พระเครื่อง
Home บทความ บทความพระเครื่อง ประวัติพระคณาจารย์ ประวัติ หลวงปู่เงื่อม อังสุกาโร วัดกมลศรี
ค้นหาข่าว/บทความ:
  
ค้นหาพระเครื่อง/วัตถุมงคล:


ประวัติ หลวงปู่เงื่อม อังสุกาโร วัดกมลศรี PDF พิมพ์ อีเมล

ประวัติ หลวงปู่เงื่อม อังสุกาโร วัดกมลศรี

หลวงปู่เงื่อม อังสุกาโรกลายเป็นข่าวที่โด่งดังไปทั่วทั้งประเทศ อันเนื่องมาจากงานฌาปนกิจศพ "พระครูกมลวรการ" หรือ "หลวงปู่เงื่อม อังสุกาโร" พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง อดีตเจ้าอาวาสวัดกมลศรี ต.กะลาเส อ.สิเกา จ.ตรัง ซึ่งได้มรณภาพ เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2552

แต่ปรากฏว่า ได้มีเหตุอัศจรรย์เกิดขึ้นท่ามกลางคณะสงฆ์ ศิษยานุศิษย์ และประชาชน ที่กำลังร่วมงานจำนวนนับพันๆ คน

ทั้งนี้ ขณะที่กำลังจุดเพลิงศพ เมื่อเวลา 19.19 น. ของคืนวันที่ 4 สิงหาคม 2552 ณ เมรุพิเศษวัดกมลศรี โดยได้มีการราดน้ำมันเบนซินใส่ลงไปในโลงศพไว้จนเต็มแล้ว แต่ทันทีที่สิ้นเสียงระเบิดของลูกหนู ก็เกิดไฟขึ้นลุกท่วมเหนือโลงศพ จากนั้น ได้ลุกไหม้เป็นเวลานาน 10 นาที ก็ดับลง

ปรากฏว่า สังขารร่างกายของหลวงปู่เงื่อม มิได้ถูกไฟไหม้เลยแม้แต่นิดเดียว นอกจากผ้าขาวใช้คลุมร่างของท่านที่ถูกไหม้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

อัตโนประวัติ หลวงปู่เงื่อม เกิดเมื่อวันอาทิตย์ ขึ้น 11 ค่ำ เดือน 6 ปีเถาะ หรือตรงกับวันที่ 8 พฤษภา คม 2470 ณ บ้านเลขที่ 37 หมู่ที่ 2 บ้านคลองใส ต.เขาไม้แก้ว อ.สิเกา จ.ตรัง โยมบิดา-มารดา ชื่อ นายฤทธิ์และนางหม้ง สรรพจักร มีพี่น้องร่วมบิดา-มารดา 3 คน

ในช่วงวัยเยาว์หลังจากจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ได้ลาออกมาช่วยทางครอบครัวทำสวนยางพารา และได้แต่งงานอยู่กินกับนางพร้อม แสงวิสุทธิ์ จนมีบุตรด้วยกัน 4 คน

กระทั่งเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2500 ขณะที่อายุได้ 31 ปี ท่านได้ตัดสินใจอุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดไม้ฝาด ต.ไม้ฝาด อ.สิเกา จ.ตรัง มีพระครูสุตกิจวิจารณ์ เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายา อังสุกาโร

หลังอุปสมบท ท่านได้มุ่งมั่นในการศึกษาพระปริยัติธรรม และได้ส่งเสริมงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา มีทั้งการสั่งสอนพระภิกษุ-สามเณร ให้ตั้งใจเรียนพระธรรมวินัย และอยู่ในสัมมาปฏิบัติตลอดมา อบรมสั่งสอนคุณภาพจริยธรรมให้กับนักเรียน และเยาวชน อบรมธรรมะและสั่งสอนศาสนพิธีให้กับพุทธศาสนิกชน ตลอดจนปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างของสมณเพศที่ดี ไม่บกพร่อง และไม่มีมลทิน

พร้อมกันนี้ หลวงปู่เงื่อม ยังได้ก่อสร้างศาสนสถาน-อาคารต่างๆ ภายในวัดกมลศรี เช่น กุฏิ เป็นที่พักของพระภิกษุ-สามเณร สร้างศาลาการเปรียญ เพื่อใช้เป็นที่ปฏิบัติธรรม และศาสนกิจของพุทธศาสนิกชน รวมทั้งสร้างเมรุ ห้องน้ำ ห้อง ส้วม อาคารโรงครัว และศาลาที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพ รวมทั้งการก่อสร้างเจดีย์สำหรับบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ

ขณะเดียวกัน ท่านยังให้การสงเคราะห์พระภิกษุ-สามเณร ได้ศึกษาพระธรรมวินัย ช่วยเหลือและอนุเคราะห์ชาวบ้านที่ยากไร้ สนับ สนุนทุนการศึกษาให้กับนักเรียนโรงเรียนกมลศรี ทุกปี ปีละ 4,000-5,000 บาท และยังเป็นพระอุปถัมภ์นักเรียนกำพร้าบิดา-มารดา 2 คน คนละ 2,000 บาทต่อปี ที่โรงเรียนกมลศรี กับโรงเรียนบ้านพรุเตย

ลำดับสมณศักดิ์ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2543 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นตรี ในราชทินนามว่า พระครูกมลวรการ

ลำดับงานปกครองคณะสงฆ์ วันที่ 12 ตุลาคม 2523 ได้รับการแต่ง ตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสวัดกมลศรี จนมรณภาพ

หลวงปู่เงื่อม เป็นพระเถระที่มากด้วยเมตตา ชอบสงเคราะห์ช่วยเหลือผู้อื่น เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่คนทั่วไป รักความสะอาด ชอบความเป็นระเบียบ มีกตัญญูกตเวทิตาธรรมสูง ขณะเดียวกัน ท่านยังเป็นผู้รู้จักเหตุผล รู้จักประมาณตน และมีหลักมนุษยสัมพันธ์ดี

นอกจากจะเป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังแล้ว ท่านยังเป็นพระนักพัฒนาที่สร้างคุณูปการแก่ชุมชนสังคมและสร้างความเจริญให้กับวัดและชุมชนมากมาย ซึ่งท่านได้สร้างและบูรณปฏิสังขรณ์ ศาสนสถานต่างๆ ภายในวัดมากมาย จนเจริญรุ่งเรืองขึ้นตามลำดับ

ในช่วงบั้นปลายชีวิต หลวงปู่เงื่อม ย่างเข้าสู่วัยชรา สังขารร่วงโรยไปเป็นธรรมดา และในที่สุดก็ล้มป่วยด้วยโรคเกี่ยวกับตับ ผู้ใกล้ชิดได้พาเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลหลายแห่ง กระทั่งอาการทรุดหนักลงจนยากแก่การเยียวยา ลูกหลานและบรรดาคณะศิษย์ได้พาท่านกลับวัดกมลศรี และท่านได้มรณภาพด้วยอาการสงบในที่สุด สิริอายุ 82 ปี พรรษา 51

แม้ว่าหลวงปู่เงื่อม จะละสังขารลาโลกไปแล้วก็ตาม แต่คุณงามความดีที่ได้ประกอบศาสนกิจมาตลอดชีวิต จะเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวให้พระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนได้จดจำอย่างมิลืมเลือน

 
 

Main Menu

VirtueMart Login