พระเครื่อง
Home บทความ บทความพระเครื่อง ประวัติพระคณาจารย์ ประวัติ หลวงปู่ทองรัตน์ กันตสีโล วัดป่าบ้านคุ้ม
ค้นหาข่าว/บทความ:
  
ค้นหาพระเครื่อง/วัตถุมงคล:


ประวัติ หลวงปู่ทองรัตน์ กันตสีโล วัดป่าบ้านคุ้ม PDF พิมพ์ อีเมล

ประวัติ หลวงปู่ทองรัตน์ กันตสีโล วัดป่าบ้านคุ้ม

หลวงปู่ทองรัตน์ "มีวินัยเป็นวัตร วินัยจะทำให้เกิดศีลบริสุทธิ์ ทำศีลให้บริสุทธิ์ ศีลจะนำไปสู่การเป็นสมาธิ เกิดสมาธิจะนำไปสู่การเกิดปัญญา ปัญญาจะเกิดขึ้นเอง รักษาวินัยให้แน่วแน่ ตั้งจิตให้เป็นหนึ่ง"คำปรารภของ "หลวงปู่ทองรัตน์ กันตสีโล" แห่งวัดป่าบ้านคุ้ม ต.โคกสว่าง อ.สำโรง จ.อุบลราชธานี พระวิปัสสนาจารย์สายอีสานที่ได้รับความเลื่อมใสศรัทธาจากสาธุชนเป็นอย่างมาก

ประวัติหลวงปู่ทองรัตน์ ชาติภูมิเดิมมีนามว่า ทองรัตน์ ต้นตระกูลเป็นชาวบ้านชี้ทวน อ.เขื่องใน จ.อุบลราช ธานี ก่อนอพยพย้ายถิ่นไปสู่บ้านสามผง อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2431 เป็นบ้านเดียวกับท่านอาจารย์กิ่ง และพระอาจารย์วัง แห่งภูลังกา ท่านมีพี่ชายคนหนึ่งเป็นกำนันของตำบลนี้ คือกำนันศรีทัศน์ บิดาเป็นคหบดีฐานะมั่งคั่งในหมู่บ้าน และมีหน้าที่เก็บส่วย

ในวัยเด็กท่านเป็นคนค่อนข้างจะหัวดื้อ ย่างเข้าสู่วัยหนุ่มชอบไปทางนักเลงสุรา จากชีวิตคฤหัสถ์ที่สนุกสนานคึกคะนอง แต่ก็ช่วยครอบครัวทำมาหากินอย่างขยันขันแข็ง จนล่วงเลยวัยเบญจเพสชีวิตของท่านจึงเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์

         เมื่ออายุประมาณ 26 ปี ท่านได้เข้าพิธีอุปสมบท ที่วัดบ้านสามผง โดยมีเจ้าอาวาสวัดบ้านสามผงเป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายาว่า กันตสีโล พระทองรัตน์สนใจและตั้งใจศึกษาพระธรรมวินัยและพระปริยัติธรรมด้วยความมุ่งมั่นเอาใจใส่ แตกฉานในการสวดปาติโมกข์

         ในพรรษาที่ 6 พระทองรัตน์ได้ยินเรื่องราวของ พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต และ พระอาจารย์เสาร์ กันตสีโล ครูบาอาจารย์ในสายวิปัสสนากัมมัฏฐานที่ จ.สกลนคร ซึ่งพำนักอยู่ที่วัดป่าสุทธาวาสและวัดป่าในละแวกเขต อ.เมือง จ.สกลนคร เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของชาวบ้านเป็นอย่างมาก

         พระอาจารย์ทองรัตน์ได้เข้านมัสการและถามปัญหาในข้อวัตรปฏิบัติ ปกิณกธรรมและวิสุทธิมรรค ก่อนฝากตัวเป็นศิษย์พระอาจารย์อวน ปคุโณ แห่งวัดจันทิยาวาส จ.นครพนม พระอาจารย์ทองรัตน์ได้ฝึกการเจริญภาวนา โดยหลวงปู่มั่นได้แนะนำว่า "รู้ไม่รู้ไม่สำคัญ ขอให้ทำจิตใจให้รู้จักจิตว่าสงบหรือไม่สงบ"

         นอกจากนี้ ท่านได้ออกธุดงค์ไปตามหุบห้วยภูผาป่าช้าต่างๆ ปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระบูรพาจารย์ เช่น ห้ามเทศน์เด็ดขาด ให้ระวังสำรวม ให้อยู่ตามต้นไม้

         พระอาจารย์ทองรัตน์เป็นผู้เคร่งครัดในข้อวัตรปฏิบัติเป็นอย่างยิ่ง ท่านเป็นผู้มักน้อยสันโดษ และปฏิบัติมาก พยายามพากเพียรภาวนาอยู่อย่างสม่ำเสมอ เป็นพระที่ไม่ยึดติดในเสนาสนะ จำพรรษาแต่ละแห่งไม่นานมักจะย้ายวัด หรือออกธุดงค์ตามป่าเขาเป็นส่วนใหญ่ ในพรรษาต่อๆ มาท่านได้ธุดงค์ไปประเทศพม่ากับพระอาจารย์มี อีกทั้งยังธุดงค์ไปทั่วภาคอีสาน ภาคเหนือ และภาคกลาง

         ในปีหนึ่งท่านได้ธุดงค์ไปถึงบ้านคุ้ม ต.หนองไฮ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี (ปัจจุบัน บ้านคุ้ม ขึ้นอยู่กับ ต.โคกสว่าง อ.สำโรง) ซึ่งเป็นหมู่บ้านชนบท คืนแรกที่มาถึงท่านได้ไปบำเพ็ญภาวนาและปักกลดที่กลางป่าท้ายหมู่บ้าน ซึ่งกลางป่าแห่งนี้มีเนินดินบริเวณกว้างประมาณ 6 ไร่ เนินแห่งนี้รกทึบ หลวงปู่ทองรัตน์ได้ไปอาศัยโคนไม้ในดงนี้เป็นที่บำเพ็ญภาวนา

         ต่อมาหลวงปู่ทองรัตน์ได้ตัดสินใจสร้างเป็นวัดในพื้นที่แห่งนี้ แต่ระยะแรกก็เพียงถากป่าให้โล่งพอได้อาศัย นานวันเข้ามีผู้เลื่อมใสมาเป็นศิษย์มากขึ้น แม้จะสร้างเป็นวัดหลายปี แต่ก็ไม่ได้สร้างวัดใหญ่โต เพียงพอให้พระภิกษุ-สามเณรได้อาศัยเท่านั้น

         สำหรับโอวาทหลวงปู่ทองรัตน์เน้นในการสอนญาติโยม คือ เน้นการให้ทาน การรักษาศีล และสมาธิส่วนการสอนพระภิกษุ-สามเณร หลวงปู่ทองรัตน์ เน้นข้อวัตรปฏิบัติธรรมวินัย ให้เคร่งครัดในพระธรรมวินัย ให้สำรวมระวังรวมทั้งธุดงควัตร การปฏิบัติภาวนา การมีสติ เป็นคนมักน้อย สันโดษ

         ก่อนหน้าที่หลวงปู่ทองรัตน์ จะมรณภาพ ศิษย์คนสำคัญ คือ พระอาจารย์บุญมาก แห่งภูมิโรแขวง นครจำปาสัก ประเทศลาว ได้เดินทางจากประเทศลาวมานมัสการหลวงปู่ทองรัตน์ กลางพรรษา เหตุที่ได้เดินทางมาทันงานศพเนื่องจากเกิดนิมิตภูมะโรงสั่นสะเทือน 3 ครั้ง จึงคิดถึงอาจารย์ทองรัตน์ และคิดว่าน่าจะมีเหตุร้าย จึงเดินทางมารีบด่วน โดยไม่มีใครแจ้งข่าว

         หลวงปู่ทองรัตน์ได้ละสังขารอย่างสงบเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2499 ณ วัดป่าบ้านคุ้ม ต.โคกสว่าง อ.สำโรง จ.อุบลราชธานี สิริอายุ 68 ปี พรรษา 42 ภายหลังงานฌาปนกิจศพท่าน ชาวบ้านได้นำอัฐิของท่านส่วนหนึ่งบรรจุไว้ในเจดีย์ที่สร้างไว้กลางเนินวัดป่าบ้านคุ้ม เพื่อไว้สักการะมาจนถึงบัดนี้

 
 

Main Menu

VirtueMart Login