พระเครื่อง
Home บทความ บทความพระเครื่อง ประวัติพระคณาจารย์ ประวัติ หลวงปู่ลุน ติกขปัญโญ วัดกู่สุนทราราม (พระครูวิจิตรธรรมนิเทศ)
ค้นหาข่าว/บทความ:
  
ค้นหาพระเครื่อง/วัตถุมงคล:


ประวัติ หลวงปู่ลุน ติกขปัญโญ วัดกู่สุนทราราม (พระครูวิจิตรธรรมนิเทศ) PDF พิมพ์ อีเมล

ประวัติ หลวงปู่ลุน ติกขปัญโญ วัดกู่สุนทราราม (พระครูวิจิตรธรรมนิเทศ)

พระครูวิจิตรธรรมนิเทศ หรือ หลวงปู่ลุน ติกข ปัญโญ อดีตเจ้าอาวาสวัดกู่สุนทราราม อดีตเจ้าคณะตำบลเสือโก้ก อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม เป็นพระเกจิอาจารย์ยุคเก่าที่มีวัตรปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ

หลวงปู่ลุน สืบสายธรรมจากหลวงปู่ซุน ติกขปัญโญ แห่งวัดบ้านเสือโก้ก ต.เสือโก้ก อ.วาปีปทุม บูรพาจารย์ชื่อดังของภาคอีสานเมื่อเกือบร้อยปี

อัตโนประวัติ หลวงปู่ลุน เกิดในสกุล ปองไว้ เมื่อปี พ.ศ.2441 ณ บ้านเสือโก้ก ต.เสือโก้ก อ.วาปีปทุม จ.มหา สารคาม โยมบิดา-มารดา ชื่อ นายลีและนางทองมี ปองไว้

หลังจบการศึกษาระดับประถมศึกษาในหมู่บ้าน ท่านได้ออกมาช่วยงานครอบครัวหาเลี้ยงชีพทำไร่ทำนาด้วยความขยันขันแข็ง ครั้นเมื่ออายุได้ 20 ปีบริบูรณ์ ได้เข้าพิธีอุปสมบท ณ พระอุโบสถวัดบ้านเสือโก้ก อ.วาปีปทุม โดยมีพระครูสุนทรสาธุกิจ หรือหลวงปู่ซุน เป็นพระอุปัชฌาย์

ภายหลังจากที่อุปสมบท ท่านได้จำพรรษาอยู่ที่วัดบ้านเสื้อโก้ก มุมานะศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรม ด้วยความขยันขันแข็งสามารถสอบได้นักธรรมชั้นตรี-โท-เอก ตามลำดับ จากสำนักเรียนวัดบ้านเสือโก้ก แต่ด้วยความที่ต้อง การศึกษาพระธรรมวินัยที่สูงขึ้น รวมทั้งศึกษาวิปัสสนากัมมัฏฐาน จึงเดินทางไปศึกษาจากหลายสำนัก อาทิ อุบล ราชธานี, ลพบุรี รวมทั้งวัดสามปลื้ม จ.กรุงเทพฯ

นอกจากนี้ หลวงปู่ลุน ยังให้ความสนใจด้านวิทยาคม ขณะนั้น หลวงปู่ซุน มีชื่อเสียงในฐานะพระเกจิ เป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชนชาวอีสาน รวมทั้งเป็นพระอุปัช ฌาย์ของท่าน จึงขอฝากตัวศึกษาวิทยาคมกับหลวงปู่ซุน

ซึ่งหลวงปู่ซุน ก็ได้เมตตาถ่ายทอดวิทยาคมให้จนหมดสิ้น รวมทั้งแนะนำการวิปัสสนากัมมัฏฐาน และยังสอนอ่านเขียนอักษรขอม อักษรธรรม ทำให้หลวงปู่ลุน มีความรู้ในการอ่านเขียนอักขระโบราณอีกแขนงหนึ่ง

ต่อมา หลวงปู่ลุน เดินทางกลับมาจำพรรษาอยู่ที่วัดบ้านหัวฝาย ต.เสือโก้ก เพื่อจะได้ใกล้ชิดครอบครัวดูแลบิดามารดา ที่แก่ชรา

ครั้งเมื่อตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดกู่สุนทรารามว่างลง เนื่องจากหลวงปู่ซุน มรณภาพ ท่านได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดแห่งนี้ ต่อมาท่านได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะตำบลเสือโก้ก และได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ในราชทินนามที่ "พระครูวิจิตรธรรมนิเทศ"

วัตรปฏิบัติที่หลวงปู่ลุน หมั่นปฏิบัติอย่างเคร่งครัด หากปีใดงานในหน้าที่ไม่มีความยุ่งยาก หรือวัดไม่มีกิจกรรมใด ท่านมักจะออกเดินธุดงควัตรไปตามป่าเขาหลายแห่งในภาคอีสาน โดยเฉพาะเทือกเขาภูพาน บางปีก็เดินเข้าไปในประเทศ สปป.ลาว เพื่อแสวงหาความหลุดพ้นตามรอยพระตถาคต

หลวงปู่ลุน จึงเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของพุทธศาสนิกชนจำนวนมาก ในแต่ละวันจึงมีผู้มากราบนมัสการ รับฟังธรรม และประพรมน้ำพระพุทธมนต์เสริมความเป็นสิริมงคล รวมทั้งปรารถนาวัตถุมงคลเหรียญรูปเหมือนรุ่น 1 ที่เข้มขลังอย่างไม่ขาดสาย

สำหรับปัจจัยที่ได้จากการบริจาคศรัทธาของญาติโยม ท่านหาเก็บงำไว้เป็นส่วนตัวไม่ จะนำมาพัฒนาวัดกู่สุนทราราม ให้มีความเจริญรุ่งเรือง

อีกทั้ง วัดกู่สุนทราราม มีสภาพภูมิศาสตร์เป็นวัดป่ามีต้นไม้ขึ้นอยู่เต็ม ท่านจึงพยายามรักษาสภาพป่าไม้ภายในวัดให้คงสภาพเป็นธรรมชาติให้มากที่สุด รวมทั้งบริจาคช่วยสาธารณกุศลช่วยชุมชนท้องถิ่น

วัตรปฏิบัติของหลวงปู่ลุน ท่านจะปฏิบัติหน้าที่ปกครองอย่างเคร่งครัด รวมทั้งออกเผยแผ่หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาอย่างสม่ำเสมอ ท่านอบรมศีลธรรมแก่พุทธศาสนิก ชนตลอดปี ให้ความสำคัญการศึกษาพระปริยัติธรรม

สำหรับหลักธรรมคำสอนที่หลวงปู่ลุน เป็นเรื่องของความไม่เที่ยงของสังขาร สรรพสิ่งในโลกมีเกิด มีเสื่อมและมีดับ การดำเนินชีวิตจะต้องไม่ประมาท หมั่นประพฤติปฏิบัติแต่กรรมดี ยึดศีล 5 เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตอย่างเคร่งครัดจะทำให้พานพบแต่ความสุขและความเจริญตลอดไป

ล่วงเข้าปัจฉิมวัย ท่านอาพาธด้วยโรคภัย แต่ท่านยังรับงานนิมนต์อย่างไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย บางครั้งอาการกำเริบหนักท่านยังฝืนสังขารไปตามกิจนิมนต์ที่รับไว้

หลังตรากตรำรับใช้พระพุทธศาสนาอย่างยาวนาน สุด ท้ายได้มรณภาพอย่างสงบ เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2523 สิริอายุ 82 พรรษา 62 ยังความเศร้าสลดแก่คณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชนเป็นอย่างยิ่ง แม้ท่านจะละสังขารไปจากโลกนี้แล้วกว่าสามสิบปี แต่คุณงามความดีของท่านยังอยู่ในศรัทธาของพุทธศาสนิกชนไปตลอดกาล

 
 

Main Menu

VirtueMart Login