พระเครื่อง
Home บทความ บทความพระเครื่อง ประวัติพระคณาจารย์ ประวัติ หลวงปู่แสง (พ่อท่านแสง) ยโสธโร วัดคลองน้ำเจ็ด
ค้นหาข่าว/บทความ:
  
ค้นหาพระเครื่อง/วัตถุมงคล:


ประวัติ หลวงปู่แสง (พ่อท่านแสง) ยโสธโร วัดคลองน้ำเจ็ด PDF พิมพ์ อีเมล

ประวัติ หลวงปู่แสง (พ่อท่านแสง) ยโสธโร วัดคลองน้ำเจ็ด

"พระครูโอภาสวุฒิคุณ" หรือ "หลวงปู่แสง ยโสธโร"อดีต เจ้าอาวาสวัดคลองน้ำเจ็ด อ.เมือง จ.ตรัง เป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังสายปักษ์ใต้ที่ชาวเมืองตรังให้ความเลื่อมใสศรัทธา และรู้จักชื่อเสียงของท่านเป็นอย่างดี

อัตโนประวัติ พระครูโอภาสวุฒิคุณมีนามเดิมว่า แสง สิงแสม เกิดเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2429 ที่บ้านพรุชี หมู่ 2 ต.โคกหล่อ อ.เมือง จ.ตรัง โยมบิดา-มารดาชื่อ นายรอด และนางนุ่ม สิงแสม ครอบครัวประกอบอาชีพทำนา

หลวงปู่แสง (พ่อท่านแสง)ชีวิตในวัยเยาว์ ด.ช.แสงได้ศึกษาเล่าเรียนระดับชั้นประถมที่โรงเรียนวัดคลองน้ำเจ็ด ได้ศึกษาต่อจนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จากโรงเรียนวัดตรังคภูมิพุทธาวาส

เมื่ออายุ 12 ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดคลองน้ำเจ็ด แต่ภายหลังโยมบิดาถึงแก่กรรมจึงได้ลาสิกขาบทกลับมาช่วยมารดาทำงานหาเลี้ยง

จนกระทั่งอายุครบ 21 ปีบริบูรณ์ ได้เข้าพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุ เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2450 ณ พัทธสีมาวัดคลองน้ำเจ็ด โดยมีพระบริสุทธิศิลาจารย์ หรือหลวงพ่อลบ เป็นพระอุปัชฌาย์ และหลวงพ่อซ้วน วัดคลองน้ำเจ็ด เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า "ยโสธโร"

ภายหลังอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ท่านได้ศึกษาพระธรรมวินัยและพระปริยัติธรรมด้วยความตั้งใจ รวมทั้งศึกษาวิทยาคมจากพระครูวิมลศิละขันธ์ (หลวงพ่อหนู) ต่อมาได้ย้ายไปศึกษาสรรพวิทยาคมจากพระบริสุทธิศิลาจารย์ ในด้านโหราศาสตร์และวิทยาคม

ท่านยังได้ศึกษาวิทยาคมเพิ่มเติมจากหลวงพ่อวัน มะนะโส ณ วัดประสิทธิชัย (วัดท่าจีน) จนมีความเชี่ยวชาญยิ่ง

ครั้นเมื่อหลวงพ่อซ้วน เจ้าอาวาสวัดคลองน้ำเจ็ดได้มรณภาพลง พ่อท่านแสงได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดคลองน้ำเจ็ดสืบต่อมา

พ่อท่านแสงเป็นพระสงฆ์ที่มีเมตตาต่อบุคคลโดยไม่เลือกชั้นวรรณะ สมัยที่ท่านมีชีวิตอยู่นั้นจะมีผู้คนจากทั่วสารทิศ ไม่ว่าจะเป็นชาวไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ มากราบนมัสการไม่เคยขาด บ้างก็มาขอวัตถุมงคล บ้างก็มาขอรดน้ำมนต์ หรือบ้างก็มาขอพร ซึ่งท่านก็จะเมตตาอนุเคราะห์ให้ตามที่ขอมา

ขณะเดียวกัน ท่านยังเป็นพระสงฆ์รูปหนึ่งของภาคใต้ที่ชาวบ้านเอาแผ่นทองไปปิดตามร่างกาย ทั้งที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ทั้งนี้ เนื่องจากชาวบ้านมักจะบนบานขอให้ช่วยเหลือ เมื่อสมปรารถนาจึงเอาแผ่นทองมาปิดตามร่างกายท่านเพื่อเป็นการแก้บน

รูปถ่ายหลวงปู่แสงสมัยนั้นเมื่อใครไปกราบมนัสการจึงเห็นว่าตามร่างกายของท่าน ไม่ว่าจะเป็นแขน หน้าแข้ง หรือลำตัว มีแผ่นทองเหลืองปิดเต็มไปหมด ซึ่งท่านก็ไม่ได้แสดงอาการคันหรือรำคาญแต่อย่างใด แถมชาวบ้านบางคนยังขอลอกแผ่นทองตามร่างกายของท่านนำกลับไปบูชาเพื่อเป็นของ ดีกันอีกด้วย

นอกจากนี้ ชาวบ้านยังเชื่อกันว่าท่านมีญาณวิเศษ สามารถรับรู้วาระจิตและการบนบานอธิษฐานขอความช่วยเหลือของลูกศิษย์จากที่ไกล ถึงต่างจังหวัดหรือต่างประเทศได้

ท่านได้อนุญาตให้คณะศิษย์จัดสร้างวัตถุมงคลหลายรุ่น แต่ที่ได้รับการนิยมมากที่สุดคือ เหรียญรุ่นแรก สร้างพ.ศ.2498 เมื่อครั้งที่ท่านได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูโอภาสวุฒิคุณ เป็นเหรียญปั๊มรูปไข่ ขนาดค่อนข้างเล็ก เนื้อทองแดงรมดำ สร้างประมาณ 800-1,000 เหรียญ ถือเป็นรุ่นพิมพ์นิยม

ยังมีเหรียญรุ่นสร้างในปี 2520 เมื่อคราวฉลองอายุ 91 ปี หลวงปู่แสง เนื่องจากออกแบบได้สวยงามและมีเนื้อหาดี จึงมีผู้คนนิยมหาไปสะสมบูชากันเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะเหรียญพิเศษ เนื้อทองแดงกะไหล่ทอง ขอบเหรียญเลื่อน ซึ่งเป็นลักษณะของเหรียญรุ่นเก่า ที่กรรมการสั่งทำเป็นพิเศษ

หลวงปู่แสง หรือ พ่อท่านแสง เคยปรารภกับชาวบ้านว่า หากจะบนบานต่อท่านให้บนบานกับเหรียญของท่านก็ได้ เพราะท่านสามารถรับรู้ได้เช่นกัน ซึ่งนับได้ว่ากระแสพลังจิตหรือญาณของท่านสูงส่งยิ่ง

เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2527 หลวงปู่แสงได้มรณภาพลงอย่างสงบด้วยโรคชรา สิริอายุ 99 พรรษา 77

ตลอด ชีวิต พระครูโอภาสวุฒิคุณ หรือ หลวงปู่แสง อาศัยในร่มเงาพระพุทธศาสนา ประกอบคุณงามความดีด้วยจิตใจที่ผ่องแผ้ว แม้ว่าจะละสังขารไปแล้วก็ตาม แต่คุณงามความดีที่ได้ประกอบศาสนกิจมาตลอดชีวิตยังคงปรากฏอยู่ในใจของพุทธ ศาสนิกชนชาวเมืองตรังอย่างมิลืมเลือน ในฐานะปูชนียบุคคล

 
 

Main Menu

VirtueMart Login