ประวัติ หลวงปู่ทองมา วัดสว่างท่าสี เจ้าตำรับตะกรุดปรอท-น้ำมนต์ขลัง พิมพ์

ประวัติ หลวงปู่ทองมา วัดสว่างท่าสี เจ้าตำรับตะกรุดปรอท-น้ำมนต์ขลัง

หลวงปู่ทองมา วัดสว่างฯ จังหวัดร้อยเอ็ด ก็มี "พระเด็ด" ไม่แพ้จังหวัดไหน ไม่ว่าจะเป็นพระเครื่องหรือพระเกจิอาจารย์ รับประกันได้ในความเก่ง เช่น "หลวงปู่ทองมา ถาโร" อดีตเจ้าอาวาสวัดสว่างท่าสี ต.ท่าม่วง อ.เสลภูมิ ซึ่งได้รับสมญานามว่า "หลวงพ่อหมอยาเทวดา"

ครั้งยังมีชีวิตท่านดังมากในเรื่อง "น้ำมนต์" มีความศักดิ์สิทธิ์ชนิด ที่ว่า เสกล้างหน้าเป็นสิริมงคล เสกน้ำมนต์แก้เสนียดจัญไรภัยพิบัตินานาทั้งปวง แก้ถูกกระทำย่ำยี ปราบผีสางนางไม้ ช่วยให้คลอดบุตรง่าย ฯลฯ และที่ขึ้นชื่อลือชาคือ การรักษาคนบ้าวิกลจริตหายเป็นปลิดทิ้ง

กิตติศัพท์ของหลวงปู่ทองมาดังสะท้านฟ้าภาคอีสาน เป็นผู้ที่แตกฉานในคันถธุระและวิปัสสนาธุระ จนเชื่อว่าท่านบรรลุธรรมชั้นสูง สามารถบังคับอำนาจทางจิตได้อย่างฉับพลัน เป็นพระนักสร้างสรรค์พัฒนาทั้งพระศาสนาและผู้คนจนเกิดกระแสศรัทธาเลื่อมใสในวงกว้าง ศิษย์ที่เป็นบรรพชิตรูปหนึ่งซึ่งมีชื่อเสียงก็คือ หลวงพ่อล้อม สีลสังวโร วัดป่าเมตตาธรรม

ท่านเกิดเมื่อวันพุธที่ 8 ส.ค. 2443 ณ บ้านท่าสี อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด บุตรของนายแกนท้าว และนางหา นามสกุลภูมิวัล เป็นลูกคนที่สอง ในจำนวนพี่น้อง 8 คน (ชาย 4 หญิง 4) เมื่ออายุ 15 ปี ได้บวชเณรที่วัดบ้านงิ้วโพธิ์ มีพระอาจารย์คำ เป็นอุปัชฌาย์ แล้วย้ายมาอยู่วัดป่าน้อย ในเมืองอุบลราชธานี

อายุ 20 ปีได้กลับมาอุปสมบทที่วัดท่าม่วง เมื่อปีพ.ศ.2460 มี พระอาจารย์สีลา เป็นอุปัชฌาย์ พระอาจารย์สุบิน และพระอาจารย์ไค เป็นพระคู่สวด จากนั้นย้ายไปจำพรรษาอยู่ที่วัดเมืองกลาง (จำปาสัก) เมืองเวียงจันทน์ ประเทศลาว เพื่อศึกษาอักษรขอม และวิทยาคมต่างๆ กับท่านอาจารย์มหาทา ซึ่งกำลังมีชื่อเสียงในด้านเมตตามหานิยม วิชาอาคมต่างๆ

อยู่วัดเมืองกลาง 5 พรรษาก็กราบลาอาจารย์ออกธุดงค์ไปเพียงรูปเดียว โดยจาริกไปตามป่าดงพงไพรและถ้ำผา ซึ่งยังเต็มไปด้วยศัตรูหมู่สัตว์ร้ายนานาชนิด อยู่ที่ละหนึ่งเดือนบ้าง สองเดือนบ้าง จะไปเฉพาะสถานที่สำคัญซึ่งล้วนแต่มีความศักดิ์สิทธิ์

ตลอดเวลาที่ท่านคลุกคลีอยู่กับป่าเขาลำเนาไพรนานหลาย 10 ปี ท่านมีวิริยะ อุตสาหะ ฝึกฝนจิตอย่างเอาจริงเอาจังและเคร่งครัด ยากจะ มีพระภิกษุในยุคนี้ทำได้เหมือน ทั้งแบบโยคะและสมถวิปัสสนา ฉันเอกา (มื้อเดียว) เป็นประจำ นิยมฉันผลไม้เหมือนกับฤๅษีชีไพร จนมีตบะ แก่กล้า บรรลุผลสำเร็จทางจิตใจตามที่ท่านได้ตั้งใจและมุ่งหวังแต่แรก

นอกจากนี้ ในขณะเที่ยวจาริกธุดงค์ ได้ใช้เวลาศึกษาสมุนไพรและวิจัยวิจารณ์รากไม้นานาพันธุ์อย่างละเอียดละออตามแบบแผนโบราณจนมีความเชี่ยวชาญสามารถพิเศษ นำมาทดลองรักษาคนป่วยไข้ได้ผลเป็นที่น่าอัศจรรย์ยิ่ง โดยวาระสุดท้ายของชีวิตละสังขารลงเมื่อวันที่ 19 พ.ย. 2534 สิริอายุ 91 ปี พรรษา 71

วัตถุมงคลหลวงปู่ทองมาส่วนใหญ่จะเป็นเครื่องรางของขลัง โดยเฉพาะตะกรุดท่านสร้างไว้หลายรุ่นทั้งยุคต้น ยุคกลาง และยุคปลาย มีราคาเช่าหาแตกต่างกันไปตามความหายาก ส่วนใหญ่ท่านสร้างแจก และคนที่ได้รับแจกไปก็ได้รับประสบการณ์หลากหลาย เช่น ตะกรุดโทน ดีทางอยู่ยงคงกระพัน ป้องกันอุบัติเหตุ เคยมีคนนำไปใช้ในสงครามเวียดนาม ปรากฏว่ารอดตายจากกระสุนปืนและสะเก็ดระเบิดอย่างปาฏิหาริย์ "ตะกรุดร้อยแปด" ดีทางแคล้วคลาด มหาอุด หยุดศัตรูหมู่มาร กันผีสางนางไม้ สีผึ้งมหาเสน่ห์นิยม ดีทางด้านติดต่อการงานและค้าขาย

"ตะกรุดปรอท" สร้างแจกทหารไปสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งคุณพิเศษของปรอท เป็นธาตุกายสิทธิ์และแปลกกว่าธาตุอื่นๆ คนโบราณนับถือจริงๆ กล่าวว่าเป็นของศักดิ์สิทธิ์ป้องกันได้นานาประการคือ กันงูหรือตะขาบกัด ป้องกันภูตผีปีศาจทั้งหลาย และถ้าผีสิงให้เอาสายปรอทสวมคอ ผ้ายันต์สิบทิศ หรือผ้ายันต์สงคราม สร้างน้อย เน้นพุทธคุณคงกระพันแคล้วคลาด ปลุกเสกในช่วงธุดงค์ โดยจะแจก ให้เฉพาะผู้ที่มีความจำเป็นต่อชาติบ้านเมืองเท่านั้น เช่น ทหาร ตำรวจ ราคาเช่าหาเคยขึ้นไปถึงหลักแสน

นอกจากนี้ ยังมีพระกริ่งศรีเทพ และเหรียญรุ่นแรก ด้านหลังมี 2 พิมพ์คือ พิมพ์เจดีย์กับพิมพ์ยันต์ห้า ซึ่งมีมูลค่าการเช่าหาในวงการพระเครื่องแพงขึ้นทุกขณะ กล่าวกันว่า วัตถุมงคลทุกชนิดที่ท่านสร้าง เชื่อว่าดีจริง เพราะท่านจะรับรองด้วยคำพูดที่ว่า เมื่อสร้างแล้วก็ต้องทำให้ดีจริงๆ มิใช่หลอกลวงเขา