|
ประวัติ หลวงปู่ทองสุข สัญญโม วัดสระแก้ว |
|
|
|
|
ประวัติ หลวงปู่ทองสุข สัญญโม วัดสระแก้ว
"พระครูรัตนสราภิวัฒน์" หรือ "หลวงปู่ทองสุข สัญญโม" อดีตเจ้าอาวาสวัดสระแก้วและอดีตเจ้าคณะตำบลโพนงาม อ.โก สุมพิสัย จ.มหาสารคาม เป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีวัตรปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ อุทิศตนรับใช้พระพุทธศาสนาอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
อัตโนประวัติ เกิดในสกุล ตางา เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2477 ณ บ้านเหล่าน้อย ต.เหล่าน้อย อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด โยมบิดา-มารดา ชื่อ นายวัน และนางค้ำ ตางา
หลังจบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ได้ลาออกจากการเรียน ช่วยงานครอบครัวทำมาหากิน
จนกระทั่ง เติบโตเป็นหนุ่มใหญ่อายุย่าง 31 ปี ท่านได้เข้าอุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดจันทรังษี ต.เหล่าน้อย อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด มีพระครูวิเศษเสลคุณ วัดศรีทองนพคุณ อ.เสลภูมิ เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอธิการอ้วน ฐิติญาโณ วัดท่าลาด อ.เสลภูมิ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอธิการประภา ปภากโร เป็นพระอนุสาวนาจารย์
เดิมทีท่านตั้งใจจะอุปสมบทเพียง 7 วัน แต่ภายหลังผ่านพ้นเวลานั้นแล้วท่านกลับล้มเลิกความคิดดังกล่าว เนื่องจากเกิดความซาบซึ้งในรสพระธรรม ท่านจึงตั้งใจแน่วแน่จะขอใช้ชีวิตอยู่ในร่มเงาผ้ากาสาวพัสตร์ ตลอดไป
หลังจากอุปสมบทแล้วท่านได้ไปจำพรรษาปฏิบัติศาสนกิจอยู่ที่วัดบ้านเหล่าน้อย มุมานะศึกษาพระธรรมวินัย ด้วยความขยันขันแข็งสามารถสอบได้นักธรรมชั้นตรี-โท-เอก ตามลำดับ จากสำนักเรียนวัดเหนือคณะจังหวัดร้อยเอ็ด
ต่อมาครอบครัวของท่านได้อพยพมาที่ตำบลหนองบัว อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม ท่านจึงต้องเดินทางมาอยู่จำพรรษาที่วัดสระแก้ว บ้านดอนน้อย ต.โพนงาม อ.โกสุมพิสัย ท่านจำพรรษาปฏิบัติศาสนกิจอยู่ที่วัดแห่งนี้ตราบจนวาระสุดท้าย
เนื่องจากหลวงปู่ทองสุข เป็นพระที่มีวัตรปฏิบัติเสมอต้นเสมอปลาย ในปี พ.ศ.2520 จึงได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองเจ้าคณะตำบลหนองบัว และเมื่อตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสระแก้ว ว่างลงท่านจึงได้รับความไว้วางใจจากคณะสงฆ์ให้ขึ้นดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัด
พ.ศ.2526 ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะตำบลโพนงาม อ.โกสุมพิสัย พ.ศ.2527 เป็นพระอุปัชฌาย์
ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2530 ได้รับพระราช ทานตั้งสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรเจ้าคณะตำบลชั้นตรีในราชทินนามที่ พระครูรัตนสราภิวัฒน์ พ.ศ.2548 เป็นพระครูสัญญาบัตรเจ้าคณะตำบลชั้นเอกในราชทินนามเดิม
หลวงปู่ทองสุข เป็นผู้สนใจศึกษาวิทยาคมมาตั้งแต่สมัยยังเป็นฆราวาส เมื่อท่านเข้าสู่ร่ม กาสาวพัสตร์ ทำให้ท่านมีชื่อเสียงในฐานะพระเกจิชื่อดัง เป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิก ชน ในพื้นที่อย่างรวดเร็ว
หากปีใดงานในหน้าที่ไม่มีความยุ่งยาก ท่านมักจะออกเดินธุดงควัตรไปตามป่าเขาลำเนาไพรหลายแห่งในภาคอีสาน บางครั้งเคยเดินเข้าไปในเขต สปป.ลาว เนื่องจากท่านเป็นผู้ชมชอบธรรมชาติป่าไม้และเพื่อแสวงหาความหลุดพ้นตามรอยพระตถาคต
ตลอดเวลาที่ท่านดำรงตำแหน่งเจ้าคณะตำบลโพนงาม ท่านจะปฏิบัติหน้าที่ปกครองอย่างเคร่งครัด เป็นแบบอย่างให้วัดในปกครองปฏิบัติตาม รวมทั้งออกเผยแผ่หลักธรรมทางพุทธศาสนาอย่างสม่ำเสมอ ไม่รู้เหน็ดเหนื่อย
ท่านอบรมศีลธรรมแก่พุทธศาสนิกชนตลอดปี และให้ความสำคัญการศึกษาพระปริยัติธรรม เนื่องจากการบวชเรียนเป็นทางเลือกหนึ่งของคนยากคนจนที่มีโอกาสได้ศึกษาเล่าเรียนชั้นสูงขึ้น หลวงปู่รับหน้าที่ครูสอนพระปริยัติธรรม หากพระภิกษุ-สามเณรรูปใดตั้งใจศึกษาเล่าเรียนท่านจะมีทุนการศึกษาให้พร้อมกับสนับสนุนให้เรียนสูงยิ่งขึ้น แต่หากรูปใดไม่สนใจการเรียนท่านก็ใช้หลักเมตตาคอยแนะนำสั่งสอนค่อยปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ทำให้สำนักเรียนวัดสระแก้ว มีชื่อเสียง แต่ละปีมีพระภิกษุสามเณรเดินทางมาศึกษาเล่าเรียนจำนวนมาก
สำหรับหลักธรรมคำสอนที่หลวงปู่พร่ำสอนญาติโยมมาโดยตลอดเป็นเรื่องของการรักษาศีล 5 และดำรงชีวิตอยู่ด้วยความไม่ประมาท ถึงแม้การเกิด แก่ เจ็บ ตาย สัตว์โลกไม่สามารถหลีกพ้นได้ แต่การไม่ประมาทสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างเป็นสุข
ล่วงเข้าปัจฉิมวัยด้วยความไม่เที่ยงของสังขารท่านอาพาธเรื้อรังด้วยโรคมะเร็งในท่อน้ำดี แต่ท่านยังฝืนรับงานนิมนต์อย่างไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย บางครั้งอาการกำเริบหนักท่านยังฝืนสังขารไปตามกิจนิมนต์ที่รับไว้
สุดท้ายท่านก็ได้มรณภาพอย่างสงบ เมื่อปี 2551 สิริอายุ 73 พรรษา 42 ยังความเศร้าสลดแก่สานุศิษย์ชาวอำเภอโกสุมพิสัยเป็นอย่างยิ่ง
แม้ท่านจะละสังขารไปจากโลกนี้แล้ว แต่คุณงามความดียังอยู่ในความทรงจำของพุทธศาสนิกชนไปตลอดกาล
|