ประวัติ หลวงปู่ก๋ง (พระอุปัชฌาย์ก๋ง) วัดเขาสมอคอน พิมพ์

ประวัติ หลวงปู่ก๋ง (พระอุปัชฌาย์ก๋ง) วัดเขาสมอคอน

ตํานานของเมืองละโว้กล่าวถึง ความเป็นมาของ "เขาสมอคอน" คร่าวๆ ไว้ว่า เมื่อครั้งที่พระลักษมณ์ถูกหอกโมกขศักดิ์ของกุมภกรรณ พระรามจึงใช้ให้หนุมานไปเอาต้นยาที่เขาสรรพยา เมืองชัยนาทในปัจจุบัน และให้กลับมาก่อนอรุณรุ่ง หนุมานไปหายาไม่พบเพราะเป็นเวลามืด เกรงว่าจะรุ่งสางเสียก่อนจึงได้ยกเอาภูเขามาทั้งลูก และเหาะผ่านมาทางเมืองลพบุรี ซึ่งไฟกำลังลุกไหม้ แสงสว่างของไฟทำให้หนุมานมองเห็นต้นยาที่ต้องการ จึงทิ้งภูเขาที่ยกมาลงกลางทะเลเพลิง

ภูเขาลูกนั้นจึงถูกไฟเผาหินขาว ทั้งลูก จึงมีชื่อเรียกกันว่า "เขาสมอคอน" มาตราบเท่าทุกวันนี้ และเป็นภูเขาลูกเดียวกลางทุ่งนาอันกว้างใหญ่ในเขตท้องที่อ.ท่าวุ้ง ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศเหนือประมาณ 10 กิโลเมตร

บนเขาลูกนี้มีวัดเขาสมอคอน ซึ่งนับว่าเป็นแดนธรรมแหล่งท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่งของจ.ลพบุรี ในอดีตมีพระเกจิอาจารย์ดังที่ชาวละโว้ให้ความเคารพนับถือมากที่สุดคือ "พระอุปัชฌาย์ก๋ง" หรือ "หลวงปู่ก๋ง" พระมหาเถระที่มีอายุยืนยาวถึง 125 ปี โดยศิษย์เอกที่ท่านถ่ายทอดพุทธาคมไว้ให้หมดไส้หมดพุงก็คือ หลวงพ่อบุญมี อิสสโร อดีตเจ้าอาวาสที่มีวิชาอาคมแก่กล้าไม่แพ้ท่าน และมีบุญบารมีสูงส่ง กายสังขารไม่เน่าเปื่อย

กล่าวสำหรับ เหรียญหลวงพ่อก๋ง วัดเขาสมอคอน รุ่นแรก เป็นเหรียญเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีของชาวเมือง ลพบุรีและจังหวัดใกล้เคียง รวมทั้งบรรดานักนิยมสะสมพระเครื่องและเหรียญคณาจารย์ เรียกได้ว่าเป็นที่นิยมสะสมและแสวงหามาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ด้วยความเลื่อมใสศรัทธาในตัวท่านและพุทธคุณปรากฏเป็นที่ประจักษ์ของผู้บูชา และที่สำคัญ.. เป็นเหรียญที่สร้างเพียงรุ่นเดียวเท่านั้น

ท่านเกิด วันจันทร์ เดือนอ้าย ปีระกา ในสมัยรัชกาลที่ 3 ที่บ้าน ต.เขาสมอคอน อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี สมัยเป็นฆราวาสได้ศึกษาหนังสือไทยและขอมที่วัดเขาสมอคอน จนแตกฉานทุกแขนง เมื่ออายุครบ 21 ปี ได้เข้าอุปสมบทที่วัดเขาสมอคอน เจ้าอธิการจีน เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอธิการทับ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอธิการชื่น เป็นพระอนุสาวนาจารย์ และได้อยู่จำพรรษาที่วัดเขาสมอคอน 1 พรรษา ก่อนย้ายไปอยู่วัดมุจรินทร์ อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี 2 พรรษา แล้วไปอยู่วัดบ้านไร่ และวัดบางลี่อีก 4 พรรษา

หลังจากนั้นได้เข้า กรุงเทพฯ ไปอยู่วัดน้อย บางยี่ขัน 3 พรรษา ก่อนจะกลับมารับตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบางลี่ ท่านได้ปกครองวัดบางลี่อยู่ 5 พรรษา จึงย้ายมาจำพรรษาอยู่วัดเขาสมอคอนจนได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส ปกครองดูแลวัดแห่งนี้มาจนสิ้นอายุขัย โดยมรณภาพเมื่อวันที่ 25 ธ.ค. 2469 รวมอายุยืนยาวถึง 125 ปี

หลวงปู่บุญมี อดีตเจ้าอาวาสวัดเขาสมอคอน ศิษย์เอกของท่าน เล่าไว้ว่า เมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่ รัชกาลที่ 5 เคยเสด็จฯ มาหาหลวงปู่ก๋งที่วัดหนึ่งครั้ง โดยเสด็จฯ ขึ้นไปถึงยอดเขาสมอคอนกับท่านตามลำพังเป็นเวลานานจึงเสด็จฯ กลับลงมา ต่อมาได้แต่งตั้งให้ท่านเป็นพระอุปัชฌาย์

เรื่องราวของ "พระอุปัชฌาย์ก๋ง" หรือ "หลวงปู่ก๋ง" พระมหาเถระที่มีอายุยืนยาวถึง 125 ปี แห่งวัดเขาสมอคอน จ.ลพบุรี ยังมีอีกว่าสมัยนั้นการเป็นพระภิกษุสงฆ์จะได้รับการยกเว้นจากการเป็นทหาร ใครไม่อยากเป็นก็หนีมาให้ท่านบวชให้ ท่านก็บวชให้ไม่ว่าคนดีหรือคนร้าย จนเจ้าหน้าที่บ้านเมืองไม่รู้จะทำอย่างไรกับท่าน กระทั่งรู้ไปถึงเจ้าคณะมณฑลในสมัยนั้นอยู่ที่อยุธยา ท่านได้ส่งคนถือหนังสือมานิมนต์ตัวท่านไปพบ และกักตัวให้จำพรรษาอยู่วัดประดู่ อยุธยา เป็นเวลา 2 พรรษา จึงได้กลับมาวัดเขาสมอคอน

ด้านการศึกษาวิทยาคมเริ่มแรกท่านเรียนกับ พระอธิการจีน พระอุปัชฌาย์ซึ่งเป็นพระเกจิอาจารย์เรืองวิทยาคมขลังเพียบพร้อมไปด้วย เวทมนตร์คาถา หลังจากนั้นได้ไปร่ำเรียนกับพระคณาจารย์อีกหลายท่านที่เห็นว่ามีวิชาความรู้ พอที่จะถ่ายทอดให้ท่านได้

วัตถุมงคลที่โด่งดังของท่านประกอบด้วย ขี้ผึ้งเมตตามหานิยม, แหวนพิรอด ท่านใช้กระดาษข่อยลงเลขยันต์อักขระ แล้วถักเป็นแหวนลงด้วยรักสีดำ, มีดหมอ ที่มีอานุภาพไม่ด้อยไปกว่าของหลวงพ่อเดิม ซ้ำหายากกว่าอีกเพราะท่านสร้างไว้น้อย

เหรียญรุ่นแรก ปี 2460 กว่าๆ มี 3 เนื้อคือ เงิน, ทองแดง และอะลูมิเนียม ด้านหน้ารูปท่านนั่งขัดสมาธิ ห่มจีวรเฉียง พาดสังฆาฏิรัดประคดเอว เป็นหัวพระพิรอด ท่านนั่งบนแท่นรองรับด้วยบัวเข็มสองข้างมีขนหางหงส์ขึ้นซ้ายและขวาแผ่พังพาน เป็นพญานาค ด้านบนมีภาษาไทยว่า "หลวงพ่ออุปัชฌาย์ก๋ง"

ด้านหลังเป็น ยันต์แหวนพิรอด อำนาจของยันต์นี้หนักไปในทางป้องกัน เขี้ยวงาชะงัดนักแล เป็นรูปพญางูสองหัว มีหางมัดเป็นเกลียว เป็นอุณาโลมขึ้น ด้านบนมีฉัพพรรณรังสี 10 แฉก มีภาษาไทยว่า "ที่รฤก วัดเขาสมอคร" ขอบของเหรียญชักลูกประคำรอบเหรียญ

สำหรับเหรียญทองแดงต้องมีลูกประคำ หรือภาษาในวงการพระเรียกว่า "ไข่ปลา" ซึ่งบางเหรียญก็ไม่มีไข่ปลา เพราะเขาเอาปลอกเหรียญอะลูมิเนียมมาปั๊มเหรียญทองแดง และปลอกเหรียญทองแดงมาปั๊มอะลูมิเนียม ซึ่งเหรียญทั้งสองนี้เป็นรุ่นเดียวกัน ส่วนเหรียญเงินนั้นมีน้อยมาก เพราะท่านทำแจกเฉพาะลูกหลานและผู้ใกล้ชิดเท่านั้น

ลูกศิษย์คนหนึ่งเล่าว่า ในการปลุกเสกเหรียญนั้น ท่านได้จัดพิธีกลางแจ้ง มีประชาชนแห่แหนมาร่วมงานไม่น้อย ท่านได้นำเอาเหรียญใส่ลงไปในพาน และรองรับด้วยพานแว่นฟ้า ปูพื้นด้วยผ้าขาวผืนใหญ่ แล้วนั่งบริกรรมอยู่เพียงรูปเดียวด้วยกระแสจิตอันมั่นคง สักครู่ใหญ่ก็ปรากฏเสียงดังแกร๋งๆๆๆ จากพานที่ใส่เหรียญ และมีวัตถุกระโดดออกมาจากในพาน ทุกคนที่นั่งดูพิธีครั้งนั้นถึงกับอุทานกัน พร้อมกับยกมือทั้งสองข้างขึ้นพนมท่วมหัว

แต่ละคนที่เฝ้าดูท่านอยู่ต่างเข้าไปแย่งเหรียญที่กระโดดออกมาจากบาตร แต่ท่านไม่อนุญาตให้ใครเอาไป และเอาเหรียญเหล่านั้นใส่ลงไปในบาตรตามเดิมแล้วคนๆ ให้รวมปนกันไป ก่อนจะแจกจ่ายให้ทุกคนที่มาร่วมงาน หลังจากนั้นหลายๆ คนที่ได้รับเหรียญไปต่างมีประสบ การณ์เล่าขานกันมากมาย ไม่ว่าจะในด้านโชคลาภ เมตตามหานิยม แคล้วคลาดปลอดภัย แม้กระทั่งมหาอุด ยิงไม่ออก ฟันไม่เข้าก็มีมิใช่น้อย

เหรียญของท่านจึงเป็นเหรียญคณาจารย์ดังของเมืองลพบุรีเหรียญหนึ่ง ซึ่งหายากเข้าไปทุกวัน เช่นเดียวกับพระเครื่อง วัตถุมงคลของท่านทุกชนิด สืบเนื่องจากความศักดิ์สิทธิ์เหนือคำบรรยายนั่นเอง