ประวัติ หลวงปู่ทิม รตนโชโต วัดประยุรวงศาวาส (วัดรั้วเหล็ก) พิมพ์

ประวัติ หลวงปู่ทิม รตนโชโต วัดประยุรวงศาวาส (วัดรั้วเหล็ก)

หลวงปู่ทิม วัดประยุรวงศาวาสพระสาสนานุรักษ์ หรือ หลวงปู่ทิม รตนโชโต ท่านเป็นอดีตเจ้าอาวาส รูปที่ 8 ของวัดประยุรวงศาวาส (วัดรั้วเหล็ก) เขตธนบุรี กรุงเทพฯ ครองวัดระหว่าง ปีพ.ศ. 2436-2441 และเป็นเจ้าอาวาสรูปแรกของวัดนวลนรดิศ (วัดมะกอกใน) เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ ครองวัดระหว่างปีพ.ศ.2381-2469 โดยเป็นผู้ให้กำเนิดโรงเรียนวัดนวลนรดิศที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาถึงปัจจุบัน

ประวัติหลวงปู่ทิม ชาติภูมิท่านเป็นชาวบางบำหรุ ธนบุรี เกิดเมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2381 ตรงกับแรม 8 ค่ำ เดือน 8 ปีจอนักษัตร เคยฝากตัวเป็นทนาย หรือผู้รับใช้อยู่กับพระยาสุริยศักดิ์มนตรี (แสง ชูโต) แล้วมาอุปสมบทที่วัดประยุรวงศาวาส มีสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (จี่) เจ้าอาวาสรูปที่ 3 เป็นพระอุปัชฌาย์ ท่านเคยศึกษาพระปริยัติธรรมในสำนักอาจารย์อ่อน และเป็นศิษย์ของพระอาจารย์แก้วด้วย ต่อมาท่านได้อาพาธ จึงลาสิกขาไปรักษาตัวแล้วกลับมาอุปสมบทใหม่ มีพระธรรมภาณพิลาศ (ผ่อง) เจ้าอาวาสรูปที่ 5 เป็นพระอุปัชฌาย์

ในช่วงอุปสมบทครั้งแรก ได้รับแต่งตั้งให้เป็นพระครูใบฎีกา และเลื่อนเป็น "พระครูสังฆสิทธิกร" ฐานานุกรมในสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (จี่) หลังจากที่ได้กลับมาอุปสมบทเป็นครั้งที่ 2 ท่านได้เป็นผู้ดูแลโรงเรียนหนังสือไทย และโรงเรียนบาลีที่เจ้าพระยาภาสกรวงศ์สร้างขึ้น เจ้าพระยาภาสกรวงศ์จึงกราบบังคมทูล ขอให้ดำรงอยู่ในสมณศักดิ์ที่พระครูสังฆสิทธิกรตามเดิม เมื่อปีระกา พ.ศ.2428
 
ในปีขาล พ.ศ.2432 ท่านได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรที่ "พระครูสังฆวิสุทธิคุณ"

แล้วได้ย้ายจาก วัดประยุรวงศาวาสไปเป็นเจ้าอาวาสวัดนวลนรดิศ ซึ่งท่านผู้หญิงนวล (เจ้าคุณพระราชพันธุ์) และท่านดิศ บุนนาค (สมเด็จ เจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์) ได้ร่วมกันบูรณปฏิสังขรณ์ โดยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 พระราชทานนามใหม่ว่า "วัดนวลนรดิศ" เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่ท่านผู้หญิงนวลและท่านดิศ เมื่อพ.ศ.2436 ได้ย้ายกลับมาเป็น เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาส และได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็น "พระสาสนานุรักษ์" เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2436

เมื่อพ.ศ.2439 ในช่วงที่พระสาสนานุรักษ์ (ทิม) เป็นเจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาส อยู่นั้น กรรมการผู้จัดการแบ่งทรัพย์มรดกของท่านผู้หญิงพรรณ์ คือ เจ้าพระยาภาสกรวงศ์ เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี เจ้าพระยาสุรวงศ์วัฒนศักดิ์ สร้างโรงเรียน 2 หลัง วางซุ้มประตูวัดไว้ระหว่างกลางสำหรับเชื่อมโรงเรียนทั้งสองหลังเข้าด้วยกัน โดยตั้งอยู่ริมกำแพงหน้าวัดด้านแม่น้ำเจ้าพระยา ให้ชื่อว่า "พรรณาคาร ร.ศ.115"

พร้อมกันนั้นได้สร้างเมรุด้านหน้าภูเขาไว้เป็นที่เผาศพท่านผู้หญิงพรรณ์และอุทิศไว้เป็นที่เผาศพสำหรับประชาชนทั่วไป เจ้าพระยาภาณุวงศ์มหาโกษาธิบดีสร้างพระเจดีย์หลังพระอุโบสถองค์หนึ่ง สูง 3 วาเศษ แล้วสร้างรูปพระอาจารย์แก้ว (ซึ่งเรียกกันว่าท่านขรัวแก้ว) ผู้เป็นอาจารย์ 3 ประดิษฐานไว้ในนั้น

เหรียญหลวงปู่ทิม วัดประยุรวงศาวาสพระสาสนานุรักษ์ เป็นเจ้าอาวาสปกครองวัดประยุรวงศาวาส ได้ไม่เต็มที่นัก เพราะต้องเดินทางไปดูแลวัดนวลนรดิศซึ่งว่างเจ้าอาวาสอีกด้วย ในช่วงที่ไปพำนักอยู่ที่วัดนวลนรดิศนั้น ท่านได้มอบหมายให้พระครูสาราณียคุณ (บุญ) เป็นผู้ปกครองดูแลวัดประยุรวงศาวาสแทน

เมื่อพระธรรมเจดีย์ (แก้ว) ได้ย้ายจากวัดชัยพฤกษมาลา ตลิ่งชัน มาเป็นเจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาส ในปีพ.ศ.2443 พระสาสนานุรักษ์ (ทิม) จึงพ้นจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาส และไปเป็นเจ้าอาวาสวัดนวลนรดิศ เพียงตำแหน่ง ตราบจนถึงกาลมรณ ภาพเมื่อปีพ.ศ.2469 ที่วัดนวล นรดิศ สิริอายุ 88 ปี

ต่อมาในปีพ.ศ.2473 ได้มีพิธีพระราชทานเพลิงศพที่วัดนวลนรดิศ พร้อมกับจัดสร้างเหรียญที่ระลึก เนื้อเงิน และเนื้อทองแดง ซึ่งกล่าวกันว่า เหรียญนี้หลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง นนทบุรี สหธรรมิกของหลวงปู่ทิมซึ่งย้ายมาจาก วัดประยุรวงศาวาส พร้อมกัน และมาจำพรรษาอยู่ที่วัดนวลนรดิศหลายปี ได้ปลุกเสกร่วม กับหลวงพ่อแช่ม ธัมมานันโท (อดีตเจ้าอาวาสวัดนวลฯ รูปต่อมา) ซึ่งเหรียญนี้สร้างจำนวนน้อย จึงหายาก และมีค่านิยมสูง ที่สำคัญคนที่พบเห็นมักจะไม่ทราบว่าเป็นเหรียญของท่าน เนื่องจากไม่มีการระบุชื่อของท่านและวัด

สำหรับอัฐิของหลวงปู่ทิมได้บรรจุไว้ ณ พระสถูปเจดีย์หลังพระวิหาร โดยปัจจุบันได้มีการสร้างศาลาจตุรมุขประดิษฐานรูปหล่อของหลวงปู่ทิม และหลวงพ่อแช่ม ไว้ให้ศิษยานุศิษย์ได้กราบไหว้สักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล