พระเครื่อง
Home บทความ บทความพระเครื่อง ประวัติพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ประวัติ หลวงพ่อศิลา (พระศิลา) วัดทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย
ค้นหาข่าว/บทความ:
  
ค้นหาพระเครื่อง/วัตถุมงคล:


ประวัติ หลวงพ่อศิลา (พระศิลา) วัดทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย PDF พิมพ์ อีเมล

ประวัติ หลวงพ่อศิลา (พระศิลา) วัดทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย

หลวงพ่อศิลา เป็นพระรูปปางนาค ปรกทรงเครื่องแกะสลักจากหินทราย ผิวนวลขาวฝีมือประณีตงดงามมากขนาดหน้าตักกว้าง 44 เซนติเมตร สูง 86 เซนติเมตร น้ำหนัก 300 ปอนด์

หลวงพ่อศิลา วัดทุ่งเสลี่ยมองค์พระประทับนั่งบนขนดพญานาค เจ็ดเศียรแผ่พังพาน ศิลปะลพบุรีที่ได้รับ อิทธิพลจากขอม พุทธศตวรรษที่ 16-17 ประมาณพุทธศักราช 1650-1725 คาบเกี่ยวกับศิลปะแบบบายนของขอม (พุทธศักราช 1724-1780) ประดิษฐานเป็นพระพุทธปฏิมาประธานในมณฑปเรือนยอด วัดทุ่งเสลี่ยม มีความงดงามทางศิลปกรรม

กล่าวได้ว่า เป็นพระพุทธรูปโบราณที่สลักหินปางนาคปรกองค์เดียวที่เป็นศิลปะไทยแท้ มีความศักดิ์สิทธิ์มาก

แต่ เดิมนั้น หลวงพ่อศิลาประดิษฐานอยู่ที่ถ้ำเจ้าราม ซึ่งเป็นถ้ำขนาดใหญ่ มีเรื่องเล่าสืบกันมาว่าชาวบ้านได้ไปหามูลค้างคาวในแถบถ้ำเจ้าราม ได้พบพระธุดงค์รูปหนึ่ง เล่าให้ฟังว่า ภายในถ้ำเจ้ารามมีพระพุทธรูปเก่าแก่อยู่หลายองค์และองค์หนึ่งมีความงามโดด เด่นกว่าองค์อื่นใด เป็นพระพุทธรูปศิลานาคปรก

เมื่อกลับถึงหมู่บ้าน ชาวบ้านก็นำความมาเล่าให้พระอภัย เจ้าอาวาสวัดทุ่งเสลี่ยม ซึ่งได้หารือกับผู้ใหญ่บ้านว่า จะนำพระพุทธรูปมาไว้ที่วัดทุ่งเสลี่ยม แต่เนื่องจากพระอภัยนั้นสูงอายุ เดินทางไม่ไหว จึงได้เลิกล้มความตั้งใจ

ความ ได้ล่วงรู้ไปถึงครูบาก๋วน เจ้าอาวาสวัดแม่ปะหลวง ต.แม่ปะ อ.เถิน จ.ลำปาง ซึ่งท่านก็มีความศรัทธาจึงได้รวบรวมคนเดินทางไปอัญเชิญพระพุทธรูปปางนาคปรก ณ ถ้ำเจ้ารามเมื่อคณะเข้าสู่ภายในถ้ำเจ้าราม ได้พบพระพุทธรูปนาคปรก ครูบาก๋วนจึงได้ทำพิธีอัญเชิญพระพุทธรูปออกจากถ้ำ และเดินทางรอนแรมผ่านหนองปลาซิว (บ้านห้วยทราย) หนองส้มป่อย (บ้านน้ำดิบ) จนกระ ทั่งถึงอำเภอทุ่งเสลี่ยม

เมื่อชาวบ้านทุ่งเสลี่ยมรู้ข่าว จึงพากันจัดขบวนดนตรีพื้นเมืองและขบวนฟ้อนรำมาต้อนรับด้วยความปีติยินดี จวบจนขบวนอัญเชิญพระพุทธรูปนาคปรกเดินทางมาถึงวัดทุ่งเสลี่ยม ก็เกิดปาฏิหาริย์ขึ้น ท้องฟ้าที่แจ่มใส แสงแดดที่ร้อนแรงของเดือนเมษายนก็ถูกบดบังด้วยเมฆฝน เกิดฝนตกหนักเป็นเวลานาน เมื่อฝนหยุดตกก็มีฝูงค้างคาวบินมาวนเวียนเหนือบริเวณวัดทุ่งเสลี่ยมแล้วจึง บินกลับถ้ำเจ้าราม

ชาวบ้านได้เห็นความศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธรูปศิลา จึงไม่ยอมให้ครูบาก๋วนอัญเชิญกลับไปยังอำเภอเถิน เจ้าอาวาสวัดทุ่งเสลี่ยมจึงได้หารือไปยังเจ้าคณะอำเภอสวรรคโลก ซึ่งเจ้าคณะอำเภอได้ตัดสินให้ประดิษฐานไว้ ณ วัดทุ่งเสลี่ยม

ชาวบ้านได้ตั้งชื่อพระพุทธรูปนาคปรกนี้ว่า พระศิลา เพราะเห็นว่าแกะสลักมาจากหินทราย ครูบาก๋วนจึงได้จำลองพระศิลา กลับไปประดิษฐานไว้ที่วัดปะหลวง อ.เถิน จ.ลำปาง ด้วยใจศรัทธา

ครั้น เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2520 ได้เกิด เหตุการณ์มีคนร้ายไม่ทราบจำนวน เข้ามาโจรกรรมพระศิลาไปจากอุโบสถใหญ่ วัดทุ่งเสลี่ยม พระศิลาจึงได้หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย

อีก 17 ปีต่อมา เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2537 กลุ่มอนุรักษ์ชาวไทยในต่างแดน ได้พบข่าวพระศิลาในประเทศอังกฤษ จึงได้เขียนจดหมายถึงบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์มติชนว่า ได้พบภาพพระ พุทธรูปปางนาคปรก ในหนังสือประมวลศิลปวัตถุ เพื่อประมูลขายของสถาบัน โซธบี (Sotheby Institute) ในกรุงลอนดอน หน้า 52

ความทราบถึงชาว อำเภอทุ่งเสลี่ยม ชาวบ้านจึงได้ทำหนังสือร้องเรียนไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย และกรมศิลปากร เพื่อให้ทางราชการติดตามทวงถามพระพุทธรูปที่หายไป ในเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกัน กรมศิลปากรได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และหาแนวทางติดตามทวงคืนพระพุทธรูปศิลา จนประสบความสำเร็จในที่สุด

วันที่ 19 ธันวาคม 2539 ขบวนอัญเชิญหลวงพ่อศิลากลับถึงประเทศไทย ณ สนามบินดอนเมือง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้คณะดำเนินการอัญเชิญหลวงพ่อศิลา เข้าเฝ้าฯเพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายหลวงพ่อศิลา เนื่องในปีกาญจนาภิเษก ทรงครองสิริราชสมบัติ ครบ 50 พรรษา ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต

จากนั้น โปรดเกล้าฯ พระราชทานให้แก่วัดทุ่งเสลี่ยมเช่นเดิม เมื่อวันที่ 24 กุมภา พันธ์ 2540 ชาวทุ่งเสลี่ยมจึงได้จัดงานสมโภชเฉลิมฉลองหลวงพ่อศิลาเป็นประจำทุกปีในวันที่ 24 กุมภาพันธ์

 
 

Main Menu

VirtueMart Login