พระเครื่อง
Home บทความ บทความพระเครื่อง ประวัติพระคณาจารย์ ประวัติ หลวงพ่อวัน จันทสโร วัดประสิทธิชัย จ.ตรัง
ค้นหาข่าว/บทความ:
  
ค้นหาพระเครื่อง/วัตถุมงคล:


ประวัติ หลวงพ่อวัน จันทสโร วัดประสิทธิชัย จ.ตรัง PDF พิมพ์ อีเมล

ประวัติ หลวงพ่อวัน จันทสโร วัดประสิทธิชัย จ.ตรัง

หลวงพ่อวัน จันทสโร หรือ พระบริสุทธศีลาจาร วัดประสิทธิชัย จ.ตรัง เป็นพระเกจิพุทธาคมที่ชาวเมืองตรังเลื่อมใสศรัทธา อัตตโนประวัติ ถือกำเนิดในสกุล มะนะโส เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2421 ที่บ้านควนขัน ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง โยมบิดา-มารดา ชื่อ นายจอก และนางคล้าย มะนะโส มีพี่น้องทั้งหมด 3 คน เป็นบุตรคนโต ครอบครัวประกอบอาชีพทำการเกษตร

ในช่วงวัยเด็ก ทางบ้านส่งให้ไปอยู่กับญาติที่บ้านป่าพะยอม อ.ควนขนุน (ปัจจุบันเป็น อ.ป่าพะยอม) จ.พัทลุง เมื่อปี พ.ศ.2543 โดยฝากให้อยู่กับพระอธิการเรือง เจ้าอาวาสวัดป่าพะยอม ได้ศึกษาเล่าเรียนหนังสือไทย ขอม และเลขไทย จนอ่านออกเขียนได้

อายุ 17 ปี เจ้าอาวาสให้ท่านบรรพชา มีพระครูกาชาด วัดป่าลิไลย์ เป็นพระอุปัชฌาย์

ศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัย บาลีมูลกัจจายนะ และวิทยาคมต่างๆ

กระทั่งอายุครบบวช 20 ปีบริบูรณ์ เข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2441 ณ พัทธสีมาวัดป่าพะยอม อ.ควนขนุน จ.พัทลุง โดยมีหลวงพ่อคง วัดบ้านมูล เป็นพระอุปัชฌาย์, หลวงพ่อใหม่ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และหลวงพ่อปล้อง เป็นพระอนุสาวนาจารย์

หลังจากบวชได้ 1 พรรษา ก็เตรียมที่จะลาสิกขา แต่พระอุปัชฌาย์คงห้ามไว้ว่ายังลาสิกขา ไม่ได้ เพราะที่เล่าเรียนศึกษามายังไม่เพียงพอ

ดังนั้น พระภิกษุวัน จึงตัดสินใจไม่ลาสิกขา พร้อมทั้งตั้งใจศึกษาปฏิบัติอย่างจริงจัง

พรรษาที่ 3 ท่านได้กลับมาเยี่ยมครอบครัว ที่บ้านท่าจีน ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง ในครั้งนั้น ญาติพี่น้องของท่าน พร้อมใจกันอาราธนาให้ท่านมาจำพรรษาอยู่ที่วัดประสิทธิชัย ซึ่งในสมัยนั้นเรียกว่า วัดท่าจีน

ท่านจึงกลับไปลาพระอุปัชฌาย์คง เพื่อมาจำพรรษาอยู่ที่วัดประสิทธิชัย โดยขณะนั้นมี พระอธิการเวียง วิริโย (ขุนสิทธิชัยภักดี) ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัด

แต่หลังจากนั้นไม่นาน เจ้าอาวาสก็ขอลาสิกขา ท่านจึงได้อยู่รักษาการตำแหน่งเจ้าอาวาสอยู่ 1 ปี กระทั่งเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2445 ได้ขึ้นดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดประสิทธิชัย

หลังจากนั้น หลวงพ่อวัน ได้เร่งจัดการงานบริหาร พัฒนาวัดให้รุ่งเรืองและก่อสร้างเสนาสนะต่างๆ ขึ้นมาตามลำดับ

ด้วยความเป็นพระที่มีเมตตาสูง ยิ้มแย้มอยู่ตลอดเวลา จึงเป็นที่ศรัทธาเลื่อมใสของผู้ที่ประสบพบเห็น และรับฟังคำแนะนำสั่งสอน ขณะเดียวกัน ท่านยังมีความเป็นอยู่แบบเรียบง่ายสันโดษ เคร่งครัดในพระธรรมวินัย ชอบช่วยเหลือสงเคราะห์ผู้อื่นด้วยเมตตาธรรม จนเป็นที่นับถือยกย่องจากคณะสงฆ์และพุทธบริษัททั่วไป ในฐานะปูชนียบุคคลที่มีคุณธรรมอันสูงส่งยิ่ง

ต่อมา พ.ศ.2549 เป็นเจ้าคณะอำเภอห้วยยอด (เจ้าคณะแขวงอำเภอเขาขาวในสมัยนั้น) พ.ศ.2469 ได้รับแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์ พ.ศ.2479 เป็นรองเจ้าคณะจังหวัดตรัง พ.ศ.2490 เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าคณะจังหวัดตรัง

พ.ศ.2493 ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าคณะจังหวัดตรัง พร้อมทั้งได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เลื่อนเป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระบริสุทธศีลาจาร

หลวงพ่อวัน ได้ถึงแก่มรณภาพอย่างสงบ เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2503 เวลา 21.10 น. รวมอายุได้ 82 ปี 11 วัน ซึ่งสร้างความโศกเศร้าแก่คณะสงฆ์และคณะศิษยานุศิษย์เป็นอันมาก

กล่าวได้ว่า หลวงพ่อวัน เป็นพระนักปฏิบัติเจริญวิปัสสนากัมมัฏฐาน ทำให้วิทยาคมต่างๆ ที่ท่านศึกษาเล่าเรียนมามีความเข้มขลัง จัดเป็นพระเกจิอาจารย์ผู้เรืองวิชาอย่างมากในสมัยนั้น

ด้วยท่านไม่เคยอ้างอวดคุณวิเศษในตนเองแต่อย่างใด ขณะที่ลูกศิษย์หรือผู้ที่ใกล้ชิดต่างได้พบเห็นประสบการณ์มากมาย

โดยเฉพาะจากวัตถุมงคลหลวงพ่อวัน ซึ่งมีเพียงไม่กี่รุ่น และปัจจุบันหาได้ยาก ผู้ที่มีไว้ครอบครองต่างก็หวงแหนกันเป็นอันมาก

นับตั้งแต่เหรียญรุ่นแรก ที่สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2487 หรือรุ่น 2 ที่สร้างเมื่อ พ.ศ.2498 มาถึงรุ่น 3 ที่สร้างเมื่อ พ.ศ.2503 เพื่อแจกเป็นที่ระลึกในงานพระราชทานเพลิงศพของท่าน โดยใช้บล็อกรุ่น 2 ในการจัดสร้าง

ส่วนรุ่น 4 คณะศิษยานุศิษย์ร่วมกันจัดสร้าง เมื่อปีพ.ศ.2516 รุ่น 5 สร้างเมื่อพ.ศ.2520 และรุ่น 6 สร้างเมื่อพ.ศ.2530

ทั้งหมดล้วนแต่จัดสร้างเป็นเหรียญรูปไข่ เนื้อทองแดงทั้งสิ้น ซึ่งแต่ละรุ่นเป็นที่หมายปองของบรรดานักสะสมนิยมพระเครื่องทั้งในจังหวัดตรัง และทั่วทั้งประเทศ

ทำให้หลวงพ่อวัน ได้รับการยกย่องให้เป็นพระเกจิอาจารย์แห่งเมืองตรัง

 
 

Main Menu

VirtueMart Login