ประวัติ หลวงพ่ออุย อภิวัฑฒโน วัดช่องคีรีศรีสิทธิวราราม พิมพ์

ประวัติ หลวงพ่ออุย อภิวัฑฒโน วัดช่องคีรีศรีสิทธิวราราม

"พระครูนิภาสธรรมวัฒน์" หรือ "หลวงพ่ออุย อภิวัฑฒโน" เจ้าอาวาสวัดช่องคีรีศรีสิทธิวราราม อ.เมือง จ.นครสวรรค์ เป็นพระเกจิอาจารย์ที่เรืองวิทยาคมมีชื่อเสียงโด่งดัง ปัจจุบันสิริอายุ 94 พรรษา 68

มีนามเดิมว่า มณี ภู่บัว เกิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 เมษายน 2460 เกิดที่บ้านโคกหนองไผ่ หมู่ 2 ต.สายออ อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา โยมบิดา-มารดา ชื่อ นายโขนและนางศรีไพร ภู่บัว ครอบครัวประกอบอาชีพทำนา

เหตุที่เรียกว่า อุย เนื่องมาจากตอนเด็กมีรูปร่างอ้วนอุย จึงถูกเรียกขานกันว่า "อุย" ในวัยเด็ก เรียนหนังสือจบชั้นประถมปีที่ 3 เมื่อปี พ.ศ.2475 ที่โรงเรียนประชาบาลวัดโคกหนองไผ่ พร้อมทั้งช่วยครอบครัวทำนา

ต่ มา ทางราชการได้เกณฑ์คนหนุ่มส่งไปจังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อพัฒนาเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 และมีข่าวว่าคนหนุ่มที่ถูกส่งไปป่วยเป็นไข้ป่าเสียชีวิตจำนวนมาก ทางครอบครัวจึงส่งท่านให้มาอยู่กับลุงที่นครสวรรค์ ชื่อลุงปาน ที่บ้านวังม้า ต.วังม้า อ.ลาดยาว จ.นคร สวรรค์

ขณะนั้น พ.ศ.2486 ท่านได้ขอค่าเดินทางมานครสวรรค์ด้วยเงินเพียง 40 บาท ใน ปี (พ.ศ.2486) ลุงปานได้จัดการอุปสมบทให้ท่านที่วัดวังม้า ขณะนั้นท่านอายุได้ 26 ปี อุปสมบทเมื่อวันขึ้น 8 ค่ำ เดือน 6 หลวงพ่อภู่ วัดลาดยาว เป็นพระอุปัชฌาย์, หลวงพ่อสิงห์ วัดดอนโพธิ์ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และหลวงพ่อประสิทธิ์ วัดวังม้า เป็นพระอนุสาวนาจารย์

ภาย หลังอุปสมบท ท่านได้อยู่จำพรรษาที่วัดวังม้า พ.ศ.2487 จำพรรษาที่วัดโพธาราม พ.ศ. 2488 จำพรรษาที่วัดยาง (วัดสุคตวราราม) และย้ายมาจำพรรษาที่วัดช่องคีรีศรีสิทธิวราราม พ.ศ.2489 ท่านสอบได้นักธรรมชั้นโท สำนักเรียนวัดนครสวรรค์ และท่านได้อยู่ที่วัดช่องคีรีศรีสิทธิวรารามมาจนถึงปัจจุบัน

ในคราวแรกสภาพวัดช่องคีรีศรีสิทธิวราราม เต็มไปด้วยป่าไม้ ในช่วงแรกที่ท่านมาอยู่จำพรรษา มีพระสงฆ์เพียง 3 รูปเท่านั้น

หลวงพ่ออุย ได้ศึกษาวิทยาคมจากหลวงพ่อประสิทธิ์ วัดวังม้า ซึ่งเป็นพระเถระที่มีอายุกาลพรรษาสูงและมีวิทยาคมรูปหนึ่งของเมืองนครสวรรค์ ทั้งยังศึกษาวิชาจากพระเถระอีกหลายรูปที่มีชื่อเสียงของนครสวรรค์

พ.ศ.2524 ได้เป็นพระครูชั้นประทวน พ.ศ.2552 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรในราชทินนามพระครูนิภาสธรรมวัฒน์

หลวงพ่ออุย ได้ริเริ่มก่อสร้างโบสถ์ในปี พ.ศ.2507 ใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 7 ปี จึงแล้วเสร็จ เมื่อปี พ.ศ.2514 หลวงพ่ออุยได้เพียรพยายามก่อสร้างศาสนวัตถุ ทั้งโบสถ์วิหาร ศาลาการเปรียญ ด้วยความร่วมมือของประชาชนและผู้ที่ศรัทธาในวัตรปฏิบัติของท่าน

นอก จากนี้ ท่านยังบริจาคทรัพย์สร้างโบสถ์ ศาลา กุฏิ ที่วัดโคกหนองไผ่ บ้านเดิมของท่าน เป็นเงิน 5 ล้าน ตั้งมูลนิธิโรคเอดส์ให้โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ นครสวรรค์ 2 ล้าน สร้างศูนย์สุขภาพชุมชนวัดช่องคีรีศรีสิทธิวราราม 1 ล้านตั้งมูลนิธิหลวงพ่ออุย ภู่บัว เพื่อการศึกษาให้โรงเรียนเทศบาล 5 วัดช่องคีรีศรีสิทธิวราราม 1 ล้าน 3 แสนบาท

วัตรปฏิบัติที่สำคัญคือ การออกบิณฑบาต ทุกเช้าตั้งแต่ตี 5 หลวงพ่ออุยจะเดินบิณฑบาตไปรอบตลาดปากน้ำโพและกลับถึงวัดเวลาประมาณ 07.00 น. ต่อมาอายุได้ 83 ปี หลวงพ่อต้องหยุดบิณฑบาต เนื่องจากอายุมากขึ้นและเคยได้รับอุบัติเหตุ รวมทั้งถูกแก้วบาดเท้าเวลาบิณฑบาต ปัจจุบันนี้หลวงพ่ออุยยังคงเดินจงกรมรอบโบสถ์ทุกวันเพื่อเป็นการออกกำลังกาย และฝึกสมาธิควบคู่ไปพร้อมกัน

อีกประการหนึ่งที่หลวงพ่ออุยปฏิบัติ เป็นประจำคือ การฉันเอกา ท่านฉันภัตตาหารเพียงมื้อเดียว คือ มื้อเพล ท่านมักสอนผู้ที่มากราบไหว้ท่านว่า "เช้าๆ อย่าขี้เกียจเดิน มันเป็นยาขนานเอก" และท่านยังแนะนำหลักธรรมในการปฏิบัติตนของชาวพุทธว่า "รักษาศีล 5 ให้ครบถ้วนก็เพียงพอแล้ว"

ด้านวัตถุมงคล มักจะมีผู้มีจิตศรัทธาสร้างมาให้หลวงพ่ออุยเสกและให้ท่านแจกจ่าย ไม่มีการให้เช่าบูชา แทบทุกรุ่นไม่มีเหลืออยู่ที่วัด และวัตถุมงคลของท่าน ส่วนใหญ่ได้รับความนิยมจากประชาชน อาทิ เหรียญรูปไข่ รุ่นแรกของท่าน สร้าง พ.ศ.2513 ท่านได้แจกจ่ายให้แก่บรรดาผู้ที่เคารพศรัทธาในตัวท่าน จนเป็นที่แสวงหาและมีราคาค่านิยมมาก

หลวงพ่ออุย เป็นพระนักปฏิบัติ ที่มีอายุกาลพรรษาสูงรูปหนึ่งของนครสวรรค์