ่อ-แม่ทำนา จนอายุได้ 19 ปี จึงไปอยู่ที่วัดโคกลอย บิดาพาไปฝากเป็นศิษย์ของ 'พ่อท่านรักษ์ วัดโคกลอย' แล้วให้บวชเป็นสามเณร โดยพระครูภาณีศรีระวัฒน์ แล้วจำพรรษาศึกษาธรรมและอักขระเลขยันต์ทางวิทยาคม ตลอดจนวิปัสสนาธุระกับ "พ่อท่านรักษ์" ได้ 2 ปี

จนกระทั่งมีอายุครบ 21 ปีบริบูรณ์ ได้เข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2479 ณ อุโบสถวัดชนาธิการาม (สำนักปรุ) ต.นพปริง อ.เมือง จ.พังงา โดยมี พระปฏิภาณพังงารัฏฐ์ เจ้าคณะจังหวัดพังงา วัดประภาสประจิมเขต เป็นพระอุปัชฌาย์, พระวินัยธรรักษ์ (รักษ์ สิริวัฑฒโน) เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ได้ฉายาว่า ปภังกโร

หลังจากอุปสมบทแล้ว กลับไปจำพรรษาที่วัดโคกลอยอีก 1 พรรษา จึงออกธุดงค์ไปจนถึงภูเก็ต ในปี พ.ศ.2480 และเข้าจำพรรษาที่วัดโฆษิตวิหาร เพื่อศึกษาธรรมะกับพระครูสีลรัตนสมณคุณ วัดมงคลนิมิตร

ครั้นถึงปี พ.ศ.2483 จึงย้ายไปจำพรรษาที่วัดพิชิตสังฆาราม ต.สินไนย อ.เมือง จ.ภูเก็ต จนสามารถสอบนักธรรมเอกได้ในปี พ.ศ.2486

เมื่อศึกษาธรรมะจนมีความรู้แจ้งแตกฉานดีแล้ว จึงออกธุดงค์เรื่อยไปเพื่อฝึกฝนการปฏิบัติตามขุนเขาลำเนาไพรระหว่างทางพบถ้ำ เขาแดง สงบวังเวงเหมาะแก่การปฏิบัติธรรมจึงเข้าพักปฏิบัติภาวนาอยู่นาน 12 ปี

กระทั่งถึงปี พ.ศ.2500 ชาวบ้านมาพบท่าน เห็นมีศีลาจารวัตรน่าศรัทธาเลื่อมใส ปฏิบัติธรรมอยู่ในถ้ำอย่างวิเวก จึงร่วมกันนิมนต์ให้ท่านลงจากถ้ำมาอยู่ วัดเผียน ตรงบริเวณเชิงเขาแห่งนั้นแล้วช่วยกันจัดแจงปรับปรุงวัดร้าง ให้มีสภาพคืนมาสู่วัดอีกครั้งตั้งแต่ พ.ศ.2500 เป็นต้นมา

พ่อ ท่านหีต เป็นพระเถราจารย์ผู้ทรงกิตติคุณ แต่ท่านนี้มีรูปร่างผอมสูง ผิวดำแดงกร้าน แฝงไว้ด้วยความทรหดอดทน มือเท้าใหญ่โตที่แสดงถึงการออกธุดงค์รอนแรมตามป่าเขาลำเนาไพรมาหนัก สังเกตได้ที่ตาตุ่ม-ข้อเท้าทั้งสองของท่านด้านหนา อันเป็นสิ่งที่บ่งบอกให้ทราบว่าท่านนั่งสมาธิมานานมาก

อีกทั้งสายตาของท่านแข็งกล้ามีขอบสีฟ้ารอบตาดำเป็นประกายแวววาว แสดงถึงภาวนาสมาธิ จากอำนาจ บารมีญาณของท่านสูงส่งมีอำนาจในตัวเอง การเจรจาแฝงไว้ด้วยเมตตาเป็นที่ตั้ง ศีลาจารวัตรสังเกตดูบริสุทธิ์ผุดผ่อง เพราะไม่มีสมบัติมากมาย มีเพียงเสื่อเก่าๆ และหมอนไม้แข็ง เป็นที่พำนักหลับนอนเท่านั้น

ซึ่งพ่อท่านหีต บอกว่า "ความสบายกาย ทำให้เกิดทุกข์ เกิดกิเลส เกิดตัณหา มีอุปาทาน ไม่สามารถหลุดพ้นจากสภาวจิต เข้าสู่สภาวธรรมได้"

เคยมีคำร่ำลือกันจากศิษย์ผู้ใกล้ชิดท่าน ว่า ครั้งหนึ่ง พ่อท่านหีตได้รับกิจนิมนต์ ตอนขากลับ ฝนกำลังจะตกลงมา ลูกศิษย์จึงได้ชวนพ่อท่านขึ้นรถจะไปส่ง แต่พ่อท่าน หีตจะขอเดินกลับกุฏิเอง

หลังจากพ่อท่านหีตเดินลับทางโค้งไปแล้ว ลูกศิษย์ได้ขึ้นรถสตาร์ตเครื่องแล้วรีบขับตามทันที แต่พอขับรถไปถึงทางโค้ง ชั่วเวลาเพียงลัดนิ้วมือเดียว ปรากฏว่าไม่เห็นร่างพ่อท่านแม้แต่เงาจึงขับรถตามไปยังกุฏิ ปรากฏว่าเห็นพ่อท่านนั่งอยู่ที่กุฏิแล้ว ศิษย์คนนั้นรีบทักพ่อท่าน ว่า "พ่อท่านเดินเร็วจังเลย" พ่อท่านตอบว่า "ต้องเดินเร็วๆ เพราะเดี๋ยวฝนจะตกแล้ว"

เรื่องราวทำนองนี้ ผู้ที่เคยเป็นศิษย์ใกล้ชิดของพ่อท่าน ยังมีเรื่องราวอัศจรรย์ของท่าน ที่เล่าขานไม่รู้จบ จนกลายเป็นความศรัทธาของคณะศิษย์ที่มีต่อพ่อท่าน

พ่อท่านหีต ได้ละสังขารจากไปด้วยวัย 74 ปี ในปี พ.ศ.2533 เป็นปูชนียบุคคลที่ชาวนครศรีธรรมราชกราบไหว้บูชาสืบมาจนทุกวันนี้

 
 

Main Menu

VirtueMart Login