ประวัติ หลวงปู่ทองบัว ตันติกโร (พระราชพุทธิมงคล) วัดโรงธรรมสามัคคี จ.เชียงใหม่ พิมพ์

ประวัติ หลวงปู่ทองบัว ตันติกโร (พระราชพุทธิมงคล) วัดโรงธรรมสามัคคี จ.เชียงใหม่

"หลวงปู่ทองบัว ตันติกโร" หรือ "พระราชพุทธิมงคล" ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่-ลำพูน-แม่ฮ่อง สอน (ธรรมยุต) ผู้ก่อตั้งวัดโรงธรรมสามัคคี อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ นามเดิมว่า ทองบัว พุทธศรี (บุตรศรี) เกิดเมื่อวันที่ 11 ก.พ.2464 เวลา 06.00 น. ที่บ้านหนองผักแว่น ต.ห้วยโป่ง อ.โคก สำโรง จ.ลพบุรี โยมบิดา-มารดา ชื่อ นายปราโมทย์และนางสีดา บุตรศรี

เมื่อท่านอายุ 8 ขวบ มารดาก็เสียชีวิต บิดาของท่านจึงย้ายครอบครัวจากภูมิลำเนาเดิม ไปอยู่ที่จังหวัดขอนแก่น ย่างเข้าสู่วัยเรียน ท่านได้ไปเรียนหนังสือที่วัดบ้านยางคำ เรียนทั้งภาษาไทยและภาษาบาลี ควบคู่กันไป จนได้เรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4

อายุ 14 ปี ท่านได้นุ่งขาวห่มขาว รักษาศีล 8 มีโอกาสรับใช้อุปัฏฐากและออกเดินธุดงค์ตาม หลวงปู่จูม ปัญญาวโร ไปตามป่าเขาลำเนาไพร

พ.ศ.2482 หลวงปู่จูม พาธุดงค์มาถึง จ.อุดรธานี ขณะนั้น นายทองบัวอายุ 18 ปี หลวงปู่จูม ให้บรรพชา ณ วัดมหาชัย อ.หนอง บัวลำภู จ.อุดรธานี (ปัจจุบัน เปลี่ยนเป็นจังหวัดหนองบัวลำภู) เมื่อวันที่ 15 เม.ย.2482 โดยมีพระพิศาลคณานุกิจ เป็นพระอุปัชฌาย์

เมื่อบรรพชาแล้ว มุ่งมั่นศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ.2485 สอบได้นักธรรมชั้นตรี จากนั้นได้ออกท่องธุดงค์ ไปหลายจังหวัดในภาคอีสาน

กระทั่งอายุครบ 21 ปีบริบูรณ์ ท่านได้อุปสมบทในฝ่ายธรรมยุต ณ พัทธสีมา วัดมหาชัย ต.หนองบัวลำภู อ.หนองบัว ลำภู จ.อุดรธานี เมื่อวันที่ 20 ก.พ.2485 เวลา 14.55 น. มีพระพิศาลคณานุกิจ เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอาจารย์ตาล (ไม่ทราบฉายา) เป็นพระกรรมวาจาจารย์

ได้รับฉายาว่า ตันติกโร แปลว่า ผู้ประพฤติตามครรลอง

ประพฤติปฏิบัติตนตามแบบที่ครูอาจารย์สั่งสอนอย่างเคร่งครัด ครั้นออกพรรษา ท่านขอเดินทางกลับไปเยี่ยมโยมบิดาที่ จ.ขอนแก่น

พ.ศ.2491 ท่านได้เดินธุดงค์มาถึงจังหวัดสกลนคร ได้มาจำพรรษาที่วัดป่าห้วยหีบ อ.เมือง จ.สกลนคร 1 พรรษา ได้เดินทางไปกราบหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ที่วัดหนองผือ ต.ในนา อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร ก่อน เดินทางไปจังหวัดหนองคาย เข้าไปพัก จำพรรษาที่วัดอรุณรังสี อ.เมือง จ.หนองคาย ท่านได้กราบพระอาจารย์จันทร์ เขมปัตโต ซึ่งเป็นหนึ่งในกองทัพธรรมลูกศิษย์ของหลวงปู่มั่น

พ.ศ.2492 ท่านเดินทางมาจังหวัดเชียงใหม่ พักที่วัดป่าสันติธรรม ต่อมาได้เดินทางมาพักที่สำนักสงฆ์ป่าโรงธรรม อ.สันกำแพง (ภายหลังได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็นวัดโรงธรรมสามัคคี)

หลวงปู่ทองบัว มาอยู่ที่สำนักสงฆ์ป่าโรงธรรมได้ไม่นาน ได้ทราบข่าวว่า หลวงปู่มั่น มรณภาพ เมื่อวันที่ 11 พ.ย.2492 ที่วัดป่าสุทธาวาส จ.สกลนคร

ใกล้ถึงวันประชุมเพลิงหลวงปู่มั่น หลวงปู่ทองบัวและคณะศรัทธาญาติโยมชาวอำเภอสันกำแพง พร้อมใจกันเดินทางไปจังหวัดสกลนคร เพื่อร่วมงานประชุมเพลิง

หลวงปู่ทองบัว ได้ร่วมคณะศรัทธาพัฒนาสำนักสงฆ์ และซื้อที่ขยายอาณาเขตของสำนักสงฆ์ กระทั่งยกฐานะเป็นวัดโรงธรรมสามัคคี ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา พ.ศ.2506

หลวงปู่ทองบัว เป็นเจ้าอาวาสวัดโรงธรรมสามัคคี ท่านได้สร้างพระเจดีย์โพธิปักขิยธรรม เป็นเจดีย์ที่มีรูปร่างแปลก มีความหมายถึงการนำไปสู่การตรัสรู้ 37 ประการ ฐานเจดีย์เป็นทรงกลม ภายในประกอบด้วยห้องสมุด ห้องแสดงศิลปวัตถุ ประดิษฐานพระพุทธรูปประจำวันเกิดและพระพุทธรูปต่างๆ ชั้นสูงสุดของเจดีย์ ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ

ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2501 ได้รับพระราช ทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรที่พระครูวิมลคณาภรณ์ พ.ศ.2535 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระวิมลธรรมญาณเถร

พ.ศ.2547 รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชพุทธิมงคล

ด้านการปกครองคณะสงฆ์ ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่-ลำพูน-แม่ฮ่องสอน (ธรรมยุต) จากนั้นได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่-ลำพูน-แม่ฮ่องสอน (ธรรมยุต)

นับเป็นพระสังฆาธิการอีกรูปหนึ่งที่ชาวจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียง ให้ความเคารพนับถือมาช้านานแล้ว โดยเฉพาะตระกูลชินวัตร และท่านยังเป็น พระอาจารย์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งให้ความเคารพนับถือ

ตลอดชีวิตของหลวงปู่ทองบัว ท่านได้ทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจให้การเผยแผ่พระพุทธศาสนาและปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน

เช้าวันที่ 17 พ.ค.2554 หลวงปู่ทองบัว มรณภาพอย่างสงบ สิริอายุ 89 ปี พรรษา 69