พระเครื่อง
Home บทความ บทความพระเครื่อง ประวัติพระคณาจารย์ ประวัติ หลวงพ่อบุญศรี ลัฏฐิวัณโณ วัดกลางเชียงยืน
ค้นหาข่าว/บทความ:
  
ค้นหาพระเครื่อง/วัตถุมงคล:


ประวัติ หลวงพ่อบุญศรี ลัฏฐิวัณโณ วัดกลางเชียงยืน PDF พิมพ์ อีเมล

ประวัติ หลวงพ่อบุญศรี ลัฏฐิวัณโณ วัดกลางเชียงยืน

"พระครูบุญศิริธรรม" หรือ "หลวงพ่อบุญศรี ลัฏฐิวัณโณ" อดีตเจ้าอาวาสวัดกลางเชียงยืน และอดีตรองเจ้าคณะอำเภอเชียงยืน จ.มหาสารคาม เป็นพระเกจิอาจารย์อีกรูปหนึ่งที่มีชื่อเสียงในพื้นที่มหาสารคาม เมื่อกว่าห้าสิบปีที่ผ่านมา เป็นศิษย์สืบสายธรรมจากพระครูประสาทสาธุกิจ แห่งวัดบูรพา ต.เหล่าดอกไม้ อ.เชียงยืน พระเกจิอาจารย์มีชื่อเสียง

อัตโนประวัติ เกิดในสกุล อุปถัมป์ เมื่อปี พ.ศ.2492 ณ บ้านเชียงยืน ต.เชียงยืน อ.เชียงยืน จ.มหาสารคาม โยมบิดา-มารดา ชื่อ นายผังและนางกาญ อุปถัมป์

หลังจบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ได้ออกมาช่วยงานครอบครัวด้วยความขยันขันแข็ง

ครั้นเมื่ออายุได้ 20 ปีบริบูรณ์ เข้าพิธีอุปสมบท ณ อุโบสถ วัดปัจจิมเชียงยืน อ.เชียงยืน โดยมีพระครูสถิตวุฒิกร เจ้าคณะอำเภอเชียงยืน เป็นพระอุปัชฌาย์, พระครูสถิตศิริธรรม วัดกลางเชียงยืน เป็นพระอนุสาวนาจารย์ และพระครูศิริธรรมานุโยค เป็นพระกรรมวาจาจารย์

หลังอุปสมบท ท่านได้มาอยู่จำพรรษาที่วัดกลางเชียงยืน มุมานะศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรม สามารถสอบได้นักธรรมชั้นตรี-โท-เอก ตามลำดับ จากสำนักเรียนวัดกลางเชียงยืน

เนื่องจากหลวงพ่อบุญศรี เป็นพระหนุ่มมีความรู้สูงทั้งทางโลกและทางธรรม วัตรปฏิบัติเสมอต้นเสมอปลาย เมื่อตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดกลางเชียงยืนว่างลง ท่านจึงได้รับความไว้วางใจจากคณะสงฆ์ให้ขึ้นดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัด

ต่อมา ท่านยังได้รับแต่งตั้งเป็นรองเจ้าคณะอำเภอเชียงยืน และได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ในราชทินนามที่ พระครูบุญศิริธรรม

หลวงพ่อบุญศรี ยังให้ความสนใจด้านวิทยาคม ขณะนั้น พระครูประสาทสาธุกิจ วัดบูรพา ต.เหล่าดอกไม้ อ.เชียงยืน มีชื่อเสียงในฐานะพระเกจิชื่อดัง เป็นที่เคารพศรัทธาของชาวอำเภอเชียงยืน ท่านจึงขอฝากตัวศึกษาร่ำเรียนวิทยาคมด้านคงกระพันชาตรี แคล้วคลาด เมตตามหานิยม กันบ้านกันเมือง เป็นต้น

วัตรปฏิบัติที่หลวงพ่อบุญศรี ปฏิบัติอย่างเคร่งครัด หากปีใดงานในหน้าที่ไม่มีความยุ่งยาก ท่านมักจะออกเดินธุดงค์ไปตามป่าเขาลำเนาไพรหลายแห่งในภาคอีสาน โดยเฉพาะเทือกเขาภูพาน

หลวงพ่อบุญศรี จึงเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของพุทธศาสนิกชนจำนวนมาก ในแต่ละวันจึงมีผู้มานมัสการ รับฟังธรรม และประพรมน้ำพระพุทธมนต์เสริมความเป็นสิริมงคล รวมทั้งปรารถนาวัตถุมงคลเหรียญรูปเหมือนรุ่น 1 ที่เข้มขลัง

สำหรับปัจจัยที่ได้จากศรัทธาของญาติโยม หลวงพ่อหาได้เก็บงำไว้เป็นส่วนตัวไม่ จะนำมาพัฒนาวัดกลางเชียงยืน ให้มีความเจริญรุ่งเรืองมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอุโบสถ อาคารเรียนพระปริยัติธรรม กำแพงแก้ว ศาลาการเปรียญ เป็นต้น รวมทั้งบริจาคช่วยสาธารณกุศลช่วยชุมชนท้องถิ่น

ตลอดเวลาที่ท่านดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดกลางเชียงยืน และรองเจ้าคณะอำเภอเชียงยืน ท่านจะปฏิบัติหน้าที่ปกครองคณะสงฆ์อย่างเคร่งครัด เป็นแบบอย่างให้คณะสงฆ์ฝ่ายปกครองปฏิบัติตาม รวมทั้งออกเผยแผ่หลักธรรมทางพุทธศาสนาอย่างสม่ำเสมอ ไม่รู้เหน็ดเหนื่อย

ท่านอบรมศีลธรรมแก่พุทธศาสนิกชนตลอดปี และให้ความสำคัญการศึกษาพระปริยัติธรรมเป็นอย่างยิ่ง หลวงพ่อรับหน้าที่ครูสอนพระปริยัติธรรมเอง หากพระภิกษุ-สามเณรรูปใดตั้งใจศึกษาเล่าเรียน ท่านจะมีทุนการศึกษาให้ พร้อมกับสนับ สนุนให้เรียนสูงยิ่งขึ้น แต่หากรูปใดไม่สนใจการเรียน ท่านก็ใช้หลักเมตตาคอยแนะนำสั่งสอนค่อยปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ทำให้สำนักเรียนวัดกลางเชียงยืนในยุคนั้นมีชื่อเสียงโด่งดัง แต่ละปีมีพระภิกษุสามเณรเดินทางมาศึกษาเล่าเรียนจำนวนมาก

หลักธรรมคำสอนที่หลวงพ่อบุญศรี พร่ำสอนญาติโยมมาโดยตลอดเป็นเรื่องของความไม่เที่ยงของสังขาร สรรพสิ่งในโลกมีเกิด มีเสื่อม และมีดับ แต่เมื่อเกิดเป็นมนุษย์สุดแสนที่จะประเสริฐ ดังนั้นการดำเนินชีวิตจะต้องไม่ประมาท หมั่นประพฤติปฏิบัติแต่กรรมดี ยึดศีล 5 เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตอย่างเคร่งครัด หากทำได้ทั้งตนเองและครอบครัวจะพานพบแต่ความสุขและความเจริญ

ล่วงเข้าปัจฉิมวัยด้วยความไม่เที่ยงของสังขารท่านอาพาธเรื้อรังหลายโรค แต่ท่านยังรับงานนิมนต์อย่างไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อยเป็นปกติ ด้วยญาติโยมมีศรัทธาจะปฏิเสธไม่ได้ บางครั้งอาการกำเริบหนักท่านยังฝืนสังขารไปตามกิจนิมนต์ที่รับไว้

สุดท้ายมรณภาพอย่างสงบ เมื่อปี 2552 สิริอายุ 59 พรรษา 39 สร้างความเศร้าสลดแก่คณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชนชาวอำเภอเชียงยืนเป็นอย่างยิ่ง

แม้ท่านจะละสังขารไปจากโลกนี้แล้ว แต่คุณงามความดีของหลวงพ่อบุญศรี ยังอยู่ในใจของพุทธศาสนิกชนไปตลอดกาลนาน

 
 

Main Menu

VirtueMart Login