พระเครื่อง
Home บทความ บทความพระเครื่อง ประวัติพระคณาจารย์ ประวัติ หลวงพ่อตาบ อตตฺกาโม วัดมะขามเรียง (พระครูเวชคามคณารักษ์)
ค้นหาข่าว/บทความ:
  
ค้นหาพระเครื่อง/วัตถุมงคล:


ประวัติ หลวงพ่อตาบ อตตฺกาโม วัดมะขามเรียง (พระครูเวชคามคณารักษ์) PDF พิมพ์ อีเมล

ประวัติ หลวงพ่อตาบ อตตฺกาโม วัดมะขามเรียง (พระครูเวชคามคณารักษ์)

กำเนิด


หลวงพ่อตาบ วัดมะขามเรียง         พระครูเวชคามคณารักษ์ (ตาบ อตตฺกาโม) เกิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๕๔ ตรงกับแรม ๗ ค่ำ เดือน ๑๒ ปีกุน  ณ บ้านบ่อกระโดน ต.ไผ่ขวาง อ.บ้านหมอ จ.สระบุรี  ได้นามว่า "ตาบ" ในสกุล "คชรินทร์" บิดาชื่อ "โป๋" มารดาชื่อ "ฟัก"  หลวงพ่อตาบเป็นบุตรชายคนเดียวของครอบครัว

การศึกษา
       
         เมื่อหลวงพ่อเจริญวัยได้พอสมควรก็ได้ศึกษาหาความรู้พื้นฐานด้านภาษาไทยกับบิดา จนสามารถอ่านออกเขียนได้ตั้งแต่เยาว์วัย จนมีอายุได้ ๙ ปี (ใน พ.ศ. ๒๔๖๒) บิดาจึงได้พาไปเข้าเรียนชั้นประถมที่ รร.วัดศักดิ์ อ.ท่าเรือ จ.อยุธยา และเป็นเด็กวัดอยู่กับพระที่วัดศักดิ์ จนถึงอายุ ๑๒ ปี จบชั้นประถมปีที่ ๓ ก็กลับมาช่วยบิดา-มารดาทำงาน ในระหว่างช่วงนี้เองที่หลวงพ่อได้รับความรู้อักขระวิธีด้านเลขยันต์ และเวทมนต์พุทธาคมจาก "คุณตาแจ้ง" ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านนี้เป็นเยี่ยม ทำให้มีความปรีชาสามารถในด้านพุทธาคมมาแต่เยาว์วัย

อุปสมบท

        เมื่อหลวงพ่อตาบอายุครบ ๒๑ ปี  บิดา-มารดา จึงได้พาเข้ารับการอุปสมบท ตามแบบอย่างประเพณีของคนไทย เมื่อวันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๔๗๖ ตรงกับวันศุกร์ขึ้น ๑๒ ค่ำ เดือน ๖ ปีระกา ณ พัทธสีมาวัดมะขามเรียง โดยมีพระครูศรีคณาภิบาล (โฉม) วัดดอนพุด เป็นพระอุปัชฌาย์  พระอธิการแซ วัดบ้านร่อมเป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอธิการปลั่ง วัดมะขามเรียง พระอนุสาวนาจารย์  ได้รับฉายาในเพศบรรพชิตว่า "อตตฺกาโม"  หลังจากอุปสมบทแล้วก็จำพรรษาอยู่ ณ วัดมะขามเรียง

         หลังจากอุปสมบทแล้วหลวงพ่อได้คำนึงถึงชีวิตที่ผ่านมา และค้นคว้าศึกษาธรรมทำให้พิจารณาได้เข้าใจกฎเกณฑ์ของชีวิต ธรรมชาติและธรรมของพุทธองค์ได้แจ่มแจ้งซาบซึ้งจึงตั้งอธิษฐานจิตว่าจะครองเพศพรหมจรรย์ตลอดชีวิต  เมื่อตั้งใจได้ตั้งแต่พรรษาแรก หลวงพ่อจึงพยายามศึกษาค้นคว้าด้านปริยัติธรรมจนสอบได้นักธรรมตรี ในปี พ.ศ. ๒๔๗๘ นักธรรมโท ในปี พ.ศ. ๒๔๗๙ และนักธรรมเอก ในปี พ.ศ. ๒๔๘๐ เรียกได้ว่าท่านศึกษาได้แตกฉานอย่างรวดเร็ว 

         นอกจากนี้หลวงพ่อยังได้ศึกษาวิชานักเทศนืกับครูพรหม แห่งวัดสามง่าม จนสามารถเทศน์ได้อย่างดีเยี่ยม  โดยเฉพาะการเทศน์มหาชาติ "กัณฑ์มหาราช" ชื่อเสียงของหลวงพ่อโด่งดังมาก ด้วยน้ำเสียงและลีลาการเทศน์ ทั้งท่วงทำนองไม่ว่าจะแบบ "ลมพัดชายเขา" หรือ "คลื่นกระทบฝั่ง"   หลังจากนั้นหลวงพ่อได้หันไปศึกษาทางด้านวิปัสสนากรรมฐานกับพระธรรมธีรราชมหามุณี (โชดก ญาณสิทธิ) วัดมหาธาตุ กทม. เมื่อปี ๒๔๙๗ เมื่อเข้าใจและชำนาญดีแล้ว จึงจัดตั้งเป็นสำนักปฎิบัติวิปัสสนากรรมฐานวัดมะขามเรียง และชวนญาติโยมที่สนใจมาฝึกปฎิบัติกับหลวงพ่อมากมาย

สมณศักดิ์

         พ.ศ. ๒๕๐๙  ได้รับแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์
         พ.ศ. ๒๕๑๑  ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นตรี ที่ "พระครูอัตถจริยานุกูล"
         พ.ศ. ๒๕๑๓  ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นโทในราชทินนามเดิม
         พ.ศ. ๒๕๒๗  ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นเอกในราชทินนามเดิม
         พ.ศ. ๒๕๓๑  ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ เป็นพระครูเจ้าคณะอำเภอบ้านหมอ ที่ "พระครูเวชคามคณารักษ์"

ผลงาน

         • การเทศน์ อบรมชาวบ้าน เป็นพระอุปัชฌาย์ และเป็นพระนักพัฒนา
         • พัฒนาด้านถาวรวัตถุของวัด เช่น โบถส์ ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ หอระฆัง
         • ร่วมพัฒนาชุมชนประจำ อ.บ้านหมอ จัดอบรมเยาชนในท้องถิ่น และตำบลไกล้เคียงให้เป็นพลเมืองดี (กระผมได้เข้าร่วมโครงการนี้ด้วย)
         • จัดตั้งหน่วย อ.ป.ต. วัดมะขามเรียง โดย หลวงพ่อรับเป็นประธานบริหารงานจนก้าวหน้า
         • ได้รับแต่งตั้งเป็นประธานหน่วยพิเศษรับสมทบทุนร่วมถวายความจงรักภักดีของพสกนิกร ณ ที่ตั้งหน่วย อ.ป.ต. จนได้รับตราตั้งเป็นกรณีพิเศษ
         • ได้ร่วมหน่วยพัฒนาชุมชน ทำการบรรพชาสมเณรภาคฤดูร้อนจำนวน ๔๕ รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในมหามงคลสมัยพระชนมายุครบ ๖๐ พรรษา (กระผมบวชเณรในโครงการนี้ด้วย)
        • อบรมกิริยามารยาทให้เยาวชน นักเรียน ๑๕ วันต่อ ๑ ครั้งในระหว่างเปิดเรียน
        • จัดตั้งกองทุนศึกษาสงเคราะห์ประเภทชั้นประถมฯ ให้แก่เยาวชนในวัยเรียน
        • จัดตั้งมูลนิธิ "อัตถจริยานุกูล" เพื่อการศึกษาของโรงเรียนวัดมะขามเรียง
        • ให้การสนับสนุนกิจการของสถานีอนามัยประจำตำบล และตู้ยาประจำหน่วย

พุทธาคมของหลวงพ่อ

       ในเยาว์วัยหลวงพ่อได้รับความรู้อักขระวิธีด้านเลขยันต์ และเวทมนต์พุทธาคมจาก "คุณตาแจ้ง"  ครั้นเมื่ออุปสมบทหลวงพ่อเริ่มศึกษาทางธรรมตลอดจนการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ซึ่งเป็นรากฐานทางด้านพลังจิต นอกจากนั้นแล้วท่านยังได้ศึกษากับเกจิอาจารย์ดังในครั้งอดีตอีกหลายรูป คือ

        • พระครูประสาธาน์วิทยาคม (หลวงพ่อนอ) วัดกลาง อ.ท่าเรือ ซึ่งเป็นน้าชาย ผู้กระฉ่อนชื่อด้านตะกรุดหน้าผากเสือ
        • หลวงพ่อพิณ วัดมะขามโพลง
        • หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพธิ์
        • หลวงพ่อพรหม วัดช่องแค  ดูเหมือนท่านจะสนิทสนมกันเพราะเคยเดินทางไปมาหาสู่กันบ่อยๆ ได้สนทนาธรรมและวิชาความรู้ต่างๆ มามากมาย
วัตถุมงคลของหลวงพ่อตาบ 

      พระเครื่องและวัตถุมงคลของหลวงพ่อตาบนั้นดูเหมือนจะมีมากมายหลายสิ่ง หลายอย่าง หลายชนิด หลายแบบ หลายรุ่น แต่เป็นเรื่องไม่ง่ายนักที่จะแสวงหาให้ได้ครบ  เพราะผู้ที่ได้ไปต่างหวงแหน และได้รับประสบการณ์ในทางต่างๆ ซึ่งก่อให้เกิดผลดีแก่ผู้บูชาสักการะ นับว่าความเข้มขลังจากกฤตยาคมอันกล้าแกร่งของหล่องพ่อนั้นศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก  วัตถุมงคลของหลวงพ่อตาบถึง พ.ศ. ๒๕๓๒ จำแนกเป็นประเภทไว้คร่าวๆ ดังนี้

        • ตะกรุดโทน
        • ตะกรุดสามพี่น้อง
        • ตะกรุดนวะโลกุตระ (๙ ดอก)
        • ตะกรุดหน้าผากเสือ
        • เหรียญ
        • พระชัยวัฒน์
        • พระกริ่งเวชคาม
        • รูปเหมือนกริ่ง
        • แหวน
        • รูปหล่อหลวงพ่อแบบบูชา (นั่ง-ยืน)
        • มีดหมอ
        • พระผงปิดตา
        • พระผงรูปหลวงพ่อปิดตา
        • พระผงรูปหลวงพ่อ
        • ล้อคเก็ตรูปหลวงพ่อ
        • พระนาคปรกใบมะขาม
        • พระสังกัจจายน์ แบบพระเครื่องผง และบูชา
        • ผ้ายันต์
        • ภาพถ่ายหลวงพ่อแบบบูชา
        • ภาพถ่ายหลวงพ่อแบบแขวนคอ

หลวงพ่อตาบท่านมรณภาพเมื่อวันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๒ สังขารท่านไม่เน่าเปื่อย

 
 

Main Menu

VirtueMart Login