พระเครื่อง
Home บทความ บทความพระเครื่อง ประวัติพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ประวัติ หลวงพ่อทองสัมฤทธิ์ วัดสำปะซิว จ.สุพรรณบุรี
ค้นหาข่าว/บทความ:
  
ค้นหาพระเครื่อง/วัตถุมงคล:


ประวัติ หลวงพ่อทองสัมฤทธิ์ วัดสำปะซิว จ.สุพรรณบุรี PDF พิมพ์ อีเมล

ประวัติ หลวงพ่อทองสัมฤทธิ์ วัดสำปะซิว จ.สุพรรณบุรี

หลวงพ่อทองสัมฤทธิ์ วัดสำปะซิวหลวงพ่อทองสัมฤทธิ์ วัดสำปะซิว "วัดสำปะซิว" สร้างเมื่อ พ.ศ.๑๘๕๗ ยุคสมัยประวัติศาสตร์ หลวงพ่อทองสัมฤทธิ์ สันนิษฐานว่าอยู่ในสมัยทราวดี อายุกว่า ๑,๐๐๐ ปี

วัดสำปะซิว สร้างเมื่อ พ.ศ.๑๘๕๗ ยุคสมัยประวัติศาสตร์ (อยุธยาตอนต้น) ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ.๑๘๖๐ ตามประวัติตำนานที่ผู้เฒ่าผู้แก่เล่าขานต่อๆ กันมาว่า    เดิมสถานที่แห่งนี้เป็นวัดร้าง ต่อมากองทัพไทยในองค์ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ได้มาหยุดพักทัพเพื่อตรวจสอบบัญชีจำนวนทหารในกองทัพว่ามีจำนวนทหารที่สูญหาย จากการทำศึกเท่าใด และมีจำนวนทหารเหลืออยู่เท่าใด ในสมัยนั้นเรียกสถานที่แห่งนี้ว่า สางบัญชี

ต่อมาได้มีการบูรณปฏิสังขรณ์วัดร้างแห่งนี้ขึ้น จึงตั้งชื่อวัดแห่งนี้ว่า วัดสางบัญชี เนื่องจากสาเหตุอันใดไม่ทราบ ได้ทำให้การเรียกชื่อวัดแห่งนี้ผิดเพี้ยนไปจากเดิม จากชื่อว่า วัดสางบัญชี เป็น วัดสำปะซิว มาจนถึงทุกวันนี้

ในอดีตได้มีการขุดพบพระบูชาศิลปะลพบุรีอยู่หลายครั้ง ทางทิศใต้ใกล้ๆ กับวัดสำปะซิว ต่อมาภายหลัง นายดี ซึ่งมีบ้านเรือนอยู่ทางเหนือของวัดสำปะซิว ขุดที่ดินในบริเวณริมรั้วบ้าน ก็ได้พบ พระเครื่องเนื้อดินเผา ขึ้นมาจำนวนมาก

นอกจากนี้ยังพบ พระซุ้มนครโกษา และ พระนารายณ์ทรงปืน อีกด้วย ซึ่งศิลปะพิมพ์ทรงคล้ายกับพระที่พบทาง จ.ลพบุรี สาเหตุที่เรียกกันว่า พระกรุวัดสำปะซิว นั้น เพราะเมื่อมีผู้ถามว่าเป็นพระที่ไหน ชาวบ้านก็มักจะตอบว่า พระสำปะซิว ก็เลยเรียกกันมาติดปากว่า พระกรุวัดสำปะซิว เนื่องจากใกล้เคียงบริเวณนั้นมี วัดสำปะซิว ตั้งอยู่

จากการสังเกตดูการขุดพบพระ มักจะพบตามบริเวณพื้นดิน ไม่ปรากฏเจดีย์ หรือโบราณสถานอื่นใดเลย ซึ่งอาจจะผุพังเสียหายไปนานแล้ว สันนิษฐานว่าบริเวณนี้น่าจะเป็นที่ชุมชนมาตั้งแต่ สมัยลพบุรี เพราะพบพระบูชาเป็นสมัยลพบุรีแทบทั้งสิ้น

ต่อมาก็พบ พระเครื่องท่ามะปราง และ พระซุ้มนครโกษา อีก ซึ่งอายุของพระเครื่องก็น่าจะอยู่ในราวสมัยสุโขทัยตอนปลาย อย่างไรก็ตามในจำนวนพระพุทธรูปที่ขุดพบทั้งหมด มีอยู่องค์หนึ่งที่ไม่ตกไปอยู่ในมือของนักค้าวัตถุมงคล แต่หากยังถูกเก็บรักษาไว้ที่วัดเป็นอย่างดีคือ หลวงพ่อทองสัมฤทธิ์ ได้ถูกค้นพบเมื่อพ.ศ.๒๔๙๕ ปีมะโรง โดย นายส่ง สุจินตวงษ์ นำมาถวายวัดสำปะซิว โดยมี พระครูสุวรรณคุณสาร (หลวงพ่อเต๋ย) ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสในยุคนั้น

ครั้งนั้นเป็นที่แตกตื่นฮือฮากันอย่างมาก แก่ผู้ที่รู้ข่าว และได้มาพบเห็นพากันมาบูชาสักการะจำนวนมาก คนเก่าคนแก่ในครั้งนั้นเล่าให้ฟังว่า "ใครมากราบไหว้บูชาขอปรารถนาในสิ่งใด สำเร็จในสิ่งนั้น สมดังชื่อหลวงพ่อทองสัมฤทธิ์ ซึ่งมีความหมายแปลว่า สำเร็จ สมหวัง สมปรารถนา"

หลวงพ่อทองสัมฤทธิ์ สันนิษฐานว่าอยู่ในสมัยทราวดี อายุกว่า ๑,๐๐๐ ปี หล่อด้วยนวโลหะเนื้อทองสัมฤทธิ์โบราณ ประกอบด้วยทองมงคล ๙ ประการ

หลวงพ่อทองสัมฤทธิ์ วัดสำปะซิวหลวงพ่อทองสัมฤทธิ์ วัดสำปะซิว

ครั้นโบราณกาล ถือธรรมเนียมประเพณีปฏิบัติ เมื่อจะหล่อพระพุทธรูปครั้งใด ต้องประกอบพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์และยิ่งใหญ่ ถือเป็นประเพณีของพระราชามหากษัตริย์ จะเป็นผู้นำสร้าง ซึ่งประชาชนคนธรรมดาไม่สามารถกระทำได้เอง เพราะเป็นเรื่องสำคัญที่ยิ่งใหญ่

ใครที่ได้เข้ามาสักการะหลวงพ่อทองสัมฤทธิ์ มักพูดทำนองเสียงเดียวกันว่า เข้มขลังศักดิ์สิทธิ์ มีความงดงามแบบโบราณบรรพกาล ยิ่งด้วยกว่านั้นเป็นพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะปางพุทธรูปที่พิเศษแปลก อัศจรรย์กว่าพระพุทธรูปปางใดๆ ในสยามประเทศ ซึ่งมีให้เห็นไม่ปรากฏบ่อยนัก ที่จะมีพระพุทธรูปปางเช่นนี้ ด้วยว่าลักษณะของหลวงพ่อทองสัมฤทธิ์นั่งอย่างสง่างามบนฐานแท่นบัลลังก์บัว คว่ำบัวหงาย ขัดสมาธิเพชร พระบาทซ้อนพระบาท ซึ่งหมายถึงลักษณะอันงดงาม มั่นคง แข็งแกร่ง ดุจดังเพชร ในขณะที่พระกรขวายกขึ้น พระหัตถ์ขวาแผ่ประทานพร พระกรซ้ายยกขึ้น พระหัตถ์ซ้ายแผ่ให้พรมงคล

ด้วยพุทธลักษณะที่งดงามและมีอายุเก่าแก่ในสมัยที่ หลวงพ่อเต๋ย มีชีวิตอยู่นั้น มีนักค้าวัตถุมงคลติดต่อขอเช่าในราคาสูงถึง ๑๖ ล้านบาท แต่หลวงพ่อไม่ให้

จากนั้นอีกประมาณ ๑ สัปดาห์ ปรากฏว่า มีคนร้ายใช้ความพยายามมาโจรกรรม โดยวางยานอนนหลับพระทั้งวัด แต่ด้วยความศักด์สิทธิ์ของหลวงพ่อทองสัมฤทธิ์ ทำให้โจรไม่สามารถเคลื่อนย้ายพระได้ จากนั้นคณะกรรมการวัดได้สร้างกรงปิดไว้ และจะเปิดให้พุทธศาสนิกชนกราบไหว้ขอพรได้เฉพาะช่วงเทศกาลสำคัญๆ เท่าน้น

พระมหาอนันต์ กุสลาลงกาโร เป็นเจ้าอาวาสบอกว่า ในช่วง เทศกาลตรุษจีน ปีนี้ นับเป็นครั้งแรกในรอบ ๕๐ กว่าปี ที่จะเปิดให้สาธุชนได้ชมพระบารมี และสักการบูชา ขอพร หลวงพ่อทองสัมฤทธิ์ สัทธิการิยะปุคคละ บุคคลใดชายก็ดี หญิงก็ตาม สาธุชนทั้งปวง มีโอกาสมาสักการบูชากราบไหว้ จักเป็นมงคลแก่ตัว เป็นบุญ เป็นวาสนา เป็นบารมี เป็นมหาโชค มหาลาภ อันยิ่งใหญ่ไพศาล สุดจะพรรณนา เพราะเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองอีกองค์หนึ่งของเมืองสุวรรณภูมิ แห่งลุ่มแม่น้ำท่าจีน วัดสำปะซิว

พุทธศาสนิกชนสอบถามเส้นทางไป วัดสำปะซิว หมู่ ๓ ต.สนามชัย อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี ได้ที่โทร.๐-๓๕๕๔-๖๔๔๔, ๐๘-๖๓๓๘-๐๙๐๙, ๐๘-๓๕๕๘-๘๓๘๓


๓ ชั่วโมงไหว้พระ ๙ วัด

สำหรับพุทธศาสนิชนที่เดินทางไปไหว้พระใน จ.สุพรรณบุรี นั้น การท่องเที่ยว จ.สุพรรณบุรี ร่วมกับวัดสำคัญ ๙ แห่ง จัดเส้นทาง ๓ ชั่วโมงสามารถไหว้พระได้ ๙ วัดในเมืองสุพรรณบุรี เริ่มจากวัดแรก คือ

๑.พระวัดศรีรัตนมหาธาตุ มงคลแห่งชีวิต กับการสักการะกรุพระผงเมืองสุพรรณมีพระพุทธรูปหินทราย ๒๗๙ องค์ และองค์พระปรางค์สร้างสมัยอู่ทอง 

๒.พระวัดแค มงคลแห่งชีวิตกับการสัมผัสมนตรา มหาเวทอันศักดิ์สิทธิ์ ตามรอยเณรแก้ว ขอพรหลวงปู่คงนั่งพญาต่อยักษ์

๓.พระวัดสารภี มงคลแห่งความประเสริฐกว่าพรเทวดาทั้งปวง

๔.วัดพระลอย มงคลแห่งปาฏิหาริย์บุญบารมี พระนาคปรกสมัยลพบุรี อายุกว่า ๘๐๐ ปี

๕.วัดหน่อพุทธางกูร มงคลแห่งสายตา ชมการทุ่มเทจิตวิญญาณแห่งศิลปะเพื่อเป็นพุทธบูชา

๖.วัดพระนอน มงคลแห่งการได้นมัสการพุทธลักษณะนอนหงาย ที่ไม่มีที่ใดในประเทศ

๗.วัดพิหารแดง มงคลแห่งมนต์ขลัง พลังพระประธานอายุกว่า ๗๐๐ กว่าปี 

๘.วัดชีสุขเกษม มงคลแห่งมนต์ขลังพลังอันศักดิ์สิทธิ์พระศิลาทรายอายุนับพันปี

๙.วัดสว่างอารมณ์ มงคลแห่งการได้สักการะอริยสงฆ์ผู้ประพฤติดีปฏิบัติชอบ

 
 

Main Menu

VirtueMart Login