ประวัติ หลวงพ่อชุบ ปัญญาวุโธ วัดวังกระแจะ จ.กาญจนบุรี พิมพ์

ประวัติ หลวงพ่อชุบ ปัญญาวุโธ วัดวังกระแจะ จ.กาญจนบุรี

พระครูอดุลพิริยานุวัตร หรือ หลวงพ่อชุบ ปัญญาวุโธ พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง เจ้าอาวาสวัดวังกระแจะ ต.วังกระแจะ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี หลวงพ่อชุบ เป็นพระเถระผู้สืบสายวิชาจากหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า ด้วยการร่ำเรียนวิชาจากอาจารย์รื่น นิลแนบแก้ว ทำให้หลวงพ่อชุบได้สืบทอดวิชาการสักยันต์ ที่มีพุทธคุณโดดเด่นด้านเมตตามหานิยม รวมทั้งวิทยาคม การทำตะกรุดและเครื่องรางของขลัง

อีกทั้งยังสืบทอดวิชาสายหลวงพ่อคง วัดบางกะพ้อม จากพระมหาสิทธิการทอง วัดเพชรสมุทร จ.สมุทรสงคราม ผู้เป็นพระอุปัชฌาย์ เมื่อครั้งจำพรรษา อยู่ที่วัดเพชรสมุทร (วัดบ้านแหลม)

อัตตโนประวัติ เกิดวันศุกร์ที่ 25 มีนาคม 2469 ตรงกับแรม 8 ค่ำ เดือน 4 ปีขาล โยมบิดา-มารดา ชื่อนายปลื้ม และนางช่วง ถินนาก ท่านมีพี่น้องร่วมบิดามารดาทั้งหมด 5 คน มีพี่สาวต่างมารดา 1 คน ท่านเป็นบุตรคนที่ 4

ในช่วงวัยเยาว์ท่านมีความสามารถด้านศิลปะวาดเขียนมากกว่าเด็กอื่นๆ ในวัยเดียวกัน ในช่วงวัยรุ่นท่านได้ฝากตัวเป็นศิษย์และได้รับการถ่ายทอดวิชาการสักยันต์และวิชาอาคมต่างๆ จาก อาจารย์รื่น นิลแนบแก้ว เมื่อครั้งที่อาจารย์รื่นท่านเปิดสำนักสักยันต์ที่ อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม

อาจารย์รื่น เป็นศิษย์ของหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า พระเกจิอาจารย์ชื่อดังของเมืองไทยและอาจารย์รื่น ท่านยังเป็นพระสหายกับกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์

อุปสมบทเมื่อปี พ.ศ.2491 ณ วัดคู้สนามจันทร์ ต.บ้านปรก อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม มีหลวงพ่อกลึง ธัมมโชติ วัดสวนแก้ว เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอธิการเจียม เป็นพระ กรรมวาจาจารย์ และพระอธิการปิ่น เป็นพระอนุสาวนาจารย์

ภายหลังอุปสมบท จำพรรษาอยู่วัดคู้สนามจันทร์ 4 พรรษา จากนั้นท่านจึงได้ย้ายไปจำพรรษาและศึกษาพระปริยัติธรรมที่วัดเพชรสมุทร และยังได้ศึกษาสรรพวิชาเพิ่มเติมจากพระมหาสิทธิการทอง วัดเพชรสมุทรด้วย โดยพระมหาสิทธิการทอง ท่านเป็นศิษย์หลวงพ่อคง วัดบางกะพ้อม

หลังจากหลวงพ่อชุบ ได้ศึกษาสรรพวิชาอาคมต่างๆ จนจบแล้ว หลวงพ่อชุบได้เริ่มออกท่องธุดงควัตรไปยังจังหวัดต่างๆ เช่น นครศรี ธรรมราช ชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี ราชบุรี และกาญจนบุรี

พ.ศ.2505 ท่านได้เดินธุดงค์มาที่ จ.กาญจน บุรี และได้เดินทางจนมาถึงถ้ำละว้า ได้มีญาติโยมที่อาศัยอยู่ที่วังกระแจะได้นิมนต์ให้ท่านมาพักที่บ้านวังกระแจะและสร้างกุฏิให้อยู่เป็นไม้ไผ่มุงแฝก 1 หลัง จากนั้นได้สร้างกุฏิไม้แบบถาวรให้ 1 หลัง

เพื่อหาปัจจัยมาสร้างวัดวังกระแจะตามที่ชาวบ้านศรัทธาท่านขอให้ท่านสร้างวัดให้เป็นวัดประจำหมู่บ้าน หลวงพ่อชุบท่านถือสัจจะเป็นใหญ่ เมื่อท่านรับปากชาวบ้านวังกระแจะว่าจะสร้างวัดให้ ท่านก็ดำเนินการสร้างวัดวังกระแจะจนสำเร็จ

พ.ศ.2511 ได้ตั้งเป็นวัดอย่างเป็นทางการ พ.ศ.2514 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา พ.ศ.2533 ได้ทำพิธีผูกพัทธสีมาพระอุโบสถ

หลวงพ่อชุบ ได้รับตำแหน่งหน้าที่ปกครอง พ.ศ.2513 เป็นเจ้าอาวาสวัดวังกระแจะ ต.วังกระแจะ อ.ไทรโยค จ.กาญจน บุรี พ.ศ.2517 เป็นเจ้าคณะตำบลท่าทุ่งนา และต่อมาได้ย้ายมาเป็นเจ้าคณะตำบลวังกระแจะ

พ.ศ.2522 ได้รับแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์ พ.ศ.2526 เป็นรองเจ้าคณะอำเภอไทรโยค

พ.ศ.2549 หลวงพ่อชุบ อายุครบ 80 ปี เกษียณจากตำแหน่งรองเจ้าคณะอำเภอไทรโยค และได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอไทรโยค โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการมหาเถรสมาคม

งานด้านการศึกษา หลวงพ่อชุบท่านได้รับตำแหน่ง ดังนี้ พ.ศ.2498 ได้รับการแต่งตั้งเป็นครูสอนพระปริยัติธรรม พ.ศ.2499 ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการตรวจข้อสอบธรรมสนามหลวง

พ.ศ.2501 ได้รับการแต่งตั้งเป็นครูสอนบาลี พ.ศ.2513 เป็นเจ้าสำนักเรียนประจำสำนักเรียนวัดวังกระแจะ

งานสาธารณูปโภค ที่หลวงพ่อชุบช่วยสงเคราะห์ พ.ศ.2516 สร้างพระอุโบสถ พ.ศ. 2519 สร้างกุฏิสงฆ์ ศาลาการเปรียญ หอฉัน หอสวดมนต์ ห้องน้ำ พ.ศ.2534 สร้างเมรุ ศาลาฌาปนสถาน และห้องน้ำใหม่ พ.ศ.2547 สร้างศาลาการเปรียญหลังใหม่

งานเผยแผ่พระพุทธศาสนา พ.ศ.2524 ได้รับแต่งตั้งเป็นพระธรรมทูตเผยแพร่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ (อินเดีย)

ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2519 ได้รับพระราช ทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นเอก ในราชทินนาม "พระครูอดุลพิริยานุวัตร"

ปัจจุบัน เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอไทรโยคและเจ้าอาวาสวัดวังกระแจะ เมื่อวันที่ 25 มี.ค.ที่ผ่านมา ศิษยานุ ศิษย์ได้จัดงานฉลองอายุวัฒนมงคล 85 ปี